วันพฤหัสบดี ที่ 17 มกราคม 2551
เติมใจในช่องว่าง ' ไข่หวาน นิคเป็นคนดีนะ หมอเห็นเขามาตั้งแต่เล็กๆ
.เหมือนไข่หวานเลย '
Posted by
วินนา
,
ผู้อ่าน : 180
, 14:00:47 น.
พิมพ์หน้านี้
|
ไข่หวาน ! มาทำอะไรที่นี่ คนที่เพิ่งจะหันหลังให้ถึงกับสะดุ้ง ชะลอฝีเท้าลง และจำต้องหันกลับไปทางเสียงทัก เสียงหมออานะบอกชัดว่าประหลาดใจและยินดีที่ได้พบกัน หญิงสาวได้ยินแล้วก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่หลบเลี่ยงเขา พาเพื่อนมาหาหมอค่ะ ในเมื่อหลีกไม่พ้น จึงรีบปรับสีหน้าท่าทางให้เป็นปกติไม่แสดงพิรุธให้เขาจับได้ หมอนิคมกำลังขูดหินปูนให้อยู่ค่ะ หวานรอจนเบื่อเลยเดินมาว่าจะหากาแฟกินหน่อยค่ะ ไข่หวานยังต้องรอเพื่อนอีกนานไหมล่ะ หมออานะยืนคุยต่อ ท่าทางสบายๆไม่รีบร้อนจะไปไหน เอ
ไม่ทราบสิคะ เขาเข้าไปได้สักพักใหญ่แล้วล่ะค่ะ นี่คุณหมอคงกำลังจะกลับบ้านสินะคะ ความที่ใจอยากจะให้เขาไปเสียที จึงทำให้ปากขยับพูดออกไปฟังดูเหมือนไล่ หมอเพิ่งออกมาจากห้องผ่าตัดเมื่อกี้นี้เอง เขาตอบไม่ตรงคำถาม และไม่มีทีท่าจะเดินจากไป คุณหมอดูเหนื่อยๆนะคะ ทีปนีสังเกตเห็นว่าหน้าตาหมออานะดูอิดโรยจึงอดทักไม่ได้ ทั้งที่ใจตอนนี้นึกอยากจะจบการสนทนา อยากจะให้เขาหันหลังเดินกลับไปเร็วๆเหมือนที่เห็นเมื่อสักครู่ อืม
วันนี้มีคนไข้หนักๆมาหลายรายเลย ติดต่อกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว หมออานะยกมือขึ้นลูบหน้าไปด้วยขณะที่พูด เพิ่งรู้สึกว่าเหนื่อยก็ตอนที่โดนไข่หวานทักนี่แหละ
หิวด้วย เราไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม เขาใช้คำว่า เรา ที่ฟังดูสนิทสนมเหลือเกิน หวานยังไม่ทราบเลยค่ะ ว่าเพื่อนจะทำฟันเสร็จเมื่อไหร่ กลัวว่าเดี๋ยวเขาออกมาแล้วจะไม่เจอกัน ใจจริงอยากจะปฏิเสธไปตรงๆ แต่ก็ไม่กล้า จึงตอบเลี่ยงไปอย่างละมุน ทีปนีไม่รังเกียจเลยที่จะไปกินข้าวเป็นเพื่อนหมออานะ แต่เพราะมีเหตุอื่นที่ทำให้ไม่อยากไป หญิงสาวกำลังนึกอย่างรู้สึกยุ่งยากใจ ถ้าเป็นวันอื่นคงจะไม่ปฏิเสธหรอก ทำไมจะต้องเป็นวันนี้ด้วยก็ไม่รู้ ทำไมเราไม่เดินไปดูก่อนล่ะ ไปถามหมอนิคมก่อนก็ได้นี่นา เขาแนะขึ้น หมออานะไม่รู้จริงๆว่าทีปนีกำลังหาทางหลบเลี่ยงปฏิเสธคำชวนของเขาอยู่ หรือว่ารู้ แต่ไม่สนใจก็สุดจะคาดเดาเอาได้จากหน้าตาเฉยๆของเขา ต่อจากนั้น ร่างสูงของหมออานะเดินนำทีปนีไปที่แผนกฟัน เมื่อไปถึงก็พบว่าหมอนิคมขูดหินปูนให้เก้งจวนจะเสร็จอยู่แล้ว และเก้งขอตัวกลับเลยทันทีที่หมอขูดหินปูนให้เสร็จ โดยปฏิเสธคำชวนไปกินข้าวด้วยกันของหมออานะ แต่หมอนิคมรับคำชวนอย่างง่ายๆตามนิสัยไม่มีพิธีรีตองของเขา การณ์เลยกลับกลายเป็นว่า หมออานะได้ช่วยให้แผนของทีปนีใกล้ความสำเร็จยิ่งขึ้นไปอีก โดยที่หญิงสาวเองก็นึกไม่ถึง ทั้งสองหมอยกหน้าที่เลือกร้านอาหารให้ทีปนี รวมไปถึงการสั่งอาหารด้วยตามเคย เสียดายจังเลยนะคะ พี่เมไม่ได้มากับเราด้วย ผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มพูดขึ้นมาลอยๆ เป็นการชวนคุยขณะนั่งรออาหารอยู่ด้วยกัน หญิงสาวเจ้าแผนการกำลังคิดหาทางเข้าเรื่องตามที่ตัวเองได้ตั้งใจไว้ และบังเอิญหมอนิคมเองก็ถามได้เข้าทางพอดี คุณเมกลับสุพรรณไปแล้วหรือครับ เสียงถามแบบคุยไปเรื่อยๆ ไม่แสดงความรู้สึกใดเป็นพิเศษ ค่ะ ตอบแล้วทีปนีก็เห็นโอกาสที่จะนำไปสู่ประเด็นสำคัญ จึงไม่ยอมปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไป คุณหมอเคยไปเที่ยวสุพรรณไหมคะ เชื่อไหมครับว่าไม่เคย ผมไม่เคยไปสุพรรณเลยทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้เอง บ้านผมอยู่นนท์ จากบ้านผมมีทางตรงไปถึงสุพรรณเลยด้วย เชื่อค่ะ หวานเองก็เพิ่งจะไปสุพรรณครั้งแรกก็คราวไปหาคุณยายที่บ้านพี่เม นิคไปเที่ยวบ้านสวนด้วยกันสิ ถ้ามีเวลา หมออานะชวนแทรกขึ้นมา หลังจากที่นั่งเงียบๆฟังหนุ่มสาวคู่นี้คุยกัน ทีปนีนึกขอบคุณหมออานะอยู่ในใจ ที่เขาพูดกับหมอนิคมเหมือนกำลังช่วยให้ตนได้เข้าถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น จริงสิคะ คุณหมอหาโอกาสไปเที่ยวสักวันสิคะ บ้านสวนของคุณยาย หวานหมายถึงบ้านพี่เมที่สุพรรณน่ะค่ะ ร่มรื่นน่าสบายมากเลยค่ะ อากาศดี อาหารอร่อย มีครบทั้งบรรยากาศและความสะดวกสบาย เจ้าของบ้านก็น่ารักทุกคน หวานไปทีไรก็มีความสุขทุกที รับรองว่าคุณหมอไปแล้วต้องชอบเหมือนหวานแน่ๆเลยค่ะ หมออานะนั่งยิ้มน้อยๆ ขณะฟังทีปนีพูดโฆษณาบรรยายสรรพคุณของบ้านสวนให้หมอนิคมฟัง เขาคิดว่าพอจะเข้าใจความคิดของสาวน้อยคนนี้ แต่สิ่งที่เขาเข้าใจจะผิดหรือถูกก็ยังไม่รู้ วันอาทิตย์นี้ อาจะไปเยี่ยมแม่ที่สุพรรณ ถ้านิคว่างก็ไปเที่ยวด้วยกันสิ ไปนะคะคุณหมอ ไปกันหลายๆคนสนุกดีออกค่ะ ผมต้องขอดูก่อนนะครับ ว่าจะเปลี่ยนเวรกับหมอเจตน์ได้หรือเปล่า วันอาทิตย์เป็นเวรผมพอดี หมอเจตน์เขาเป็นคนมีครอบครัว ผมไม่ทราบว่าวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัวของเขา เขาจะยอมแลกเวรกับผมหรือเปล่า ความเป็นคนมีความรับผิดชอบต่องานสูง งานต้องมาก่อน ทันตแพทย์หนุ่มจึงได้แต่ตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ถ้าคุณหมอไม่ว่างวันอาทิตย์ เราไปวันเสาร์ก็ได้นี่คะ ทีปนีรีบเสนอทางเลือกใหม่ทันที เป็นการยืนยันว่าอยากจะให้เขามีโอกาสได้ไปเที่ยวบ้านสวนจริงๆ แต่หมอต้องเข้าเวรวันเสาร์นี้ หมออานะขัดขึ้น เขาหันหน้ามาพูดกับทีปนีโดยตรง พูดไปก็ยิ้มน้อยๆไปด้วยอย่างมีเลศนัย หญิงสาวไม่รู้ มองไม่ออกว่ามันมีความหมายอะไรกันแน่ แต่ก็ไม่ติดใจอยากจะรู้ เหรอคะ แหม น่าเสียดายจังเลยค่ะ แต่คุณหมอไปด้วยกันไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะหวานเป็นคนพาคุณหมอนิคมไปเองก็ได้ค่ะ หวานคุ้นทางแล้ว หญิงสาวตอบโดยหันหน้าไปพูดกับเขาโดยตรงเช่นเดียวกัน และส่งยิ้มใสที่ประดับอยู่บนใบหน้าซื่อแถมให้ด้วย หมอยังพูดไม่จบเลย หมอคิดว่าหมอเปลี่ยนเวรได้นะ หน้าตาหมออานะบอกว่าสนุกที่ได้ตอบโต้กับทีปนี เขาตอบกลับได้ในทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด แล้วจึงหันไปพูดกับหมอนิคมว่า นิคไม่ต้องเปลี่ยนเวรกับหมอเจตน์หรอก อาเปลี่ยนเวรกับหมอสมทัศน์ได้ ไม่มีปัญหาหรอก เราไปกันวันเสาร์เช้าเลยเป็นไง ถ้างั้นก็ตกลงครับ คนไม่เรื่องมากตอบตกลงทันที ไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์นอกกรุงเทพสักวันก็ดีเหมือนกันครับ ว่าแต่เราไม่ต้องถามเจ้าของบ้านเขาก่อนหรือครับ ว่าเขาจะสะดวกให้เราไปหรือเปล่า ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้องหรอก ทีปนีกับหมออานะตอบพร้อมกันจนเกือบจะเป็นการประสานเสียง แล้วต่างคนต่างก็ยิ้มกระหยิ่มใจไปกับความคิดตัว หลังจากกินข้าวเสร็จ หมออานะมาส่งหมอนิคมเพื่อมาเอารถซึ่งจอดทิ้งไว้ที่โรงพยาบาล แล้วเลยไปส่งทีปนีที่บ้านเหมือนทุกครั้ง เมื่อเขาพิจารณาว่ามันดึกเกินไปที่จะปล่อยให้หญิงสาวขับรถกลับบ้านไปตามลำพัง เมื่อรถมาจอดยังหน้าประตูรั้วบ้านทีปนี และก็เหมือนทุกครั้งที่คนมาส่งจะจอดรถอยู่ดูจนแน่ใจว่าหญิงสาวเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เขาจึงจะออกรถขับกลับออกไป แต่ครั้งนี้ก่อนที่ทีปนีจะเข้าบ้านไป หมออานะได้เรียกไว้แล้วพูดเสียงเรียบๆว่า ไข่หวาน นิคเป็นคนดีนะ หมอเห็นเขามาตั้งแต่เล็กๆ
.เหมือนไข่หวานเลย ค่ะ หวานก็เห็นด้วยกับคุณหมอ ว่าหมอนิคมเป็นคนดี น่ารักด้วยค่ะ ทีปนีตอบเห็นด้วยกับหมออานะตามที่คิด
.อย่างบริสุทธิ์ใจจริงๆ แต่ยังไม่เข้าใจถึงจุดประสงค์ในการพูดของเขา พอขยับปากทำท่าจะถาม เขาก็รีบพูดต่อไปว่า ดีแล้วล่ะ ไข่หวานเข้าบ้านเถอะ ดึกแล้ว อย่าลืมเช็คประตูหน้าต่างให้ดีก่อนนอนด้วยนะจ๊ะ ค่ะ หญิงสาวตอบเสียงหัวเราะน้อยๆ ขำเมื่อได้ยินเขาสั่งเหมือนเดิมทุกครั้งอย่างกับเปิดเทปซ้ำ อ่านต่อพรุ่ง (เจ้าของลิขสิทธิ์ : อังศุพร ญาณเวคิน)
|