| กอดสายลมไว้อย่าให้หงอย 1 | ||
ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ภายหลังจากเสร็จสิ้นงานมหกรรมกีฬา Bowling มหากุศล (กรี๊ดดดดด ดีใจ) สายลมฯ ก็ต้องออกเดินทางไกลอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เป็นการเดินทางข้ามประเทศเชียว (เหมือนจะปลื้มนะเนี่ย) ค่ะไปทำงานค่ะมิได้ไปพักผ่อนเพื่อเตรียมถูกไล่ออกแต่อย่างใด (หน่อยบังอาจแช่งกันนะ ถ้าโดนไล่ออกจริง ๆ จะไปอาศัยท่านทั้งหลายรับประทานเป็นระยะ ๆ) แต่เนื่องด้วยความเร่งรีบและเร่งด่วนในการออก Entry สรุปผลต่าง ๆ ทำให้ขาดการพักผ่อนไปบ้างเล็กน้อย แน่นอนค่ะ งานที่ออกมาย่อมไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ดีต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะค่ะ สำหรับงานที่ควรจะทำให้ดีกว่านี้ได้ หรือการจัดส่งของรางวัล ของประมูล ฯลฯ ที่ล่าช้าไปหน่อย
ผลของการขาดการพักผ่อนตลอดคืน และความรีบเร่งทำให้สูญเสียพลังงานชีวิตไปพอสมควรซึ่งส่งผลทันทีที่ขึ้นไปนั่งแอ่งแม่งอยู่บนเครืองบิน Low Cost เจ้าของฉายา "ไอ้หางแดง" (ของพ่อสายลมฯ) ทั้ง ๆ ที่หิ๊ว หิว เพราะตลอดเช้านั้นไม่มีอะไรตกถึงท้อง นอกจากเบียร์หนึ่งกระป๋องและมันฝรั่งเลย์ถุงละ 20 บาทอีกหนึ่งถุง กะว่าจะไปเสียเงินกินของแพงบนเครื่องซักหน่อย แต่พอหัวถึงพนักเก้าอี้ได้ ไม่น่าเชื่อสายลมฯ หลับยาว จนแอร์ฯ แทบมาเขย่าเก้าอี้ให้เอาพนักขึ้นเพราะเครื่องกำลังจะลงจอด หรือพยามทำตัวปลงเพราะเครื่องที่โดยสารมานั้นบินวนอยู่เหนือสนามบินเสียห้ารอบ ตื่นมาทีไรก็เจอมันบินวนอยู่อย่างนั้น อย่ากระนั้นเลยนอนต่อเถอะถ้ามันจะตกก็ตายกันหมดนี่หละ จะกลัวทำไม
จนเที่ยวสุดท้ายคุณกัปปิตันสัญชาติไทยเธอบอกว่า "ขออภัยที่ทำการลงจอดล่าช้า เนื่องจากทัศนวิสัยเหนือสนามบินไม่ดีนัก แต่อย่างไรก็ดีเราจะนำท่านลงจอดภายใน 1 นาทีนี้" สายลมฯ ชะโงกหน้าผ่านไปมองข้างหน้าต่าง แล้วคิดในใจ "ไอ้ห่าข้างล่างนี่แม่งป่ามันชัด ๆ แม่งจะลงจอดตรงนี้เหรอ ป่ามันเนี่ยนะมึง ลงใน 1 นาทีบ้าอะป่าว" อย่าอ่านสิค่ะ มันมิสุภาพ ก็บอกแล้วไงว่าคิดในใจ ว่าแล้วก็หลับต่อเพราะจะลงตรงไหนมันก็คงต้องลงหละค่ะ ก็มาก๊ะมันแล้วนิ
ภายหลังจากผ่านพิธีการศุลกากร (แหม๋อยากเป็นสินค้าส่งออก) เรียบร้อยแล้วก็เหมือนเดิมสายลมฯ สลบต่อมาจนมาถึงเขตตัวเมืองสะหวันเขต ไม่ต้องห่วงค่ะตลอดทางไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนและนอน (กรนหรือเปล่าก็ไม่รู้) เจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ พาสายลมไปเลี้ยงรับรองที่ร้านอาหารลาวสไตลไทยชื่อร้าน "ลาว ลาวเด้อ" (เออออกรูรู้แล้ว) ซึ่งอาหารหน้ากินและรสชาติดีมาก (แม้นจะไม่กินเผ็ดและไม่กินผักก็ตาม) "คุณสายลมฯ จะรับอะไรเพิ่มมั้ยครับ" "ขอเบียร์ลาว (เบยลาว) ขวดนึงค่ะ" สั่งเสร็จนึกขึ้นได้ ตายหละเสียลุกซ์อีกแล้วเรา มาทำงานนี่หว่า แหะ ๆ เสร็จสิ้นมื้ออาหารเจ้าหน้าที่ดังกล่าวก็พาเรามายังโรงแรมที่พัก ซึ่งชื่อไท๊ยไทย "พรมประเสริฐ (พรมปะเสิด)" ซึ่งเป็นโรงแรมลักษณะคล้าย ๆ กับ "บังกะโล" บ้านเรา แต่ก็เอาหละได้นอนจริง ๆ ซะที ลงเครื่องมาตั้งแต่ 15.00 น. กว่าจะถึงสะหวันฯ ก็ปาไป 19.00 น. กว่า ๆ
แน่นอนค่ะด้วยความเหนื่อยและเพลียคืนนั้นสายลมฯ โดน "ผีอำ" หมายถึง เกิดอาการคล้ายที่เขาเรียกว่า "ผีอำ" น่ะนะค่ะ และแน่นอนไม่สบายเลยค่ะ มันเหมือนเราอยากจะตื่นแต่ตื่นไม่ได้ลืมตาไม่ขึ้นแต่พยายามจะตื่นขยับร่างกายไม่ได้ สุดท้าย !!! เอออช่างมะแอ้งนอนต่อเห้อเรา อิอิอิ สายลมฯ ผจญกับอาการ "ผีอำ" อยู่สามคืน คืนที่สองเหมือนมีคนมาเคาะห้องแต่ไม่สามารถลุกไปเปิดได้ด้วยอาการเดิม และจบลงแบบเดิม ๆ คือ นอนต่อ วันแรกที่ไปทำงานก็เลยสโหลสเหล่อีกเช่นเคยกอร์ปกับระยะทางจากสะหวันฯ ไปไซด์งานที่ทำงานค่อนข้างไกลต้องนั่งรถกว่า 1 ชั่วโมงมันก็เลยไม่สดใสนักสำหรับการทำงาน การตรวจสอบพื้นที่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากฝนตกอย่างแรง ย่าง (เดิน) ไปไหนไม่ได้เลยจมลงดินไปกว่าครึ่งแข้ง ถนนหนทางที่เป็นดินแดงก็ออกแนวจะแปลงร่างเป็นกับระเบิดให้ไม่กล้าย่างกายไปไหนไกล เพราะกลัวกลับเขาไซด์งานไม่ได้ ก็เลยได้แต่นั่งวางแผนกันไปในสำนักงาน หมดไปแล้วหนึ่งอาทิตย์อย่างไม่ค่อยได้อะไรนัก
จวบจนเมื่อวานนี้หละค่ะ ได้ออกไปเจอผู้เจอคนในเมืองกันบ้าง รถของอ้ายปิ่น (สารถีประจำการ) มารับที่โรงแรมเวลา 8.00 น.แป๊ะ วันนี้พิเศษกว่าเดิมเมื่อมีสาวน้อยนั่งคู่มาด้วย สอบถามไปมาพบว่าเป็นลูกสาวของอ้ายปิ่นวันนี้หยุดเลยติดมาเที่ยวด้วย เพราะว่าบ่ายสองจะมีเจ้าหน้าที่อีกชุดออกไปมุกดาหารเพื่อไปแวะซื้อของกัน ถามหนทางที่จะไปสถานที่เที่ยวที่ได้ดูในหนังสือ Trip ฉบับ ลาวใต้ สถานที่ ๆ ไม่เคยไปก็คือ "ปราสาทเรือน (เฮือน) หิน" และ "พระธาตุโพน" อ้ายปิ่นแนะว่า ไม่น่าจะไป "ปราสาทเรือนหิน" เพราะไกลและหนทางไม่ดี สายลมฯ เลยถามถึง "พระธาตุโพน" ว่า "ไกลโพดบ่" แปล หมายถึง ไกลมากมั้ย
นี่คือภาพที่สามารถถ่ายได้นะค่ะ เพราะที่เหลือเบลอหมดกล้องมันสั่นมั๊ก มั๊ก "บ่ไก๋สี่สิบห้าหลัก" หมายถึง สี่สิบห้ากิโล แต่อ้ายปิ่นคงลืมบอกเราไปว่า 1/3 ของทางนั้นเป็นทางลูกรัง ซึ่งเมื่อลงมาตามทางหมายเลข 13 (ทางไปปากเซ) แล้วมาแยกตัดเข้าวัดพระธาตุนั้น เราจึงหลีกเลี่ยงทางลูกรังแดง ๆ คล้ายสังขยาไข่ไม่ได้เลย แม้นทางไม่ไกลแต่เราก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าจะเข้าไปถึงองค์พระธาตุและตลอดทางถ้าเราไม่เจอเพื่อนร่วมถนนที่ไม่คำนึงถึงกฏจราจร (ไม่แน่ใจว่าเขารู้กันหรือเปล่าว่ามีกฏจราจรนะแกนะ)
สภาพภูมิประเทศ และสภาพอากาศ เต็มไปด้วย ฝนกับฝน และฝน เราก็จะเจอกับจ้าวถนนที่แท้จริง ซึ่งสายลมฯ และอ้ายปิ่นเองก็ไม่รู้ได้ว่าพวกเขาเหล่านั้นมาร่วมสร้างถนนเหล่านี้เมื่อไหร่ แน่นอนค่ะ มันไม่ใช่ลูกนักการเมืองลืมชื่อพ่อคนไหนมันคือ "งัว" และ "แบ้" หรือ วันและแพะนั้นเอง
แค่คิดก็เหนื่อยและค่ะ ไว้ต่อกันพรุ่งนี้ดีกว่า วันนี้หิวข้าวและ ต้องรีบไปกิน ไม่งั้นเดี๋ยวกินไม่ทันเพื่อน อิอิอิ ไซด์งานอ่ะค่ะ เขาจัดข้าวให้กินรวมกันเป็นสำรับกินช้าอด หมดนะเอ้อ !!! (พรุ่งนี้มาว่ากันใหม่เด้ออ้ายเด้อ)
เพลงนี้ขอมอบให้ "เด็กผี" ทุก ๆ คน วะ ฮะ ฮ่า 21 นี้ไปตามลุ้นกันที่ มอสโคว์
|