| กอดสายลมไว้อย่าให้หงอย 1 | ||
ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
พิมพ์หน้านี้
|
ต่อจาก ไป สะหวันฯ กันมั้ย??? ตอน 1 บ่นบ่น ต้นเรื่อง ไป สะหวันฯ กันมั้ย??? ตอน 2 คุยเฟื้องเรื่อง ธาตุโพน ไป สะหวันฯ กันมั้ย??? ตอน 3 นำเบิ่ง ธาตุอิงฮัง
โรงแรมจีนในสะหวันนะเขด (แต่สายลมฯ ไม่ได้พักที่นี่หรอกนะค่ะ อิอิอิ) หลังจากที่กลับมาจากการทำบุญนมัสการพระธาตุไปแล้วถึงสองพระธาตุ จึงล่วงรู้ถึงสัจธรรม และธรรมอันเป็นจริงว่า "การอิ่มบุญ มิช่วยให้อิ่มข้าวได้" ถ้าวัดไม่มีงานบุญและแจกอาหารเป็นทานอ่ะนะค่ะ เพราะตอนนี้ล่วงเลยกินเวลาอาหารเที่ยงมากว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว อ้ายปิ่นจึงขับรถตู้คู่ใจพร้อมซีดี "ตั๊กแตน ชลลดา" พาพวกเรามายังตลาด "ตลาดสิงคโปร"
ขอบคุณภาพตลาดสิงคโปร์จากนิตยสาร "Trip ฉบับ ลาวใต้" งงหละสิ มาลาวจะมาเที่ยวตลาดสิงคโปรได้ไงชิมิ !!! ตลาดสิงคโปรนี่ตั้งอยู่บนถนนศรีสว่างวงค์ (ชื่อเจ้ามหาชีวิตของลาวจ้า) เป็นตลาดซึ่งทางรัฐบาลสิงคโปรออกเงินช่วยเหลือในการสร้างให้แทนตลาดเก่าในตัวเมือง หรือชื่อทางการลาวเรียกว่า "ตลาดสะหวันนะชัย" หรือ "ตลาดใหญ่"
ท่าเรือข้ามฝากจากมุกดาหารมาสะหวันนะเขด เป็นด่านศุลกากรเสร็จสรรพ ในตลาดแห่งนี้มีของขายนานาชนิด ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจาก ไทย จีน และเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็น เครืองใช้ไฟฟ้า สินค้าอุปโภค บริโภค ถูกจัดแบ่งไว้เป็นโซนอย่างเป็นระเบียบ นอกจากนี้ตลาดสิงคโปรดังกล่าวยังเป็นท่ารถที่จะเดินทางไปยังต่างอำเภอของแขวงสะหวันเขตอีกด้วย ถึงแม้นว่าตลาดสิงคโปรจะมีเวลาเปิดและปิดอย่างเป็นทางการว่า 05.00 น. - 18.00 น. ก็ตามแต่เวลาที่สายลมเดินทางไปถึงและเดินเลือกซื้อของนั้น บรรดาแม่ค้าพ่อค้าต่าง ๆ ก็ได้ทยอยกันเก็บข้าวของกลับบ้านกันแล้วทั้ง ๆ ที่เวลาขณะนั้นไม่น่าจะเกิน 14.00 น. สินค้าที่ขึ้นชื่อของลาวที่นำมาขายยังตลาดแห่งนี้ก็ได้แก่ผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน เช่น ผ้าซิ้น ผ้าซิ้นของลาวก็มีรูปแบบและเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนของไทย เรื่องความวิจิตรบรรจงคงไม่ต้องพูดถึง สายลมฯ ไม่ได้ชาตินิยมแต่อย่างใด แต่ของไทยเรากินขาดจริง ๆ ผ้าซิ้นของลาวมีลักษณะเป็นผ้าซิ้นต่อชาย เรียกว่า "ตีนซิ้น" จะเป็นผ้าอีกผืนหนึ่งต่างหากเพื่อต่อที่ชายของซิ้นตัวหลัก ส่วนใหญ่ผ้าซิ้นของลาวจะทอเป็นลายน้ำไหล ผ้าซิ้นของลาวจะสามารถเป็นตัวแบ่งฐานะของผู้สวมใส่ เช่น ผ้าซิ่นไหมจะเป็นผ้าของแม่หญิงผู้มีฐานะดี หรือมีสกุลดี และส่วนใหญ่จะมีลวดลายของตีนซิ้นขัดด้วยไหมเงิน ในขณะที่ผ้าซิ้นฝ้ายธรรมดาจะเป็นของแม่หญิงที่มีฐานะปานกลางลงไป ลวดลายของตีนซิ้นก็จะเป็นลวดลายดอกไม้ สัตว์ และอื่น ๆ ซึ่งทำจากซิ้นไหมธรรมดา (แน่หละมันแพงนี่เหว่อออ)
ตลาดอีกแห่งซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า และ เหล้า ราคาถูก นอกจากนี้ศิลปการท่อผ้าต่าง ๆ ของชาวลาวจะแบ่งประเภทการใช้งานของผ้าต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น การท่อตุงประดับในงานบุญ ซึ่งเชื่อว่าจะได้อานิสงค์มากหลาย (มากมาย) การทอผ้าประดับ เช่น ผ้าลายพระธาตุ ผ้าลายสัตว์บูชา ผ้าลายชาดก (จะมีขายมากที่ตลาดข้าวเหนียว หลวงพระบาง ไว้จะมาเล่าให้ฟังต่อนะจ๊ะ)
การทำความสะอาดถนนเรียบฝั่งโขงของลาว มีเทศกิจกะเขาเหมือนกันนะเอ้อ!! การทอผ้าถวายพระ ผ้าชนิดนี้จะมี่ความพิเศษที่การทอจะทอเป็นตัวหนังสือเกี่ยวกับธรรมะ และคำสอนต่าง ๆ เพื่อใช้ถวายในงานบุญ เมื่อเสร็จสิ้นงานบุญแล้ว จะนำมาตัดเพื่อทำเป็นผ้าเช็ดปากถวายพระสงฆ์ต่อไป ว่ากันว่าผ้าพวกนี้จะทำให้ผู้ถักทอถวายได้รับอานิสงค์แรง
เฮือนพัก "แม่โขง" เกรสเฮาท์มีชื่อริมฝั่งโขง (แหง๋หละไม่มีชื่อจะเรียกไงยะ) จะเห็นว่าวิถีชีวิตของชาวลาวส่วนใหญ่จะเกี่ยวเนื่องกับศาสนาและความเชื่อเสียมาก ว่ากันว่า หากเอาเรืองกุศลผลบุญมาชี้นำชาวลาว รับประกันได้เลยว่าเป็นทุ่มทุนสร้างกันทุกหมู่เหล่า เพราะจากที่สายลมฯ เห็นมาไม่ว่าจะเป็นศิลปฯ การก่อสร้าง หรืออะไรก็ตามในประเทศนี้ล้วนแต่มีแนวความคิดมาจากเรืองของผลบุญผลกรรม น่ะเอาอีกแล้ว พามาเที่ยวไม่ได้พามาเทศน์ แล้วยกมือกันทำไมหละนั้น ชักหิวและไปหาอะไรกินกันดีกว่า
ถนนหนทางในสะหวันนะเขด ในเรืองอาหารการกินนี่ก็เหมือนกันค่ะ อย่าคิดว่าจะหาส้มตำกินได้ง่าย ๆ ที่ลาวนะค่ะ ที่นี่มีส้มตำเหมือนกันค่ะ แต่ไม่เป็นที่แพร่หลายเหมือนประเทศไทย ถ้าเป็น "ร้านลาบ" หละไม่แน่ มีแทบทุกถนนเชียว เรืองการกินอยู่ของประเทศลาวนี้ได้รับอิทธิพลมาจากทางเวียดนาม นอกจาก "ข้าวจี่" (ข้าวจี่ หมายถึง ขนมปังฝรั่งเศสนะค่ะ ที่มีไส้นั้นเรียกว่า "ปะเต" ต้องขออภัยที่บอกพลาดไปในตอนที่ 1 คือ เพิ่งทราบเมื่อวานนี้เหมือนกัน) ที่กินกันตอนเช้าแล้ว จะเห็นได้ว่ามีการตั้งร้านขาย "เฝอ" อยู่ทั่วไป แต่ลาวไม่เรียก "เฝอ" ค่ะ ลาวเรียก "ข้าวเปียก" (อย่าได้คิดเป็นอย่างอื่นเชียว น่ะ นะ อย่าเชียวนะ) แต่ถ้าไทยทางแถบอุบลฯ อุดรฯ หรือจังหวัดติดกับแม่น้ำโขงจะเรียกว่า "ก๋วยจั๊บญวณ" ค่ะ แน่นอนค่ะ ผักเพียบ ดังนั้นอย่าได้หวังว่าจะได้แอ้มลำไส้สายลมฯ เลยฝันไปเห้อ
หม้อต้มข้าวเปียก แน่นอนค่ะเราสำรวจอาหารการกินกันทั้งตลาดสิงคโปรแล้วก็ลงความเห็นกันว่า "กินไม่ได้" หรือ "กินไม่ลง" นั้นเอง เพราะส่วนใหญ่เป็นอาหารพื้นเมือง และน้อง ๆ เขามองว่ามันคงไม่ผ่าน อย. (ไม่อะหย่อย) แน่นอน หรืออาจจะก่อให้เกิดมรสุมในท้องน้อย ๆ ของน้อง ๆ สายลมฯ เราจึงต้องทนนั่ง "สกายแล็ป" กลับไปกินข้าวในร้านหน้าโรงแรมอย่างช่วยไม่ได้ มาต่างบ้านต่างเมืองต้องระวังค่ะ เป็นอะไรไปมันจะลำบาก ใครจะทำงานหละเวลายิ่งจำกัดอยู่ อิอิอิ ![]() ร้านอาหารลักษณะกึ่งสโมส
ร้านขาย "น้ำเต้าหู้" ข้างทาง
ชายสี่หมี่เกี้ยว ก็มีนะเนี่ย หลังอาหารกลางวันมื้อนั้นเป็นเวลาบ่ายสามโมงครึ่งแล้วแต่แดดก็ยังนายอยู่ อีกทั้งน้อง ๆ ของสายลมฯ ต่างก็เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเราจึงมีมติเป็นเอกฉันท์สามต่อหนึ่ง (สายลมฯ น่ะหละหนึ่ง) ว่าควรจะกลับเข้าไปในโรงแรมแล้วใครอยากจะไปไหนก็ไป ไม่ต้องมาตาม อิอิอิ
ร้านตัดผมสไตล์ลาว สายลมฯ จึงได้เข้าไปนอนหลบแดดจนกว่าแดดจะวายก็ปาไปห้าโมงเย็น จึงค่อย ๆ ย่องออกมาจากโรงแรม ไปเดินเที่ยวดีกว่า มานอนคุดคู้ทำไรน๊อออ อ้วนจะแย่
ร้านยัมมี่ ร้านฟาสฟูดส์สัญชาติลาว จะหาว่าลาวนี่มีแต่อาหารแบกะดินก็ไม่ได้นะค่ะ ร้านพาสฟูสต์ก็มีให้เห็นนยี่ค่ะ "ยัมมี่"
ขอบคุณภาพแผนที่เมืองสะหวันเขดจาก "นิตยสาร Trip ฉบับ ลาวใต้"
ธุรกิจธนาคารในประเทศลาวขยายตัวเป็นอย่างมากในปัจจุบัน สะหวันนะเขด นอกจากจะเป็นชื่อแขวงแล้วยังเป็นชื่อเมืองหลวงของแขวงด้วยเช่นกัน อยู่ถัดลงมาจากแขวงคำม่วนมาทางตอนใต้เลียบแม่น้ำโขง เป็นแขวงที่มีประชากรลาวอาศัยอยู่มากที่สุด
โบสถคาทอลิก นักบุญเทเรซ่า
ชุมชนฝรั่งเศสในอดีต
ซึ่งยังคงหลงเหลือสถาปัตย์กรรมไว้ให้ได้เรียนรู้
บ้างก็ถูกดัดแปลงเป็นร้านอาหาร
บ้างก็เป็นเกรสเฮาท์
ชุมชนย่านโบสถคาทอลิค นักบุญเซนเทเรซ่า
สะหวันนะเขดอยู่ตรงข้ามกับจังหวัดมุกดาหารของไทย ปัจจุบันสามารถขับรถข้ามสะพานข้ามโขงเข้าไปในประเทศลาวได้ แต่รถที่จะขับเข้าไปหากเป็นสัญชาติไทยต้องทำวีซ่าข้ามเข้าไปใช้ในลาวเสียก่อน นอกจากนี้วิธีดั้งเดิมก็ยังได้รับความนิยมนั้นคือ การข้ามเรือข้ามฝากไปยังประเทศลาว ซึ่งจะทำให้ได้บรรยากาศการล่องน้ำโขงไปในตัว
โบสถจีน อีกสถานที่หนึ่งที่น่าสนใจ
ประวัติศาสตร์ของเมืองสะหวันนะเขด (บางที่เขียน สะหวันนะเขต แต่นี่สายลมฯ ดูมาจากต้นฉบับประเทศลาวเขียน "เขด" สะกดด้วย "ดอผู้เด็ก" แหะ ๆ) เริ่มมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ มีชื่อว่า "สุวันนะพูมประเทศ" (ซึ่งแปลว่าเมืองทอง มิใช่ เมืองสวรรค์แต่อย่างใด) เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
สวนสาธารณะ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่
วัดจีนในบริเวณใกล้เคียงทำให้รู้ได้ว่า
วิทยาลัยในสะหวันเขต สนใจเป็นนักเฮี้ยนนอกบ่
ชาวลาวนิยมเล่นกีฬา จะเห็นได้ว่าในเขตสนามกีฬามีการเล่นฟุตบอลอยู่รวมกันหลายสนามทีเดียว (น่าติดต่อให้มาเตะกับทีม OK United ของเราเสียเหลือเกิน แต่คงเสียเปรียบเรื่องอายุ เพราะของเราสูงอายุกว่ากันแยะ อิอิอิ)
โรงตีลูกปีกไก๊ (โรงแบทมินตัน) ในปี 2120 ท้าวหลวงและนางสิมได้อพยพผู้คนจากภาคเหนือลงมาตั้งหมู่บ้าน ชื่อว่า "หลวงโพนเมืองสิม" ห่างจากตัวเมืองปัจจุบันประมาณ 18 กิโลเมตร เส้นทางเดียวกับการไปพระธาตุอิงฮัง
บรรยากาศริมฝั่งโขงยามเย็น แต่พอถึงปี พ.ศ. 2185 ท้าวสิมพะลีบุตรชายได้พาชาวบ้านหลายสิบครอบครัวแยกออกไปตั้งเมืองใหม่ในเขตสะหวันนะเขดเรียกว่า "บ้านท่าแร่" (คนละที่กะที่รัปทานเก้งเอ้งนะจ๊ะ) เพราะอุดมด้วยแร่ธาตุและท้องคำจนถึงปี 2462 ลาวตกเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ก็ได้มีการตั้งสำนักงานผู้ว่าราชการแผ่นดินประจำแขวงที่ท่าแร่ และฝรั่งเศสก็เปลี่ยนชื่อเมืองดังกล่าวเป็น "สะหวันนะเขด" มาแต่บัดนั้น และเป็นเช่นนี้แล
บรรยากาศริมฝั่งโขงตอนพระอาทิตย์ตกลงตรงฝั่งไทย
โกดังเก็บสินค้าเก่าริมฝั่งโขง
แพอาหารริมฝั่งโขงด้านประเทศลาว สายลมฯ เริ่มออกเดินทางตามแผนที่นั้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เพราะแดดวายจนแทบจะวอดแล้วโดยเดินลัดเลาะไปตามถนนที่มีการจัดผังเมืองได้เป็นอย่างดี ซึ่งก็มีบางจังหวัดของไทยเช่นกันที่มีการจัดผังเมืองได้ดีแบบนี้ เท่า ๆ ที่สายลมฯ ทราบ คือ จังหวัดอุดรธานี คือ มีลักษณะเป็นบล็อกเป็นระเบียบ
การรับสมัครพนักงานของบริษัทฯ ห้างร้านต่าง ๆ ในสะหวันนะเขด
การโฆษณาเพื่อขายโปรแกรมท่องเที่ยวไปเวียดนาม
สะพานข้ามแม่น้ำโขงในเขตจังหวัดมุกดาหาร
ร้านอาหารหลากหลายริมโขง
จริง ๆ แล้วสถานทีท่องเที่ยวในเมืองสะหวันเขดนั้นมีมิใช่น้อย แต่เนื่องด้วยสายลมฯ ออกเดินซะเกือบมืดทำให้แทบจะไม่ได้เข้าไปเยี่ยมชมสถานที่ต่าง ๆ เลย อาศัยว่าเคยมาแล้วในอดีตจึงได้ทำการเดินผ่านเพื่อระลึกอดีตไปเรือย ๆ ซะงั้น
ป้ายรถประจำทาง ซึ่งสายลมฯ คิดว่ามีมากกว่าจำนวนรถที่วิ่งในสะหวันเขด
วัดแสนยาภูมิ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง
ศาลท่านมเหศักดิ์ เมืองไกรสอน พิมวิหาร
สถานีขนส่ง
ด่านศุลกากรและด่านตรวจคนเข้าเมือง
บรรยากาศริมฝั่งโขงยามค่ำ
สวนสนุกเล็กที่ผลิตภัณฑ์จากประเทศจีน อ้อ อีกกิจกรรมหรรษาของสายลมฯ คือ การเดินหาคลื่นโทรศัพท์ของ "น้องส้ม" เพื่อติดต่อเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่เมืองไทยเพื่อตามงาน และเมาท์ชาวบ้านไปตามเรือง อิอิอิ เอาเป็นว่าเดินคุยไม่ได้ เดินคุยคลื่นหลุด จนพี่หมีพูห์ต้องบอกว่า "อย่าหายใจแรง สัญญาณขาด วะ ฮะ ฮ่า" หรือน้องจูนบอกว่า "พี่มีเรือมั้ยขับออกไปหาคลื่นสิพี่คลื่นจะได้แรง ๆ" น๊านนดูมานนน จะห่วงเราบ้างก็มิมี
บรรยากาศริมฝั่งโขง
เนื่องจากโทรศัพท์ของสายลมฯ เครืองนี้มิได้ต่อโรมมิงค์ไว้ แต่หากเรามายืนบริเวณที่คลื่นจากเมืองไทย (มิใช่สึนามินะค่ะ) สามารถทะลุทะลวงฟันเข้ามาได้เราก็สามารถใช้โทรศัพท์ไทยได้เช่นกัน
แต่หากเราโรมมิงค์ไว้เราสามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศลาว แต่สิ่งที่ลืมมิได้นั้นคือ ค่าโทรศัพท์ก็จะเป็นอัตราต่างประเทศเช่นกัน เท่า ๆ ที่ทราบมารู้สึกว่าจะนาทีละ 60 บาท และแม้นจะไม่รับก็ตามจะต้องโดนชาร์ตไปแล้ว 1 นาทีเป็นค่าสัญญาณ เป็นไงค่ะ จากที่คิดถุงงง ก็เลยหายคิดถุงงงกันไปเลย และถ้ายิ่งเห็นบิลค่าโทรศัพท์แล้วจะหายยยคิดถุงงงงง กันไปอีกนานเลยหละค่ะ
จำปาลาว (ลั่นทม หรือ ลีลาวดีนั้นเอง)
ไม่มีขาตั้งกล้องค่ะ (มีแต่ขาตั้งกรู) รูปเลยสั่นไปมากขออภัยค่ะ
กองพลังงานและบ่อแร่ รัฐวิสาหกิจก่อสร้างและติดตั้งไฟฟ้า
ถนนด้านหลังเลียบขนาดแม่น้ำโขง
ต้องนั่งหาสัญญาณคุยโทรศัพท์แถว ๆ เสาส่งนี่หละค่ะพี่น้องคะ ดังนั้นเพื่อเป็นการ Save my soul สายลมฯ จึงต้องทำการปิดเครืองที่เปิดโรมมิงค์ไว้ เพื่อใช้ในการโทรออกสถานเดียวเท่านั้น แต่อีกเครื่องนั้นเปิดไว้เพื่อรับเผื่อว่าน้องส้มเธอจะแร๊งงงงงงงง สัญญาณมาถึงกะเขาบ้าง (แต่ก็มิได้นำพา เห้ออออ) เรืองน่ารู้อีกเรืองสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าจะประเทศใด ๆ ในโลกก็ตาม การส่งเมสเสทสามารถใช้แทนกันได้ค่ะ ราคาถูกไม่เกินครั้งละ 15 บาทสำหรับผู้รับในต่างประเทศ และอัตราปกติสำหรับผู้ส่งในประเทศไทย
อันนี้เป็นกองบัญชาการทหารของท่านไกรสอนค่ะ ต้องลอบบันทึกภาพตอนมืด ๆ อิอิอิ
เชื่อหรือไม่ค่ะ ตึกหลังนี้อดีตเป็นแหล่งรวมความบันเทิงของชาวสะหวันฯ ค่ะ
สโมสรวัฒนธรรมของแขวงสะหวันนะเขดค่ะ
สำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ สะหวันพัฒนา
ตู้ ATM หนึ่งเดียวอันนี้ที่มีให้ชื่นชม (คือ อันอื่นไม่รู้ค่ะไม่เห็น อิอิอิ) ดึกมากแล้ว (3.40 น.) สำหรับวันนี้สายลมฯ ขอลาไปสลบก่อนแล้วจะมาเล่าเรืองที่เที่ยวต่าง ๆ ของสะหวันเขดให้ฟังอีกทีและกันนะค่ะ
ย่านชุมชนฝรั่งเศสหน้าโบสถคาทอลิค นักบุญเทเลซ่า
สาวน้อยหมอนวด ณ ร้านนวดแผนลาว ร้านประจำ คืน (วัน) นี้ขอลาไปก่อน กอดหมอนนอนหาววววว พรุ่งนี้ต้องไปลำบากลำบนบนแผ่นดินชาวบ้านเขาต่อไปค่ะ ฝ้นดีนะค่ะ พระคุ้มครองค่ะ สายลมที่ผ่านมา
|