วันพุธ ที่ 16 มกราคม 2551
เติมใจในช่องว่าง 'ไม่ผิดหรอก ถ้าเราจะเป็นฝ่ายบอกว่าชอบผู้ชายก่อน'
Posted by
วินนา
,
ผู้อ่าน : 188
, 10:07:43 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ไม่ผิดหรอก ถ้าเราจะเป็นฝ่ายบอกว่าชอบผู้ชายก่อน ข้อความจั่วหัวตัวเป้งบนหน้าปกนิตยสารต่างประเทศฉบับดัง ที่วางอยู่บนโต๊ะของสุวิทย์ สะดุดสายตาและเรียกร้องความสนใจจากทีปนีทันทีที่ได้เห็น จนต้องยอมเสียมารยาทเดินเข้าไปหยิบเอานิตยสารฉบับนั้นออกมานั่งอ่านที่โต๊ะทำงานของตัวเอง มือรีบเปิดหนังสือไปที่หน้าห้าสิบแปด ตรงบทความพิเศษ ไม่ผิดหรอก ถ้าเราจะเป็นฝ่ายบอกว่าชอบผู้ชายก่อน แล้วหญิงสาวก็นั่งตั้งหน้าตั้งตาอ่านไปโดยละเอียดตั้งแต่บรรทัดแรก จนไม่ทันรู้ตัวว่า เจ้าของหนังสือมาหยุดยืนมองอยู่ที่โต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ หล่อนไปแอบชอบใครมาล่ะยะ ทีปนีสะดุ้งกับเสียงทัก และพอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเจ๊สุยืนเท้าสะเอวยิ้มอยู่ข้างโต๊ะ จึงส่งยิ้มจืดๆตอบกลับไป ทำหน้าเหมือนเด็กเมื่อถูกผู้ใหญ่จับได้ว่าทำผิด หวานขอโทษค่ะ หยิบหนังสือเจ๊ออกมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ทำท่าอึกอัก ทั้งที่รู้ดีว่าเจ้าของหนังสือไม่ถือสาเรื่องที่ตนหยิบหนังสือออกมาอ่าน แต่ที่เขากำลังซักอยู่นี่สิที่ทำให้อึดอัด จนไม่กล้ามองสบตาด้วย ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไหนบอกมาสิว่าเราแอบชอบใครอยู่ ถึงได้ตั้งหน้าตั้งตาอ่านเคล็ดลับจับผู้ชาย เจ๊สุทำเสียงอ่อนโยน เริ่มแสดงบทพี่สาวที่แสนดี และรุกต่อ ว่าไง ไปแอบปิ๊งใครเข้าล่ะ ว่ามาซิ เจ๊ก็ ไปเปลี่ยนของเขาซะน่ากลัวเชียว เขาแค่สอนวิธีแสดงออกให้ผู้ชายรู้ว่าชอบแค่นั้นเอง นั่นแหละๆ มันก็ไม่ต่างกันนักหรอก มันก็แปลว่าอยากได้ผู้ชายเหมือนกันนั่นแหละ ต่างกันสิคะ ทีปนีไม่ได้ตั้งใจจะเถียง แต่กำลังพยายามจะเปลี่ยนประเด็นต่างหาก ทว่าไม่ประสบความสำเร็จ นี่หล่อนไม่ต้องมาเฉไฉหลบเลี่ยงคำถามชั้นเลยย่ะ ตอบมาก่อนว่าแอบชอบใครอยู่ หัวหน้ารู้ทันว่าลูกน้องกำลังหลบเลี่ยงไม่ตอบ เสียงถามเลยชักเริ่มแสดงอารมณ์ ความสอดรู้สอดเห็นไม่เคยปรานีใคร เปล่าค่ะ ถึงจะตอบตามความจริง แต่คนฟังกลับไม่ยอมเชื่อ เพราะพฤติกรรมของทีปนีมันค้านกันอยู่ ทำให้เชื่อยาก หนังสือที่เปิดคาไว้ในหน้าห้าสิบแปดเป็นประจักษ์พยานทำให้เจ๊สุไม่ยอมเลิกซัก เปล่าอะไรยะ ปากแข็งจริงๆเลยยายคนนี้ มีอะไรก็บอกมา ช่วยกันได้เจ๊จะได้ช่วย ดีกว่าเก็บอัดอกเอาไว้คนเดียวให้อกแตกตายนะยะยายหวาน เสียงพูดเริ่มกลายเป็นบ่น หญิงสาวแอบยิ้มกับตัวเองเมื่อได้ยินเจ๊สุพูดว่าเป็นห่วงกลัวตนจะอกแตกตาย ความจริงคนที่กำลังจะอกแตกตายก็คือคนพูดต่างหาก
อกแตกตายเพราะความอยากรู้เรื่องของคนอื่น เจ๊ว่า ไอ้วิธีที่สอนๆกันในหนังสือพวกนี้มันเวิร์คจริงๆหรือคะ บางอย่างมันก็เกินไปนะ เจ๊ว่ามั้ย ทีปนีนั่งเท้าคางเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยืนค้ำโต๊ะรอฟังคำตอบอยู่ และเบี่ยงเบนประเด็นออกไปพูดถึงเรื่องนอกตัว จนแล้วจนรอดหญิงสาวก็ไม่ยอมตอบคำถามเจ้านายสักที เจ๊ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะ ว่ามันจะเวิร์คแค่ไหน เมื่อถูกถามความเห็น คนชอบแสดงความคิดเห็นก็อดตอบไม่ได้ จึงคลายความสนใจจากเรื่องที่ซักไซ้เมื่อครู่ไปชั่วคราว แต่ที่สำคัญนะ มันอยู่ที่ว่าหวานกล้าพอจะลองทำตามหรือเปล่าล่ะ นั่นสิคะ แต่ละอย่างที่บอกมาในหนังสือพวกนี้ มันวิธีของฝรั่ง แค่อ่านก็ตะลึงแล้ว วัฒนธรรมเรามันต่างกับเขา ขืนทำตามกันตรงๆ นอได้งอกออกมาชัวร์เลย ผู้ชายจะหนีก็อีตอนเห็นนอโผล่มานี่แหละเจ๊ โอ๊ย ! ถ้าหล่อนมัวแต่กลัวว่าจะเป็นแรด กินแห้วไปก็แล้วกันชาตินี้ ที่ปรึกษาเริ่มส่งเสียงรำคาญ เคยได้ยินไหมจ๊ะ ที่เขาว่าอยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ ถ้าอยากได้ผู้ชายก็ต้องไม่อาย ด้านได้อายอดนะยะหล่อน ตกลงนี่เราแอบชอบผู้ชายคนไหนอยู่ เจ๊สุเริ่มต้อนใหม่ ทีปนีจึงต้องหาเรื่องพูดเพื่อหลบเลี่ยงต่อ ไอ้อยากได้ลูกเสือต้องเข้าถ้ำเสือน่ะ หวานเคยได้ยินนะคะ แต่อย่างหลังนี่มันฟังแปลกๆนะเจ๊ เฮ่อ ! ไม่เอาล่ะ หวานว่าใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านแบบไทยๆ มารยาห้าร้อยเล่มเกวียนน่าจะเวิร์คกว่านะเจ๊ เอาอย่างฝรั่งเด๊ะๆเห็นจะไม่ไหวหรอกค่ะ มันไม่เหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศแบบบ้านเรา ลูกน้องเริ่มพูดเรื่อยเปื่อย หันเหเฉไฉไปตามถนัด ไม่ยอมตอบคำถามที่ลูกพี่อยากรู้สักที พาไถลดึงออกไปเรื่องอื่นจนรอดตัวมาได้ในที่สุด แผนกทันตกกรรมของโรงพยาบาลนี้ มีทันตแพทย์ผลัดเปลี่ยนกันมาประจำอยู่สามคน เลขากองบอกอช่วยเช็คให้ทีปนีแล้วว่า วันนี้เป็นวันประจำของหมอนิคม และได้จัดการนัดหมายไว้ให้เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ได้กินข้าวด้วยกันวันนั้นแล้ว ทีปนีหรือเมทินีก็ไม่ได้พบกับหมอนิคมอีกเลย แต่ทีปนียังอยากคบหาสานความสัมพันธ์กับหมอหนุ่มต่อ ด้วยมีจุดประสงค์แอบแฝง แต่จะอยู่เฉยๆเป็นฝ่ายรอคงไม่ไหวแน่ คนเจ้าแผนการจึงต้องวางแผนหาเหตุมาพบเขาให้ได้ แต่จะด้วยวิธีไหนดีล่ะ ? หญิงสาวขบคิดอยู่ไม่นานก็คิดออก เมื่อนึกไปถึงที่เจ้านายพูดเมื่อวันก่อนว่า อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ ถ้าอย่างนั้น อยากพบหมอฟันก็ต้องไปคลินิกหมอฟันสิ แต่สำหรับคนที่ขยาดหมอฟันมาตั้งแต่เด็กอย่างทีปนี การไปหาหมอฟันในฐานะคนไข้ก็น่ากลัวไม่ผิดกับการไปเข้าถ้ำเสือ ! เพื่อสร้างโอกาสให้ได้พบกับหมอนิคมอีก ทีปนีจึงต้องมองหาหาตัวช่วย และเล็งเห็นว่าไม่มีใครเหมาะไปกว่าเก้ง เพราะคิดว่าเขาไม่น่าจะเป็นคนพูดมาก แล้วในที่สุด หญิงสาวก็ใช้ความสามารถเฉพาะตัวพูดเกลี่ยกล่อมจนเก้งยอมมาหาหมอฟัน วันนี้หนุ่มใหญ่ฝ่ายศิลป์จึงมีชื่อเป็นคนไข้รายสุดท้ายอยู่ในตารางนัดของทันแพทย์หนุ่ม อ้าวคุณหมอ ! ทีปนีโผล่หน้าเข้าไปทักหมอนิคม แหม
ไม่ทราบมาก่อนเลยนะคะว่า วันนี้เป็นเวรของคุณหมอ โชคดีจังเลยค่ะที่มาเจอคุณหมอ หน้าตาและเสียงแสดงความประหลาดใจอย่างที่สุดที่ได้มาพบกันโดยบังเอิญ การจะทำให้ความจงใจดูเหมือนเป็นความบังเอิญนั้นต้องใช้เทคนิคชั้นครู เก้งนึกไม่ถึงเลยว่าเพื่อนรุ่นน้องจะมีฝีมือถึงขั้นนี้ ความเป็นคนหน้าใสตาซื่อของทีปนีช่วยให้เจ้าตัวทำได้ดูแนบเนียนสนิทสมจริงเป็นอย่างยิ่ง เก้งเพิ่งจะเข้าใจเดี๋ยวนี้เองถึงจุดประสงค์ที่เพื่อนรุ่นน้องพยายามเกลี่ยกล่อมและเคี่ยวเข็ญพาเขามาหาหมอฟันจนได้ หญิงสาวเป็นธุระจัดการทุกอย่างให้เสร็จสรรพยังไม่พอ ยังขับรถพามาส่งให้ถึงโรงพยาบาลอีก แถมยังใจดีจะอยู่เป็นเพื่อนด้วย หนุ่มใหญ่นึกแล้วเชียวว่าเรื่องนี้จะต้องมีเบื้องหลัง สวัสดีครับ คุณหวานนี่เอง หมอนิคมทักตอบทีปนีด้วยเสียงเป็นกันเอง พร้อมทั้งยิ้มให้ แล้วมองเก้งที่ยืนอยู่ข้างๆ มากันสองคนเลยหรือครับ หมอฟันก้มลงดูในสมุดนัดหมายอีกที ในนั้นเขียนว่า คนไข้ชื่อ ประยูร นัดขูดหินปูน หวานมาเป็นเพื่อนพี่เขาค่ะ ฟันหวานไม่มีปัญหาหรอกค่ะ คนกลัวหมอฟันรีบชี้ไปที่คนไข้ตัวจริง อาการขยาดหมอฟันซึ่งได้หายไปนานเริ่มหวนกลับมาใหม่อีกครั้ง อ๋อ
หมอนิคมทำเสียงและแสดงท่าว่าเข้าใจ เชิญคุณประยูรเลยครับ หมอฟันหันไปพูดกับคนไข้ แล้วเดินนำไปที่ห้องทำฟัน คุณหมองานยุ่งมากไหมคะระยะนี้ ทีปนีเดินตามมาคุยด้วยสีหน้าดีขึ้นกว่าเมื่อครู่ ก็ยุ่งเป็นปกติครับ เป็นไปตามตารางนัด มีคิวแน่นทุกวันเลยครับ น้ำเสียงของทันตแพทย์หนุ่มพูดฟังเป็นปกติ ไม่เป็นไปในทางอวดอ้างสรรพคุณ แต่ข้อนี้ทีปนีรู้ดีโดยเขาไม่ต้องอวดอ้าง เพราะกว่าจะจองคิวนัดเขาได้ก็ค่อนข้างจะนานพอดู แต่โชคดี ตอนนี้มีหมอใหม่อีกคนเข้ามาประจำเมื่อไม่กี่วันนี่เองครับ เลยค่อยยังชั่วหน่อย ผมค่อยมีเวลาพักมากขึ้น ก่อนหน้านี้ผมแทบจะไม่มีวันหยุดเลยนะครับ ทำงานอาทิตย์ละเจ็ดวัน เขาคุยในขณะเริ่มลงมือเตรียมทำงานไปด้วย ในเวลางาน ชายหนุ่มคนนี้ดูจริงจังเป็นงานเป็นการ ผิดกับหมอนิคมเมื่อวันที่ได้กินข้าวด้วยกันวันนั้น บรรยากาศและอุปกรณ์เครื่องมือในการทำฟันในห้องนี้ แม้ว่าจะทันสมัยมาก ไม่น่ากลัวเหมือนสมัยที่ทีปนีเป็นเด็ก แต่หญิงสาวก็ยังขยาด เริ่มเกิดอาการไม่ค่อยจะดี ใจสั่นคล้ายจะเป็นลม จนต้องรีบขอตัวออกมานั่งรอข้างนอก ในช่วงเย็นผู้คนในโรงพยาบาลไม่ค่อยพลุกพล่านเหมือนตอนกลางวัน มีคนนั่งอยู่ในบริเวณที่ทีปนีนั่งอ่านหนังสือรอเก้งอยู่เพียงไม่กี่คนเท่านั้นเอง นั่งอยู่ได้สักพักใหญ่ๆหญิงสาวก็รู้สึกเบื่อ จึงลุกเดินเตร่ไปหาเครื่องขายกาแฟอัตโนมัติที่เห็นตั้งอยู่ตรงมุมสุดทางเดิน เงาร่างสูงๆที่ก้มหน้าก้มตาเดินดุ่มๆผ่านไป แค่เห็นด้านหลังเพียงแวบเดียว ทีปนีก็จำได้ว่าเป็นหมออานะ ดีใจเมื่อได้เห็นเขา แต่ก็ยังไม่อยากเจอในตอนนี้ หมอที่อยากเจอในวันนี้ คือหมอนิคมเพียงคนเดียวเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ทัก ปล่อยให้เขาเดินผ่านเลยไป แต่เหมือนแกล้ง ไม่อยากเจอก็ยิ่งจะได้เจอ หมออานะนึกขึ้นมาได้ว่าลืมของทิ้งไว้ในห้องพักแพทย์ เขาจึงหันหลังกลับเดินย้อนกลับมาตามทางเดิม และเป็นจังหวะเดียวกับที่ทีปนีกำลังจะหลบอยู่พอดีเมื่อเห็นเขาหันหลังกลับมา
ติดตามต่อไปพรุ่งนี้ (เจ้าของลิขสิทธิ์ : อังศุพร ญาณเวคิน)
|