วันเสาร์ ที่ 19 มกราคม 2551
เติมใจในช่องว่าง
Posted by
วินนา
,
ผู้อ่าน : 185
, 19:46:29 น.
พิมพ์หน้านี้
|
หมออานะก้มลงมามองหน้าทีปนี ทำเหมือนจะค้นหาความจริง แต่แล้วเขาก็อดขำจนยิ้มออกมาไม่ได้ ท่านิ่งๆเงียบๆแบบนี้ของหญิงสาว มันทำให้เขานึกย้อนไปถึงเด็กหญิงไข่หวานเมื่อตอน แบตหมด ได้เห็นสายตาหมออานะที่มองตัวอยู่ในขณะนี้ ผสมกับอารมณ์หงุดหงิดโมโหที่ตัวเองเป็นแบบนี้ ทำให้ทีปนียิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีก หญิงสาวกำลังสับสน กลัวอารมณ์ตัวเอง จนนึกอยากจะปลีกตัวไปอยู่คนเดียวเงียบๆ แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะถูกองค์อรเรียกไว้เสียก่อนเมื่อเดินผ่านไปแถวนั้น คุณยายวารีกับลูกสาวนั่งอยู่ด้วยกันที่ศาลาริมน้ำ และกำลังทำขนมกันอยู่ อันเป็นกิจกรรมหลักของแม่ลูกคู่นี้ ว่างเมื่อไรเป็นต้องได้เห็นทั้งคู่นี้นั่งทำขนมของกินกันทุกที และก็เป็นการทำให้คนอื่นกินเสียเป็นส่วนใหญ่ คนอารมณ์สับสนเดินเข้าไปทรุดตัวลงนั่งข้างๆคุณยายวารี พร้อมกับพยายามจะสลัดความหงุดหงิดทิ้งไป ไม่อยากให้ตัวเองเป็นที่ผิดสังเกตของคนรอบข้าง ป้าอรกับคุณยายกำลังทำขนมอะไรกันอยู่หรือคะ หญิงสาวหาเรื่องถามหลังจากควบคุมตัวเองให้มีสีหน้าและน้ำเสียงเป็นปกติได้แล้ว และทำทีเป็นสนใจกับขนมที่สองแม่ลูกกำลังช่วยกันทำอยู่ ปั้นขลิบทอดจ้ะ ยายจะทำไปให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณเกดบ้านติดกัน หญิงชราวัยจวนแปดสิบตอบ ขณะดวงตามองคนถามด้วยความรักเอ็นดู ไข่หวานชอบไหมล่ะลูก ยายทำเผื่อให้หนูเอากลับไปกินที่กรุงเทพด้วยนะจ๊ะ ชอบค่ะ หวานชอบทานขนมที่คุณยายทำทุกอย่างเลยค่ะ เวลาหวานเอาไปแบ่งให้เพื่อนๆที่ทำงานชิม ใครๆก็ชมว่าคุณยายทำขนมอร่อย เขาชอบขนมคุณยายกันทุกคนเลยนะคะ ทีปนีนั่งอยู่กับพื้นกระดาน ค่อยๆเขยิบกระแซะตัวเข้ามาจนชิดตัวคุณยายวารีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ แล้วเอียงศีรษะซบเข้ากับเข่าของท่านในขณะแหงนหน้าขึ้นคุยด้วย หมออานะตามเข้ามานั่งอยู่ด้วย และกำลังมองดูทีปนีอยู่ด้วยสายตาแบบที่ ถ้าคนถูกมองหันมาเห็นเข้าก็คงต้องเกิดหงุดหงิดขึ้นมาอีก แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ท่าของทีปนีตอนนี้ที่หมออานะเห็นกำลังนั่งอ้อนคุณยายวารี มันเป็นท่าของเด็กหญิงไข่หวานชัดๆ เหรอลูก เอ
ถ้าอย่างนั้นยายเห็นจะต้องทำเพิ่มอีกหน่อย เดี๋ยวจะไม่พอกินกัน โธ่ ! คุณยายขา ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณยายจะเหนื่อยไปกันใหญ่ นั่งทำมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือคะ ไม่เหนื่อย ยายไม่เหนื่อยเลยลูก หญิงชรารีบปฏิเสธทันที พร้อมกับลงมือปั้นขนมต่ออวดความกระฉับกระเฉง ปล่อยให้คุณยายทำเถอะลูก ไข่หวานไม่รู้อะไร ทำขนมให้ลูกหลานกิน เป็นความสุขเล็กๆน้อยๆของคุณยาย ให้คุณยายทำเถอะ ป้าช่วยด้วยอีกคนไงล่ะจ๊ะ องค์อรรามือจากการปั้นขนม เงยหน้าขึ้นยิ้มให้หญิงสาวไปด้วยขณะพูด แค่ความรักที่ได้รับจากคนบ้านนี้ ทีปนีก็อิ่มเอมใจไปหมดแล้ว ในตอนบ่ายแก่ๆ เรือลำเล็กก็ถูกพาตัดน้ำมุ่งหน้ามาที่ท่าน้ำ โดยมีหมอนิคมเป็นผู้นั่งพายอยู่ทางท้ายเรือด้วยท่าทางทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว ผิวหน้าหมอหนุ่มดูแดงๆคร้ามแดดไปบ้าง เพราะแดดตอนบ่ายค่อนข้างจะแรงกว่าเมื่อตอนขาไป ชายหนุ่มเป็นคนขึ้นจากเรือมาก่อน หลังจากผูกเรือเข้ากับเสาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงค่อยส่งมือลงไปช่วยให้เมทินีเกาะขึ้นมาจากเรือ หมอนิคมหอบสายบัวและดอกบัวมาด้วยเต็มอ้อมแขน แสดงให้รู้ว่าทั้งสองคนได้ไปไกลถึงบึงบัว หนุ่มสาวเดินฝ่าเปลวแดดคุยกันมา เมทินียกมือขึ้นป้องหน้าบังแดดมาตลอดทาง จึงทำให้เห็นหน้าไม่ถนัด เห็นแต่หน้าหมอหนุ่มซึ่งแจ่มใสเหมือนความร้อนจากดวงอาทิตย์ที่กำลังสาดส่องลงมาปราศจากความหมาย ทีปนีอมยิ้มปลื้มใจกับภาพเบื้องหน้า หญิงสาวกำลังคิดว่าคุ้มแล้วกับที่อุตส่าห์ลงทุนคิดแผนการมาทั้งหมด คุณหมอนิคเก่งจังเลยนะคะ เรียนแค่เดี๋ยวเดียว ก็พายเรือได้คล่องเหมือนคนพายเป็นมาก่อน ผมได้ครูดีมากกว่าครับ คุณเมสอนเก่ง ปากหมอนิคมพูดกับทีปนี แต่กลับหันหน้าที่มีเหงื่อเกาะพราวอยู่บนหน้าผากและปลายจมูกไปยิ้มให้กับ คุณครู แทน และคุณครูก็ยิ้มตอบลูกศิษย์ ตอนนี้แก้มคุณครูเป็นสีชมพูจางๆด้วย ดูน่ารักดีเหลือเกินในสายตาคนรอบข้าง แม่สื่อยังคงนั่งอมยิ้ม พลางนึกในใจว่า หมอนิคมนี่เก่งไม่เบาแฮะ ! หายกันไปเดี๋ยวเดียว พอกลับมาก็มีพัฒนาการมาให้เห็น ใช้ได้
ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์เชียร์ บรรยากาศที่บึงบัวนั่นก็คงเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วย พี่เมเองก็ไม่เลวเหมือนกันนะนี่ เห็นหงิมๆอย่างนี้เถอะ หมออานะทำตายิ้มๆ และนึกชมทีปนีในใจว่า เอ่อ ไข่หวานนี่ตาแหลมใช้ได้เลยทีเดียวนะนี่ คู่นี้ดูเหมาะสมกันดีเหมือนกัน ถึงจะผิดไปจากแผนเดิม แต่ก็โอเค มนูญนั่งสังเกตการณ์ไปเงียบๆ ตามประสาพ่อที่เห็นมีชายหนุ่มมาใกล้ชิดอยู่กับลูกสาวตัว พลางคิดว่า เอ
หมอหนุ่มคนนี้นี่ชักจะยังไงๆอยู่นา ผู้ชายด้วยกันพอจะมองตากันออก แต่ดูไปหมอก็เป็นคนใช้ได้ ไม่มีอะไรน่ารังเกียจ ยิ่งหมออานะเป็นคนพามาด้วย น่าจะเป็นการรับรองไปในตัวแล้วว่าเขาน่าจะเป็นคนใช้ได้ ไม่อย่างนั้นน้าเขาคงไม่พามาให้พบกับหลานสาวของเขาหรอกน่า เอาเถอะ ถ้าจะมาชอบกับลูกสาว พ่อก็ไม่ว่าหรอกนะ มนูญคิดแล้วก็เผลอยิ้มออกมาอีกคน คนเป็นแม่ก็สบายใจเมื่อได้เห็น เพราะแต่แรกองค์อรก็เข้าใจไปว่าหมอนิคมกำลังจีบทีปนีอยู่ ยังนึกเสียดายแทนลูกชายไม่หาย แต่พอมาเห็นอย่างนี้เข้าก็กลับนึกดีใจที่เห็นว่าทุกอย่างลงตัวเหมาะเจาะ ดีกว่าที่คิดไว้เสียอีก ทุกคนต่างมีรอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ประดับอยู่บนใบหน้า เพราะต่างคนต่างก็กำลังมีความสุขเพลิดเพลินอยู่กับความคิดของตัว มีคุณยายวารีเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรกับใครด้วย ใจใสบริสุทธิ์ของท่านมีความสุขจดจ่ออยู่แต่กับการทำขนมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ถ้าให้หวานทาย เย็นนี้ต้องมีแกงสายบัวด้วยใช่ไหมคะพี่เม ทีปนีหาเรื่องพูดกับเมทินี เพื่อช่วยให้หายเขินอาย เพราะสายตาของคนที่นั่งอยู่แถวนั้นเริ่มจะทำให้หญิงสาวมือไม้จะพันกัน จ้ะ แต่คราวนี้ไม่ต้มกะทิแล้ว พี่เมว่าจะลองแกงส้มให้ชิม ดีไหมจ๊ะ ดีใจที่ได้มีเรื่องพูดเสียที ปิ้งปลาแห้งให้หอมเลยนะ แล้วตำให้ละเอียด ละลายใส่ลงไปในน้ำแกงด้วย ให้ข้นๆ ออกรสเผ็ดนิดหน่อย เปรี้ยวนิดๆ เมทินีพูดยาวกว่าทุกที หืม
แค่ฟังก็อร่อยแล้วครับ ยิ่งถ้าได้ทานคู่กับไข่เจียวร้อนๆ หรือไม่ก็หมึกกระตอยแห้งตัวเล็กๆทอดกรอบๆ โอ้โห ! อร่อยสุดๆไปเลยครับ หมอนิคมช่วยหนุน พูดอย่างนักชิมที่รู้ดีว่าอะไรอร่อย เย็นนั้น ทันตแพทย์หนุ่มเปลี่ยนจากการจับเครื่องมือทำฟันหันมาจับมีดหั่นผักแทน มาเป็นลูกมือช่วยเจ้าของบ้านอยู่ในครัวอย่างเต็มอกเต็มใจที่สุด ทีปนีจึงค่อยๆหาทางหลบเลี่ยงออกมาจากครัว โดยทั้งหมอนิคมและเมทินีไม่ทันจะสังเกตเห็น คนมีความในใจอยากไปหามุมเงียบๆนั่งเล่น คิดอะไรคนเดียว เท้าพาให้หญิงสาวเดินเพลินไปจนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ศาลาริมน้ำซึ่งตัวเองชอบ ไข่หวานเป็นอะไรไป ไม่สบายไปหรือเปล่า
อ่านต่อพรุ่งนี้ค่ะ ( เจ้าของลิขสิทธิ์ : อังศุพร ญาณเวคิน )
|