วันพุธ ที่ 23 มกราคม 2551
เติมใจในช่องว่าง
Posted by
วินนา
,
ผู้อ่าน : 207
, 17:17:14 น.
พิมพ์หน้านี้
|
16 วันเสาร์ถัดมา ทีปนีก็ไปเยี่ยมคุณยายวารี หลังจากมัวยุ่งกับงานจนห่างบ้านสวนเมืองสุพรรณมาได้พักสักใหญ่ๆแล้ว แต่ไม่ว่าตัวจะห่างไปนานแค่ไหน เมื่อได้กลับไปที่บ้านนั้นทีไรใจหญิงสาวก็รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านทุกที คุณยายวารีดูมีความสุขเบิกบานใจเป็นพิเศษ เหมือนทุกครั้งที่มีลูกหลานแวดล้อมท่านพร้อมหน้า หมอนิคมก็ได้รับการยอมรับและเอ็นดูจากคุณยายและพ่อแม่ของเมทินีด้วย ชายหนุ่มกลายเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกบ้านสวนประจำสุดสัปดาห์ไปแล้ว อาทิตย์ไหนถ้าหายหน้าไปก็จะมีคนถามถึง ปีนี้คุณยายวารีจะมีอายุครบแปดสิบในเดือนหน้า ลูกหลานจึงคิดเตรียมการฉลองให้ท่านโดยองค์อรเป็นคนต้นคิด และมีเมทินีเป็นลูกคู่คอยสนับสนุนแม่ สองคนนี้เป็นคนที่ว่างที่สุด แม่ลูกคู่นี้ถนัดและสนุกกับการจัดงานเลี้ยงอยู่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่ต้องตามหัวหน้าครอบครัวไปประจำอยู่ยังต่างประเทศ แต่เจ้าของวันเกิดกลับอยากได้งานวันเกิดเรียบง่าย ใกล้ชิดกันเองอยู่ในหมู่ลูกหลานและญาติสนิทมิตรสหายก็พอ คนวัยคุณยายคงไม่รู้สึกสนุกกับงานปาร์ตี้วันเกิดแล้ว ท่านชอบการทำการบุญเลี้ยงพระมากกว่า จึงคิดจะมีการตักบาตรพระตอนเช้าตามปกติอย่างที่เคยทำมา และเลี้ยงเพลพระวัดใกล้บ้าน นอกนั้นก็ตามใจ สุดแล้วแต่ลูกหลานจะเห็นสมควรจัดการกันไปตามความพอใจ วันเกิดคุณยายปีนี้ตรงกับวันศุกร์ แต่ท่านเกรงใจว่าลูกหลานจะมาไม่สะดวก หรืออาจจะเสียงานเสียการเอาได้ จึงขอให้จัดงานในเย็นวันเสาร์แทน และจะเลี้ยงเพลพระในวันเสาร์ เพื่อให้ลูกหลานได้มีโอกาสมาร่วมทำบุญกันพร้อมหน้าพร้อมตา หลังจากวันนั้น วันที่เกิดเหตุฟุ้งซ่านเพราะโทรหาทีปนีไม่พบเป็นต้นมา หมออานะก็จะโทรไปถามสารทุกข์สุกดิบหญิงสาวทุกครั้งตามแต่เขาจะนึกได้ วันนี้หมออานะเลยคุยกับทีปนีเรื่องวันเกิดแม่ไปด้วยตอนที่โทรมาคุยกัน หวานว่าจะไปตั้งแต่เช้าวันเสาร์เลยค่ะ นัดกับพี่เมไว้แล้วว่าจะไปช่วยเตรียมของเลี้ยงพระน่ะค่ะ ที่เล่าให้ฟังเพราะอยากรู้ว่าเขาจะไปเมื่อไหร่ และจะมารับตัวเองไปด้วยกันหรือเปล่า แต่ก็ไม่กล้าถามออกไปตรงๆ จึงได้แต่บอกอ้อมๆว่าตัวเองจะต้องไปแต่เช้า หมอคงจะตามไปบ่ายๆ ตอนเช้ามีนัดกับคนไข้ไว้แล้ว ฝากไข่หวานทำบุญแทนหมอด้วยก็แล้วกัน ทำบุญนะคะคุณหมอ ไม่ใช่เข้าเวรทำงาน จะได้ทำแทนกันได้ ทีปนีได้ยินเสียงหมออานะหัวเราะชอบใจผ่านมาทางโทรศัพท์ และตัวเองก็พลอยหัวเราะตามไปด้วย คนทางฝ่ายโน้นไม่สามารถจะเห็นสีหน้าผิดหวังวูบของคนทางนี้ทั้งที่ยังหัวเราะได้ แต่เจ๊สุเห็นถนัดชัดเจนเมื่อเดินผ่านโต๊ะลูกน้องไป หลังจากหมออานะวางหูไปได้สักพัก โมไนยก็โทรมาชวนทีปนีไปสุพรรณด้วยกัน
คิดว่าแขกจะมากันมากนะครับ ที่จอดรถในบ้านอาจจะไม่พอ ผมว่าไข่หวานอย่าเอารถไปเลย ไปกับผมดีกว่านะครับ ชายหนุ่มเสนอขึ้นด้วยความหวังดี ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้องหรอกนะคะ หวานไม่อยากจะรบกวนไม้ หญิงสาวรีบปฏิเสธสวนออกไปในทันที โดยยังคิดหาเหตุผลมาอ้างไม่ทัน คนชวนอยากรู้ถึงเหตุผลที่ถูกปฏิเสธขึ้นมาในทันที แต่ทีปนีก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ซักถาม หญิงสาวอ้างว่าจะต้องออกไปธุระกับเจ้านาย แล้วก็รีบวางหู เมื่อพูดโทรศัพท์กับทีปนีเสร็จแล้ว โมไนยยังคงนั่งข้องใจเรื่องที่ถูกหญิงสาวปฏิเสธไม่ไปสุพรรณพร้อมกับเขา และเลยคิดย้อนไปถึงที่เขาเคยคุยกันกับน้าชายไว้ก่อนหน้านี้
.ไม้ก็หาเรื่องเข้าไปหาเขาสิ คิดเข้าสิ อย่าบอกนะว่าแกจีบสาวไม่เป็น น้าไม่เชื่อหรอก ไอ้ที่ผ่านๆมาของแกตั้งโขยงน่ะ ได้มาได้ยังไงล่ะ ที่ผ่านๆมา ผมไม่เคยจีบใครเลยนะครับน้าเล็ก มีแต่ผู้หญิงเข้ามารุมจีบผมก่อน ก็คนมันหล่อนี่ครับ หลานชายตอบยียวน มียายไข่เค็มนี่แหละเป็นรายแรกที่ไม่กรี๊ดผม ชายหนุ่มหัวเราะ หน้าทะเล้นสดใสตามลักษณะของเขาที่เป็นคนไม่เคยจริงจังกับอะไร เขาทำพูดเป็นเล่นกับน้าชาย แต่ในส่วนลึกแล้วก็รู้สึกว่าเสียหน้าอยู่เหมือนกัน อย่างที่ภาษาวัยรุ่นสมัยนี้เรียกว่า เสียเซ้ว โมไนยรู้ตัวและภาคภูมิใจในความสมบูรณ์แบบสำเร็จรูปของตัวเองมาโดยตลอด
รูปหล่อพ่อรวย แถมมีดีกรีนักเรียนนอกจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของอเมริกา ได้ทำงานดีรายได้สูงในบริษัทอินเตอร์ ก็เพิ่งจะมีทีปนีนี่แหละ เป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกขาดความมั่นใจในความเป็นคน มีดี ของตัวเองไป แล้วชายหนุ่มก็เลิกใส่ใจ ขี้เกียจจะสนใจต่อให้เสียเวลา ทีปนีไม่ใช่ผู้หญิงวิเศษวิโส เพียงแค่แปลกกว่าผู้หญิงที่เขาเคยพบพานมาก่อน
.ก็แค่นั้นเอง สาเหตุที่ทีปนีปฎิเสธน้ำใจของเพื่อนเก่า เป็นเพราะว่าหญิงสาวเข็ดขยาดกับการนั่งรถที่โมไนยเป็นคนขับ คงจะพอๆกับการไปหาหมอฟันเมื่อตอนเป็นเด็ก หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำไป ครั้งหนึ่ง ทีปนีติดรถชายหนุ่มคนนี้ไปสุพรรณด้วยกัน โมไนยขับรถเร็วและเลวมากตามปกติ จนเกือบจะประสบอุบัติเหตุขั้นร้ายแรง เพราะเขาขับไปปาดหน้ารถสิบล้อในระยะกระชั้นชิด โดยท้ายรถสิบล้อคันนั้นบรรทุกวัสดุก่อสร้างมาเพียบแปร้เต็มคันรถ โมไนยขับรถอย่างคะนองเพราะมั่นใจในฝีมือ และเชื่อมั่นในสมรรถนะของรถสปอร์ต ราคาแพงลิบของตัวเอง ชายหนุ่มคงลืมไปว่ารถสปอร์ตนั้นเขารับรองกันแค่เรื่องของความแรง แต่ไม่ได้รับรองความแกร่งว่าจะมีมากไปกว่ารถถัง และคนที่นั่งอยู่ในรถก็ประกอบไปด้วยเลือดเนื้ออย่างคนธรรมดาๆ ไม่ใช่มนุษย์โลหะที่หล่อมาจากเหล็กกล้าเสริมด้วยวัสดุกันกระแทกชั้นเลิศ ทุกครั้งที่คิดย้อนไปถึงวินาทีเฉียดตายในวันนั้นแล้วทีปนีก็ยังหวาดเสียวไม่หาย วันนั้น ถ้าคนขับรถบรรทุกฝีมือไม่ดีเยี่ยมยอด และมีสติไม่มั่นคงพอจะควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ ป่านนี้ทั้งสองคนก็คงจะเหลือแต่ชื่อเก๋ไก๋จารึกอยู่ใต้รูปถ่ายบนแผ่นหินอ่อน ติดอยู่บนกำแพงหรือฐานเจดีย์วัดไหนสักแห่ง หรืออย่างเบาะๆก็อาจจะพิการก็มีความเป็นไปได้สูงมาก แต่หญิงสาวรู้ดีว่าคนอย่างโมไนยบอกไม่ได้ เตือนไม่ฟัง ดังนั้นทางที่ฉลาดที่สุดคือพยายามหลีกเลี่ยงอย่านั่งรถที่เขาเป็นคนขับเป็นการดีที่สุด จึงได้ปฏิเสธการนั่งรถของชายหนุ่มมาโดยตลอดนับแต่วันเฉียดตายวันนั้นเป็นต้นมา เพราะทีปนีมีเหตุผลที่ยังอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ยังไม่อยากจะตายไปอย่างโง่ๆโดยเปล่าประโยชน์ตั้งแต่อายุยังน้อยๆ แน่นอนว่าหมอนิคมจะต้องได้รับเชิญไปงานเลี้ยงวันเกิดคุณยายวารีด้วย เมทินีได้เล่าเพลินเลยไปถึงรายละเอียดให้เขาฟังด้วยว่า คุณยายจะเลี้ยงเพลพระที่วัดเป็นการเฉพาะกับลูกหลาน ตอนเย็นถึงจะมีการเลี้ยงแขก ใจจริงหญิงสาวอยากจะชวนชายหนุ่มมาร่วมเลี้ยงพระด้วย แต่ก็นึกกระดากที่ได้เผลอพูดออกไปแล้วว่า การเลี้ยงพระเป็นเรื่องเฉพาะของลูกหลาน ตัวหมอนิคมเองก็อยากจะไปเหมือนกัน แต่ในเมื่อได้ยินว่าเป็นกิจกรรมของสมาชิกในครอบครัว ถ้าเขาโผล่ไปโดยไม่มีใครออกปากเชื้อเชิญ มันอาจจะเป็นการ เจ๋อ ไม่ถูกกาลเทศะไปก็ได้ หนุ่มสาวคู่นี้กำลังทำเรื่องง่ายให้กลายเป็นเรื่องยาก เพราะคิดมากพอกันทั้งคู่ แต่เมื่อเรื่องนี้รู้มาถึงหูของทีปนีเข้าโดยบังเอิญ ซึ่งอาจจะเป็นการบังเอิญจริงๆ หรือว่าคนหัวไวอย่างหมอนิคม อาจจะแอบเรียนรู้เทคนิคการสร้างความบังเอิญได้เหมือนจริงมาจากทีปนีก็เป็นได้ เรื่องยากเลยกลายเป็นง่ายไปในพริบตาเมื่อทีปนียื่นมือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผู้หญิงคนนี้ถนัดอยู่แล้วกับการช่วยคนอื่น แต่เรื่องของตัวเองกลับมืดบอด บ้าใบ้เข้าไปทุกที เข้าทำนองผงเข้าตาคนอื่นทีปนีล่ะเก่งนัก ช่วยเขาเขี่ย ช่วยเขาเป่าได้ แต่พอผงเข้าตาตัวเองบ้าง กลับพูดไม่ออกบอกไม่ถูก คุณหมอก็ไปกับหวานสิคะ ดีเลย หวานจะได้อาศัยรถคุณหมอไป ไม่ต้องขับไปเองให้เมื่อย พูดเพราะหวังว่าจะช่วยให้ชายหนุ่มคลายความเคอะเขินลง โดยยกเอาผลประโยชน์ร่วมกันขึ้นมาอ้างให้เขาสบายใจ ว่าตนไม่ได้ทำไปเพื่อช่วยเขาเพียงอย่างเดียว จะดีหรือครับคุณหวาน ผมไม่ใช่ลูกหลานคุณยาย คุณเมบอกว่าคุณยายจะทำบุญกับลูกหลาน หมอหนุ่มแย้ง ยังแสดงความลังเล ทั้งที่ใจจริงก็เห็นดีด้วยกับข้อเสนอของทีปนี แต่ยังติดจะเขินอยู่บ้าง เนื่องจากไม่แน่ใจว่าตัวเองได้รับเข้าเป็นลูกหลานบ้านโน้นแล้วหรือยัง โธ่ คุณหมอ ! ถ้าคุณหมอพูดอย่างนี้ หวานก็ไปไม่ได้เหมือนกันสิคะ หวานก็ไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆของคุณยายวารี คุณหวานกับผมมันไม่เหมือนกันนะครับ คุณหวานสนิทกับครอบครัวท่านมาแต่เด็ก ถึงจะไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ แต่ท่านก็นับคุณหวานเป็นลูกหลานคนหนึ่งไปแล้ว แต่ผมสิ
เสียงยังคงอิดออด บอกว่ากระดากและลังเลใจ ถ้างั้น คุณหมอก็อย่าไปร่วมทำบุญเลยดีกว่านะคะ ถ้าไปแล้วไม่สบายใจ เอ
.หวานเคยได้ยินคนเขาว่า ถ้าไปทำบุญแล้วไม่สบายใจ แทนที่จะได้บุญอาจจะกลายเป็นบาปไปเปล่าๆนะคะ คุณหมอไปเฉพาะงานเลี้ยงตอนเย็นเหมือนแขกคนอื่นๆทั่วไปดีกว่ามั้งคะ ทีปนีชักจะเริ่มรู้สึกหมั่นไส้หมอหนุ่มขึ้นมาตะหงิดๆ โทษฐานที่ท่ามากเหลือเกิน เพิ่งจะรู้วันนี้เองว่า ผู้ชายก็ดัดจริตเป็นเหมือนกัน บ้านนั้นเขาก็ไปมาหาสู่ออกบ่อย จนคนเขารู้กันไปทั่วแล้วว่าหมอไปติดพันลูกสาวเขาอยู่ นี่เกิดนึกอะไรขึ้นมาล่ะ ถึงได้มามีปัญหาเอาตอนนี้ ความหมั่นไส้ทำให้หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะแกล้งพูดแหย่ออกไปอย่างนั้น แต่พอพูดไปแล้วก็นึกสงสารเมื่อได้ยินเสียงตอบกลับมาทันทีว่า อ่านต่อพรุ่งนี้ ( เจ้าของลิขสิทธิ์ : อังศุพร ญาณเวคิน )
|