| กอดสายลมไว้อย่าให้หงอย 1 | ||
ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
"ปะเต" ทำจากขนมปังฝรั่งเศส (ข้าวจี่)
ถ้าจะพูดถึงอาหารการกินในแขวงสะหวันเขต หรือของคนลาวส่วนใหญ่ก็จะเป็นอะไรที่เรียบ ๆ ง่าย ๆ ไม่มีอะไรพาดโผนมากนัก กรรมวิธีก็แบบเดิม ๆ ที่เราเคยเห็นกัน เช่น ปิ้ง ย่าง ทอด ไม่ค่อยมีขั้นตอนอะไรมากมาย
การหมักเนื้อไก่ก่อนทำการประกอบอาหาร ที่เห็นนี่คือ "การหมัก ปิ้งไก่"
"ปิ้งอึ่ง" ของกินขึ้นชื่อย่าน "เซบั้งไฟ"
ทุกอย่างเราจะได้เห็นแม่ครัวปรุงสด ๆ ย่างรวมกัน
ดูกันชัด ๆ ถึงความสด
และความ "สยดสยอง" ที่สายลมฯ ไปพบพาน หากมีขั้นตอนมาก ๆ แบบอาหารไทยชาวลาวก็ถือเป็นอาหารพิเศษสำหรับรับรองแขกกันแล้ว อย่างเช่นที่สายลมไปกินที่เมือง "เซบั้งไฟ" ร้านอาหารส่วนใหญ่ก็จะเหมือน ๆ กันขายอาหารที่เหมือน ๆ กัน เช่น ส้มตำ ลาบ ไก่ย่าง อึ่งย่าง ปลาย่าง อย่างดีหน่อยก็มีอาหารตามสั่งแบบที่คนลาวเขากินกัน หรูนิดนึงก็มีต้มยำปลาให้ได้ยล และชิมชมแต่รสชาดก็จะต่างกับบ้านเราโดยสิ้นเชิง คือ รสไม่จัดซะเป็นส่วนใหญ่
ต้มยำปลาแม่น้ำที่เสริฟท์มาในโถข้าวอย่างหรู
แต่ที่สายลมฯ กินได้จริงๆ มีแค่เนี่ย "ปิ้งไก่" กะ "ปิ้งหมู" อิอิอิ การกินอาหารนอกบ้านในประเทศนี้หากไม่ใช่ในเมือง และไม่ใช่อาหารพื้นเมืองแล้วถือเป็นเรืองใหญ่ เพราะมีคนจำนวนน้อยนักที่จะนิยมกินอาหารนอกบ้าน ดังนั้น หากต้องการกินอาหารที่ร้านใดก็ตามควรมีการโทรสั่งล่วงหน้า เพื่อให้ร้านอาหารเหล่านั้นได้ทำการตระเตรียมวัตถุดิบให้พร้อมบริการ
วิวบริเวณร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ "บ้านสิวิไล"
ที่เห็นอยู่ข้างหน้านี่หละค่ะ "ประเทศไทย"
แสงระยับที่สะท้อนแดด บอกได้ว่า "โครตะระร้อน" เย้ยยค่ะ
เกาะแก่งในลำน้ำโขงบริเวณเขตจังหวัดนครพนมและแขวงสะหวันเขต สำหรับในวันหยุดหากพักอยู่ที่โรงแรมที่พักสายลมฯ ซึ่งโดยพื้นฐานเป็นคนขยัน (น้อย) อยู่แล้ว ถ้าไม่เดินออกไปหาอะไรกินที่ปากทางเข้าโรงแรม ก็จะสั่งอาหารของทางโรงแรมมากิน ซึ่งก็ค่อนข้างถูกปากอยู่พอสมควร โดยเฉพาะ "ต้มยำเนื้อ" ที่ใส่ส้มมะขามกลิ่นหอมหวานรสชาดถูกปากนี่สายลมฯ สั่งกินแทบจะทุกมื้อ
โฉมหน้า "ต้มยำเนื้อ" ที่ว่า น่ากินมะ
ช้อนที่นี่เรียกว่า "บ่วง" อย่าเรียกผิดอ่ะเดี๋ยวไม่มีอาวุธ กินกับเบียร์ลาว หรือ "เบยลาว" เบียร์ท้องถิ่นขึ้นชื่อ
นอกจากเบียร์ลาวแล้วยังมี "เบียร์ฮอลแลนด์"
กินกันแบบเป็นวุ่นนะพี่นะ อิจฉาชิมิ อิอิอิ แต่ด้วยมาทำงานที่ประเทศลาว และเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ (ซึ่งไม่ถูกต้องนัก) ว่าเจ้าของบ้านต้องเลี้ยงแขก และต้องเลี้ยงด้วยอาหารที่ถือว่าพิเศษของท้องถิ่นตน (เพราะเราจะได้ใช้งบฯ บริษัทฯ กินด้วยกัน) ดังนั้น สายลมฯ จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรับเลี้ยงจากหน่วยงานเจ้าบ้าน (ไม่อยากไปเร้ยยยยจริงจริ๊งงงงงงงง)
โรงแรม "พรมปะเสิด" ที่พักค่ะ
สำนักงานรีเซฟชั่นของโรงแรม เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นเป็นไม้ค่ะ อาหารพิเศษที่หน่วยงานดังกล่าวจะเลี้ยงนี้ก็ได้มีการเกริ่นนำให้เราอยากกินมาก่อนหน้านี้แล้ว เพราะว่ายังไม่รู้ว่ามันคืออะไร สุดท้ายปริศนาก็ได้รับการเฉลย ม้นคือ "ซิ้นดาด" หรือ "หมูกะทะ" นั้นเอง แต่มันพิเศษที่ว่า "ซิ้นดาด" ที่นี่มันจะมีเนื้อหลากหลายให้เลือก
สวนหย่อมที่จัดไว้สำหรับให้แขกนั่งรอหรือนั่งเล่น เนื่องจากไปกับหน่วยงานฯ ก็ไม่ได้คิดอะไรมากค่ะ เขาสั่งอะไรมาก็กิน ๆ ไป ไอ้ครั้นจะควักกล้องออกมาถ่ายก็กระไร เดี๋ยวเขาจะงงว่าทำอะไรฟระ และรังแต่จะต้องอธิบายกันยาวอีกค่ะว่าไม่ได้ถ่ายรูปเอาไปเป็นหลักฐานการใช้งบประมาณผิดประเภท
โรงแรมที่พักค่ะ "ห้องวีไอพี" แต่ห้องนี้เป็นแบบ "Sweet Suit" วันที่เขาเลี้ยงก็หลากหลายเมนูค่ะ ไม่ว่าจะเป็น เห็ดเข็มทองผัดน้ำมันหอย (แต่ใส่พริกซะนึกว่าผัดพริก), ซี่โครงหมูทอดกระเทียม, ชุดซิ้นดาด ก็ได้แก่ ชุดเนื้อวัว, ชุดหมู ฯลฯ สั่งกันมาเต็มโต๊ะเลยค่ะ เลี้ยงแขก 4 คนเจ้าบ้านประมาณ 40 คน เรียกกันว่าแทบจะเหมาทั้งร้าน (ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ดูได้จริง ๆ ค่ะกลัวโดนล้อมกรอบอีก)
มีสนามเทนนิสด้วยนะ ทำเล่นไป หรูมั้ยหละ แต่อาหารที่ถูกปาก และติดใจสายลมฯ จนต้องกลับไปท้าพิสูจน์อีกครั้งนั้นคือ "ซิ้นดาด ชุด เสือ" เพราะรสชาดละมุนนุ่มลิ้นเสียเหลือหลาย ถามใครก็ไม่มีใครฟันธงให้ฟังว่าไอ้ที่กินน่ะมัน เนื้อวัว หรือเนื้ออะไร แน่นอนค่ะ ต้องท้าพิสูจน์ด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง
ร้านนี้หละค่ะ ขึ้นชื่อ
อะดูกันชัด ๆ ค่ะ ชื่อร้าน "ระเบียงนา" สายลมฯ จำได้คร่าว ๆ ว่าร้านนี้อยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่พักมากนัก ดังนั้นในค่ำวันหนึ่งสายลมฯ จึงแอบย่องไปแต่โดยลำพัง ได้ผลค่ะเดินจากโรงแรมมาประมาณ 10 นาทีในสปีดของสายลมฯ นะค่ะ (ใครไม่ทราบหรืออยากทราบสปีดของสายลมฯ สอบถามได้จาก Mayjune หรือ Kate ได้ค่ะ สองสาวนี่ซึ้ง อึ้งกิมกี่มาแล้ว)
บรรยากาศร้าน เหมือนบาร์เบียร์บ้านเราค่ะ มึด ๆ มัว ๆ
มีการจัดเป็นซุ้ม ๆ ให้นั่งรับประทานนะค่ะ
บรรยากาศดีเชียว แต่คงเมี่อยน่าดู เมื่อมาถึงบริกรของร้านแน่นอนค่ะ เป็นคนลาวทำเป็นงงค่ะ สายลมฯ จึงได้คิดอยู่ในใจว่า "ทำไมฟระมากินคนเดียวแปลกไง" และเมื่อเปิดเมนู สิ่งที่สายลมฯ ต้องการก็โผล่ขึ้นมาทันตาเห็น อิอิอิ
ร้านถูกตกแต่งด้วยบรรดาพันธุ์ไม้หลากหลายจนดูร่มรื่นค่ะ
คุณแม่พาคุณลูกมานั่งกิน "ซิ้นดาด" จำได้ จำได้ สั่งไอ้นี่หละอร่อย "อ้าย ๆ เอาซิ้นดาดจั๊กซุด ซุดเสือนี่หละ" ฉันสั่งไปฉะฉาน "เสือนี่บ่เอื่อย" บริกรทวนออร์เดอร์ "แม่น" รอไม่ทันเหงื่อหยด (แบบว่าร้อนอ่ะค่ะ) ออร์เดิร์ฟก็ถูกเสริฟมาในจานเล็ก ๆ น่ารัก แต่ไม่ชอบอ่ะ
ออร์เดริฟท์ที่เสริฟท์มาก่อนชุดซิ้นดาด ออร์เดริฟท์อันประกอบด้วย มันทอด มะเขือทอด และพริกดอง ซึ่งรสชาดไม่ได้เรือง เพราะมันทอดและมะเขือทอดโดนน้ำของพริกดองและอาจจะตั้งทิ้งไว้นานเกินไปจนขาดความกรอบ และความอร่อยซะงั้น
เมนูหลากหลาย พร้อมภาพโชว์ แต่ดันไม่โชว์ว่ามันทำมาจากอะไร
ได้ "เบยลาว" มาสำหรับนั่งรออาหารนี่ก็พอจะรอได้นานอยู่ ชุดเสือที่สั่งก็ถูกเสริฟท์มาพร้อมกับเครื่องเคียงอันได้แก่ ผักต่าง ๆ วุ้นเส้น ไข่ น้ำจิ้มซึ่งหน้าตาและรสชาดเหมือนน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ แต่ไม่หวานรสออกจะมัน ๆ แบบถั่วบด เครืองปรุงรสน้ำจิ้มอันได้แก่ พริกตำ และมะนาวฝาน
กรรมวิธีในการกินก็ไม่ได้ต่างไปจาก "หมูกะทะ" บ้านเราแม้นแต่น้อย เริ่มด้วยการวางมันหมูลงไปในกะทะ
วางมันหมูแบบนี้ค่ะ อิอิอิ
ซิ้นดาดซุด เสือ ที่รอคอย วะ ฮะ ฮ่า จากนั้นพระเอกของเราก็มา "ซิ้นดาด ซุดเสือ" ค่ะ น่าตาดี เวลาเคี้ยวจะหนึบ ๆ อร่อยค่ะ ไม่คิดว่าเคยกินในเมืองไทย มีการราดน้ำมันหอยมาบนตัวเนือ้ด้วยค่ะ ด้วยความสดเลยทำให้รสชาดดีตามไปด้วย
จากนั้นก็วาง "ซากพืช" และบรรดาอาหารเสริมโปรตีน (ไข่) ลงไป ต้องบอกว่าสิ่งที่ตลอดชีวิตสายลมฯ ไม่เคยคิดว่ามันจะอร่อย แต่ที่นี้กลับอร่อยมาก นั้นคือ "ผัก" ค่ะ ผักที่ประเทศลาวนี้อร่อยหวานกรอบมากค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วสายลมฯ จะเป็นคนไม่กินผัก แต่ในบางครั้งต้องกินบ้างเพื่อรักษาสมดุลของการขับถ่าย อิอิอิ คือ มันหลายมื้อแล้วกินแต่เนื้ออึมิออกค่ะ อิอิอิ แต่ที่นี่อร่อยจริง ๆ ค่ะ แต่ถึงกระนั้น บรรดาซากพืชใบเขียวก็อย่าได้คิดหวังไปได้แตะต้องกระเพาะน้อย ๆ ของสายลมฯ เลย ไม่เอาจริงๆ ค่ะ "มันขม" อ่ะ (ห้ามย้อนนะค่ะ ว่าทีเบียร์ขมยังเจือกกินได้ แหะ ๆ มันไม่เหมียนนกานนนเฟ้ยยย)
วาระสุดท้ายของ "ซิ้นดาด ซุด เสือ" ก็เป็นอย่างที่เห็นนี่หละค่ะ เรียบวุธ หลังจากจัดการกำจัด เจ้า "ซื้นดาด ซุด เสือ" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาเรียกมาชดเชยค่าเสียหายกันหละ และด้วยความอร่อยความสงสัยเลยกระหน่ำเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งใจ คำถามจึงถูกยิงไปยังบริกรชายหนุ่มซึ่งมีอายุไม่น่าจะเกิน 18 ปี "อ้าย ๆ เสือนี้มั๊นส่วนใดของงั๊ววว" คำถามแรก บริกรทำหน้างง ง๊ง งง และถามกลับมาว่า "หยังเอื้อย" "ซุดเสือนี่ซี้ มาจากที่ใด๊ ของงั๊ววว" ยังค่ะ ยังไม่ละความพยายาม "งั๊วอะหยัง เสือนี่หละก็มาจั๊กเสือสิเอื้อย จะมาจากงั๊วจังใด๊" เป็นคำตอบที่ทำเอาอึ้งกิมกี่ค่ะ "เสือที่อยู่จั๊กป่านี่หละ" ยังค่ะยังไม่หมดสงสัย "แม่นล่ะเอื้อย เสือบ้านเจ้าสิอยู่บ่อนใด๊ ถ้าบ่อยู่จั๊กป่า" แน๊ะ มันย้อน แหง๊วววววววววววววว มื้อนี้ "ตรูกินเสือ" เลยเชียวเหรอฟระเนี่ย เวงกรรม แล้วจะทำบุญไปให้นะจ๊ะเจ้าเสือน๊อยยย ถึงกับหมดคำถามทันทีค่ะ ไม่ต้องไปอยากรู้มันแล้วว่าเสืออะไร ......... สนนราคาไม่แพงค่ะ สายลมฯ จึงไม่คิดว่ามันจะเป็นเสือจริง ๆ ก็ราคามันแค่ ชุดละ 45,000 กีบเท่านั้น รวมค่าเบียร์ค่าอื่น ๆ จิปาถะแล้วก็แค่ 60,000 กีบ ก็ประมาณแค่ 200 กว่าบาท โถ่ใครจะไปรู้หละค่ะว่าเงินแค่นี้ก็กินเสือได้ซะและ เห้ออออออ
มาฟังเพลง "ลาว" แท้ ๆ กันดีกว่าค่ะ ชื่อเพลง คนใจง่าย ของศิลปิน ภูเวียง เสียงลาว ค่ะ รับรองว่า "ม่วนคั๊ก ๆ" เชียวค่ะ อิอิอิ
|