วันจันทร์ ที่ 21 มกราคม 2551
เติมใจในช่องว่าง " หรือว่าทีปนีจะประสบอุบัติเหตุ ! "
Posted by
วินนา
,
ผู้อ่าน : 314
, 21:51:36 น.
พิมพ์หน้านี้
สัมพันธภาพของเมทินีกับหมอนิคมพัฒนาไปได้รวดเร็วเกินความคาดหมาย อย่างที่ทีปนีได้เคยพูดกับหมออานะไว้ว่า เพียงแต่เริ่มต้นให้และกระตุ้นนิดๆหน่อยๆหมอนิคมก็จะเดินต่อเองได้ หนุ่มสาวคู่นี้เหมือนตัวจิ๊กซอ พอมีร่องรอยให้เห็นว่าต่อเข้าด้วยกันได้ไม่ยาก นับตั้งแต่วันที่หัดพายเรือวันนั้นเป็นต้นมา หมอหนุ่มก็ขยันหมั่นเพียรหาโอกาสไปฝึกซ้อมพายเรือที่บ้านของหญิงสาวเกือบทุกวันหยุด ชายหนุ่มทำเหมือนจะเตรียมตัวไปลงแข่งโอลิมปิคยังไงยังงั้น ผ่านไปได้สักสามสี่เดือน หมอฟันอัธยาศัยดีคนนี้ก็สามารถไปที่บ้านสวนได้โดยไม่ต้องเอาเหตุผลทางการกีฬามาบังหน้าอีกต่อไป เพราะไม่มีความจำเป็นแล้ว ใครๆเขาก็รู้กันไปทั้งคุ้งน้ำแล้วว่าหมอนิคมมาบ้านสวนทำไม เพื่อนบ้านแถวนั้นชักจะเริ่มคุ้นหน้ากับหนุ่มแว่นใสยิ้มเก่ง ที่พายเรือคล่องราวกับเกิดมาพร้อมกับถือพายติดมือมาด้วย ช่วงนี้ ทุกครั้งที่เมทินีโทรมาหาทีปนีก็จะต้องมีเรื่องของหมอนิคมมาเล่าให้ฟังอยู่เสมอ แค่ฟังแต่เสียง เพื่อนรุ่นก็พอจะเห็นภาพประกายตาและสีหน้าสดใส อย่างคนที่กำลังท่องอยู่ในโลกสีชมพูของเพื่อนรุ่นพี่ ทีปนีพลอยดีใจไปกับเมทินีด้วยเมื่อเห็นว่ากำลังมีความสุขดี แต่ในบางขณะจิต หญิงสาวก็อดสลดหดหู่ใจไม่ได้อยู่เหมือนกันเมื่อนึกถึงตัวเอง แต่โชคยังดี คนอย่างทีปนีมีสติพอจะเลือกใช้เวลาไปทุ่มเทให้กับการทำงานมากขึ้น มากกว่าจะยอมเสียเวลาไปกับการฟุ้งซ่านก่นโศกน้อยใจในโชคชะตา คนงานยุ่งกลับไปก้มหน้าจมอยู่กับงานเหมือนเดิม เพราะนิตยสารฉบับใหม่ของบริษัทกำลังจะออกวางตลาดในเร็ววันนี้ งานหนักในระยะนี้ทำให้ทีปนีลืมโลกไปเลย จนแทบจะตัดขาดจากกิจกรรมอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานไปจนหมดสิ้น บ้านสวนสุพรรณ หญิงสาวก็แทบจะไม่ได้ย่างกรายไปเลยในระยะนี้ คนบ้านโน้นคอยโทรมาหาด้วยความคิดถึงเป็นห่วงเป็นใย พร้อมกับต่อว่าต่อขานเมื่อเห็นว่าหายหน้าไป และคนที่โทรมาบ่อยที่สุดก็ยังคงเป็นเมทินี คนทางนี้ก็ได้แต่ผัดผ่อนว่าว่างเมื่อไรจะรีบไป แต่ก็ไม่ว่างเสียที จึงได้แต่เพียงโทรศัพท์ไปถามข่าวคราวคนทางโน้นทุกครั้งที่คิดถึง น้าเล็กก็ไม่ว่างอีกคนหรือคะ เมทินีกำลังพูดโทรศัพท์อยู่กับหมออานะ น้ำเสียงมีแววผิดหวังน้อยใจเล็กน้อย และตัดพ้ออยู่กลายๆ ทำไมหมู่นี้เป็นอะไรกันไปหมดคะ ทุกคนถึงได้ไม่ว่าง ทุกคนที่เมว่าน่ะ มีใครบ้าง หือ เมลองบอกน้าเล็กมาสิจ๊ะ น้าชายพูดเสียงแสดงความเอ็นดูหลานสาวผ่านมาทางโทรศัพท์ ความรู้สึกของเขาที่มีกับหลานสาวไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลย นับตั้งแต่เมทินีเป็นเด็กเล็กๆมาจนกระทั่งโตเป็นสาวอยู่เดี๋ยวนี้ ถ้าหญิงสาวอยู่ใกล้ๆ เขาคงจะลูบศีรษะเล่นไปด้วยแล้ว ไข่หวานค่ะ เมโทรไปหาเมื่อไหร่ไข่หวานก็งานยุ่ง นี่เมชวนมาบ้านพรุ่งนี้ก็ไม่ว่างอีก พรุ่งนี้เมกะว่าจะพาออกไปหาที่ทานข้าวกันแถวๆบึงฉวาก หมออานะคิดไปด้วย ในขณะที่คุยโทรศัพท์ ตัวเขาเองงานยุ่งจริงๆไม่ใช่ข้ออ้าง แต่เขาไม่แน่ใจว่า ไม่ว่างของทีปนีจะเป็นเพียงข้ออ้างหรือเปล่า หมออานะกำลังนึกสงสัยว่าทีปนีกำลังหลบหน้า หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน และครั้งสุดท้ายที่เจอกัน หญิงสาวก็มีอาการแปลกๆที่เขายังหาสาเหตุไม่พบ เขาเคยตั้งใจจะโทรหาทีปนีหลายครั้งแล้วหลังจากวันนั้น แต่ว่าในแต่ละวันที่ผ่านมาหมออานะก็มีเรื่องยุ่งจนลืมไปทุกครั้ง พอมานึกได้อีกที หรือพอจะมีเวลาว่างก็มักจะเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมจะโทรศัพท์ไปหาใครแล้วทุกที เมื่อได้ยินหลานสาวพูดถึงทีปนีในวันนี้ จึงทำให้เขานึกขึ้นได้ และตั้งใจว่า วันนี้ยังไงๆก็ต้องโทรไปถามสารทุกข์สุกดิบกันให้ได้ เมชวนนิคหรือยังล่ะ น้าชายถามหลานสาวทั้งที่รู้คำตอบดีอยู่แล้ว เขารู้ว่าหนุ่มสาวทั้งสองได้แปรสถานภาพจากคนรู้จักเขยิบขึ้นไปเป็นแฟนกันแล้ว แต่ที่ถามก็เพราะว่าเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี รายนั้นไม่ต้องชวนก็ไปเองทุกเสาร์อยู่แล้วค่ะ หญิงสาวตอบเสียงสดใส น้ำเสียงมีแววเขินอายน้าชายอยู่บ้าง แต่ก็ฟังชัดว่าเป็นสุขใจเมื่อเอ่ยถึงทันตแพทย์หนุ่ม อ้าวเหรอ จริงสินะ น้าเล็กก็ลืมไป หมออานะหัวเราะเบาๆ นิคไปแล้ว เมจะเอาคนอื่นไปเกะกะทำไมอีกล่ะ เสียงเขาล้อหลานสาวต่อไปอีก ไม่หรอกค่ะ เมทินียังตอบด้วยเสียงเขินอายอยู่เหมือนเดิม เราเคยไปกันสองคนมาหลายครั้งแล้วค่ะ เลยอยากจะให้น้าเล็กกับไข่หวานไปด้วยกันบ้าง เหมือนครั้งแรกที่พวกเราเจอกันไงคะ น้าเล็กจำได้ไหมคะ วันนั้นพวกเราสี่คนกินข้าวด้วยกัน คุยกันสนุ้กสนุก อืม น้าเล็กก็อยากไปกับเมนะ แต่พรุ่งนี้น้าเล็กติดงาน ไปด้วยไม่ได้จริงๆ เอาไว้วันหลังนะจ๊ะ น้าเล็กสัญญาว่าคราวหน้าน้าเล็กจะไม่พลาดเลย น้าเล็กจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงมื้อใหญ่เอง เมอยากกินอะไรแพงๆก็คิดไว้เลยนะ น้าเล็กจะเลี้ยงเต็มที่เลย ดีไหมล่ะ น้าเล็กก็
น้าเล็กพูดเหมือนเมยังเป็นเด็กๆ มีการหลอกล่อ สัญญิงสัญญา เมโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคะ หลานสาวทำเสียงงอนๆใส่น้าชาย จริงสินะ น้าเล็กขอโทษ น้าเล็กลืมไปว่าเมโตเป็นสาวสวยขนาดมีหนุ่มมาตามจีบแล้ว น้าเล็กก็ ! ล้อเมอีกแล้ว เอาล่ะๆ น้าเล็กไม่ล้อเมแล้ว แต่น้าเล็กต้องวางหูแล้วนะจ๊ะ น้าเล็กต้องเตรียมตัวไปทำงานต่อแล้ว ว่างๆแล้วเราค่อยคุยกันใหม่นะเม หลังจากเลิกงานในวันนั้น หมออานะเดินออกมาจากโรงพยาบาลเมื่อตอนเกือบสองทุ่ม เขากดโทรศัพท์หาทีปนีจากในรถทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ โทรศัพท์ดังอยู่หลายครั้งจนกระทั่งสายตัดไปเอง เสียงสัญญาณโทรศัพท์แสดงให้รู้ว่าสายติดแต่ไม่มีคนรับ เขาจึงลองโทรเข้าเบอร์บ้านของหญิงสาวดู แต่ก็ไม่มีคนรับสายอีกเหมือนกัน จึงลองโทรเข้ามือถือของหญิงสาวอีกครั้ง ก็ไม่มีคนรับ จนสายตัดไปเองอีกครั้งเหมือนเดิม หมออานะเริ่มคาดเดาหาเหตุผลที่ทีปนีไม่รับโทรศัพท์ หรือว่าหญิงสาวจะเข้านอนไปแล้ว เขาก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ เวลาตอนนี้ก็แค่สองทุ่มเศษๆเท่านั้นเอง ยังไม่น่าจะเป็นเวลานอนของคนในวัยนี้ แต่ถ้าทีปนีเข้านอนแล้วจริงๆ ก็ยังไม่น่าจะหลับสนิทถึงขั้นที่จะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ ทั้งโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์มือถือ เขาจึงลองโทรใหม่อีกครั้ง โดยเริ่มจากโทรศัพท์บ้านก่อน แล้วตามด้วยโทรศัพท์มือถือ แต่ก็ได้ผลเหมือนเดิม ไม่มีคนรับจนสายตัดไปเองอีก เขาชักจะเริ่มเป็นห่วง ร้อนใจเมื่อคิดไปว่า หรือว่าเจ้าของเครื่องจะไม่สบายมากจนลุกมารับโทรศัพท์ไม่ไหว หญิงสาวอยู่บ้านคนเดียวเสียด้วย และอาจจะกำลังนอนเจ็บป่วยอยู่โดยไม่มีใครรู้ก็เป็นไปได้ ประตูรั้วหน้าบ้านมีกุญแจคล้องล็อคทางด้านนอก โคมไฟที่หน้าประตูบ้านยังไม่ได้เปิด มองเข้าไปในตัวบ้านก็พบแต่ความมืดสนิท ลักษณะนี้แสดงว่าเจ้าของบ้านยังไม่กลับมา แต่ว่าไหนๆก็มาถึงบ้านแล้ว หมออานะจึงลองกดกริ่งที่หน้าประตูรั้วดู กริ่งดังติดต่อกันอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีความเคลื่อนไหวเกิดขึ้นภายในบ้าน ยังไม่ละความพยายาม เขาลองกดโทรศัพท์เข้าไปในบ้านอีกครั้ง เหมือนเดิม
โทรศัพท์ดังจนเงียบไปเองอีก เสียงมันไม่ใช่เบาๆเลย แม้ว่าเขาจะยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วยังได้ยินชัดเจน ต้องไม่มีคนอยู่ในบ้านอย่างแน่นอน ลองโทรเข้ามือถืออีกครั้งดีกว่า หมออานะเริ่มพูดกับตัวเอง แล้วก็เริ่มหงุดหงิดที่ผลยังออกมาเหมือนเดิม หรือว่าจะมีเหตุเกิดขึ้นกับทีปนีจนทำให้รับโทรศัพท์ไม่ได้ หรือว่าทีปนีจะประสบอุบัติเหตุ !
อ่านต่อพรุ่งนี้ค่ะ (เจ้าของลิขสิทธิ์ : อังศุพร ญาณเวคิน)
|