| กอดสายลมไว้อย่าให้หงอย 1 | ||
ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย |
||
|
View All |
||
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||
พิมพ์หน้านี้
|
ออกเดินทางจากถ้ำนางแอ่นด้วยความชุ่มช่ำไปตลอดทางเพราะได้พระพิรุณร่วมเดินทางมาด้วยกัน สถานที่สุดท้ายที่เราจะเดินทางกันในทริปนี้ที่พลาดไม่ได้นั้นคือวัดเก่าแก่ วัดสีโคตบูน หรือ วัดศรีโคตรบูรณ์ ซึ่งอยู่เลยไปจากเมือง ท่าแขก ไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ฝนตกตลอดการเดินทาง ถนนหนทางในตัวเมือง "ท่าแขก" เด็ก ๆ กำลังเลิกเรียน ความชัดไม่ต้องเอาบรรยากาศอย่างเดียวและกัน อิอิอิ เดินกันเป็นทิวแถว แน่นอนค่ะ เราต้องเดินทางผ่าน ท่าแขก แน่นอน ไม่งั้นไปไม่ได้ อ้อมตายเลย อย่างที่ได้คุยให้ฟังในเอนทรี่ที่ ถ้ำพระ เกี่ยวกับประวัติของเมืองท่าแขกไปแล้วว่าถูกเปลี่ยนชื่อมาจากชื่อเมื่อง สีโคตบูน เป็นแขวง ท่าแขก และถูกเปลี่ยนอีกครั้งเพราะฟังดูไม่เป็นลาวว่า แขวงคำม่วน ซึ่งสายลมฯ ก็ไม่แน่ใจว่ามันฟังดูล๊าว ลาวที่ตรงไหน ออกนอกเมืองมาหน่อย มาดูเจ้าเเครื่องนวดข้าวทำงานของตัวมันเองอย่าซื้อสัตย์ สะพานข้ามห้วยเพื่อเดินทางเข้าไปวัด สีโคตบูน หรือ เมืองท่าแขก เป็นเมืองหลวงของแขวงคำม่วน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของสะหวันนะเขด และอยู่ทางใต้ของประเทศเวียดนาม ตรงข้ามกับจังหวัดนครพนม พระธาตุเก่าแก่ภายในวัด พระอุโบสถของวัดสีโคตบูน เมืองท่าแขก เป็นที่ราบริมแม่น้ำโขง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆ มากมาย ซึ่งตอนกลางเป็นเทือกเขา ซึ่งมีความสูงถึง 1,558 ฟุต ซึ่งก็คือ ภูผาเป็ด
ทัศนียภาพริมฝั่งของบริเวณระเบียงวัดสีโคตบูน
ทัศนียภาพอีกด้านหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสายสำคัญคือ แม่น้ำมูน, แม่น้ำเทือน หรือแม่น้ำกระดิ่ง, แม่น้ำหินบูน, แม่น้ำเซบั้งไฟ และแม่น้ำเซบั้งน้อย พระอุโบสถของวัด ปฏิมากรรมนูนต่ำ แสดงถึงวิธีการคล้องช้าง แสดงถึงการสร้างพระธาตุ คำม่วนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 อำเภอ และมีประชากรเป็นชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลาว พวน, ผู้ไท, กระโซ้, แสก, ย้อ และญวน พระประธานภายในโบสถสร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน พระพุทธรูปที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุวงศ์ บรรยากาศการทำบุญไหว้พระในพระอุโบสถ ซึ่ง วัดสีโคตบูน หรือ วัดศรีโคตรบูรณ์ ที่เราจะไปแวะนมัสการพระธาตุกันนี้เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่ยังใช้ชื่อเมื่องว่า สีโคตบูน อยู่ พระพุทธรูปที่คาดว่าจะได้รับการถวายมาจากฆารวาส พิธีทำบุญดำเนินการในอุโบสถ ชาวบ้านเชื่อกันว่าพระธาตุแห่งวัดสีโคตบูนนี้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้านันทเสนแห่งเมืองสีโคตบูน และได้รับการบูรณะครั้งแรกในรัฐสมัยของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ถวายเครืองทำบุญแก่พระสงฆ์ จุดเทียนบูชาพระ ถวายเครื่องบูชา หลวงพ่อแจกเครืองราง (สายสินธุ์) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์และปีใหม่ ชาวบ้านจะจัดงานฉลองพระธาตุอย่างยิ่งใหญ่ในบริเวณลานวัด เช่น เดียวกับงานบุญในประเทศไทย ศิลาจารึกหน้าพระธาตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นหลักจารึกเก่าเล่าเรื่องการสร้างวัดแห่งนี้ สำหรับทริปนี้ก็จบลงด้วยความชุ่มช่ำของสายฝนที่โปรยลงมาอย่างไม่ขาดสาย จนแทบจะมองไม่เห็นถนนข้างหน้า อุบัติเหตุที่ลาวนี่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่รถวิ่งชนกัน หรือประสานงากันหรอกนะค่ะ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากทัศนวิสัยในการขับรถ เพราะทุก ๆ ถนนหากไม่ใช่ถนนในเมืองแล้ว ไม่ต้องไปหวังค่ะ ว่าจะมีไฟทาง องค์พระธาตุเก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะจนดูสวยงาม เพื่อนร่วมทางก็แสนดี เปิดไฟสูงชูช่อให้ต้องปวดตาเล่นแทบทุกคัน ท่านอธิปดีกรมทาง (วัวและแพะ) ท่านก็ขยันตรวจตราถนนเป็นยิ่งนัก บางทีก็ขยันจัดถึงกับย้ายที่หลับที่นอนมานอนกันบนถนนเลยก็มี นอกจากนี้ พี่ลาวทั้งหลายก็ไม่รู้ยังไงไม่ค่อยชอบเดินกันบริเวณไหล่ทางชอบขึ้นมาเดินบนถนน ไม่ว่าจะดึกดื่นอย่างไรก็ยังคงมีให้เห็นปะปราย หนักหน่อยก็ถอดเสือเดิน หรือนั่งล้อมวงคุยกันเลย กว่าจะถึงโรงแรมที่พัก ก็เล่นซะระทึกไปตาม ๆ กัน ช่วงสงกรานต์จะมีงานบุญประจำปีซึ่งถือเป็นงานใหญ่ของแขวงคำม่วน ที่ชาวลาวและชาวไทยจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขงมาร่วมสมโภชน์กันอย่างยิ่งใหญ่ จะว่าไปสายสัมพันธ์ไทยลาวก็เริ่มมาจากความที่มีชาติพันธุ์ใกล้เคียงกันและมีศาสนาเดียวกัน รวมถึงความเคร่งครัดในบวรพุทธศาสนา ถึงแม้นว่าลาวจะตกเป็นเมืองขึ้นฝรั่งเศสไปเสียนาน แต่สายสัมพันธุ์กับไทยยังไม่ถือว่าสั่นคลอนนัก ยังคงไปมาหาสู่ข้ามฝั่งโขงหากัน ดุจดั่งบ้านพี่เมืองน้อง ประตูทางเข้าพระธาตุ แต่ก็ใช่ว่าเราจะไม่มีเรืองบาดหมางกันเลย แต่การที่เรายังคงรักษาความสัมพันธ์กันมาได้อย่างแน่นแฟ้นนั้น สายลมฯ เชื่อว่าเป็นเพราะบุคลิกและลักษณะนิสัย ให้อภัยซึ่งกันและกัน อลุ่มอลวยในเรื่องต่าง ๆ จึงทำให้สัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวนั้น แนบแน่นมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น นั้นอาจเป็นเพราะกรณีพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างกันนั้นเป็นเรื่องของความเข้าใจผิดเล็ก ๆ น้อย และยอมกันได้
ซุ้มศาลาพักายหน้าพระธาตุ แต่อย่างไรก็ดีสายลมฯ ยังมีความเชื่อว่า หากเป็นเรื่องใหญ่ ๆ เช่น เรื่องที่เกี่ยวกับศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือ เอกราชของความเป็นชาติแล้ว ชาวไทยอย่างเรา ๆ คงยอมไม่ได้เช่นกัน พระสังคจายเก่าแก่ในซุ้มศาลาหน้าวัดสีโคตบูน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นคนไทยรักชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตัวเอง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกราชเหนือแผ่นดินไทยจะไม่ถูกปล้นไปเพียงเพราะผลประโยชน์ของคนบ้างกลุ่ม เสียแผ่นดินด้วยสงครามยังไม่เจ็บใจ เท่าเสียไปเพราะกลโกง เสียไปเพราะกลโกง ยังไม่เสียใจเท่าคนในชาติเป็นใจให้ใคร ๆ เขาโกงแผ่นดิน สุดท้ายนี้ขอปรบมือให้สายสัมพันธ์ไทยลาว ที่ยังคงยั้งยืนต่อไปด้วยระบบสัมปทาน เอ๊ะ !!! หรือยังไง อิอิอิ
|