

คำขวัญ (หรือเปล่า) ที่ได้มาจากบ้าน Yamalee อ่านแล้วปลงดีค่ะ
ระหว่างเข้ามาเก็บงานที่สำนักงานในวันอาทิตย์ทันใดนั้น เสียงเพลงโทรศัพท์ก็แผดเสียงก้อง

kamolnum และ apooh
"ป้าค่ะ โทรศัพท์ค่ะ" มามิหลานสาวตัวน้อย ที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยเพราะไม่มีคนเลี้ยง ส่งโทรศัพท์เสียงใส ให้ป้าที่ยังนั่งทำหน้ามึนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และทันทีที่กดรับโทรศัพท์

"ร้านสวนกาลเวลา"
อยู่ตรงป้ายรถเมลล์ ติดกับทางขึ้นทางด่วนกำแพงเพชรนิดเดียว
"คุณซอส เดี๋ยวเราเจอร้านเดิม สวนกาลเวลา บอกพี่หนุ่มกะพี่เอแล้ว คุณจะมาถึงกี่โมง" เสียงพี่หมีพูห์เล็ดลอดเข้ามาตามสาย
"อะเครพี่ หนูคงเดินทางซักครึ่ง ชม. มั้ง ขึ้นทางด่วนไปแป๊บเดียว ทุ่มนึงก็ได้พี่ พี่บอกไอ้จูนด้วยแล้วกันนะ"

Mayjune และ เสี่ยวป้อ
"โอเค เดี๋ยวพี่บอกน้องจูนเอง เจอกันทุ่มนึง แค่นี้นะ" ว่าแล้วพี่หมีพูห์ ก็ว่างหูไปอย่างไร้ร่องรอย
"ไปไหนกันเหรอค่ะ" มาโกะถามเสียงแจ๋ว
"ไปกินข้าวลูก"
"ก็เพิ่งไปกินมาเมื่อกลางวัน" มามิทำหน้าฉงน
"อ้อ อันนั้นเลี้ยงรุ่นที่โรงเรียนป้าลูก อันนี้เลี้ยงรุ่นไหนก็ไม่รู้ลูก"
ฉันตอบหลานไปหน้ามึน ๆ แต่แล้วงานการก็ไม่เป็นดังคาด ทำให้ต้องเลทเวลาการเดินทางไปกว่าครึ่งชั่วโมง และขณะที่ฝนปรอย ๆ เราสามคนป้าหลานก็เดินทางมาถึง "ร้านสวนกาลเวลา" ย่านตลาดค้าต้นไม้ แถว ๆ อตก.

ป้ายร้านถูกวางไว้บริเวณป้ายรถเมลล์เลยเชียว
จริง ๆ แล้วร้านนี้เราเคยมากินกันมาก่อน ตอนนั้นที่ไปกินกันประกอบไปด้วยหลายคนเนื่องจากเป็นการกินข้าวร่วมกันหลังการเตะบอลเสร็จ แรกทีเดียวเราตั้งใจจะไปกินกันร้าน "ไฟกลม" แต่ด้วยเป็นวันอาทิตย์ ร้านไฟกลมนั้นปิดสนิทก็เลยต้องขยับขยายมากินที่ร้านนี้กัน และวันนี้ก็เป็นวันอาทิตย์เช่นเคย

ทางเข้าอันสุดลึกลับซับซ้อน ต้องผ่านร้านขายต้นไม้ไปก่อน

พอแหวกพงไม้เข้าไปได้ก็จะเจอกับสะพานไม้อีก
แล้วที่มาร้านนี้อีกครั้งก็ไม่ใช่อะไร เหตุเพราะใกล้บ้านพี่หนุ่ม (หลักสี่) ใกล้บ้านพี่หมีพูห์ (สะพานควาย) และรสชาดดีอยากให้พี่หนุ่มกับพี่เอ ที่ยังไม่เคยมาได้มาชิมกัน

ต้องข้ามสะพานไม้ไปอีกที

จากนั้นจึงเจอทางเข้าร้านเป็นประตูเหล็กในแมกไม้
บรรยากาศของร้านเป็นแบบบ้านสวนริมน้ำ การเดินทางถ้าคนไม่เคยมาหรือไม่รู้จักคงต้องฉงน เพราะต้องเดินผ่าร้านขายต้นไม้ไป และไปข้ามสะพานข้ามคลอง ก็จะเจอประตู้รั่วเหล็กเข้าบ้านที่รกครึ้มไปด้วยต้นไม้

สมาชิกพรรคสายลมฯ ชวนเชิญอยู่บนศาลา

ก็จะพบกับร้านอาหาร "สวนกาลเวลา" ค่ะ ลึกลับซับซ้อนซ่อนเงือนเสียเหลือหลาย เมื่อเดินข้ามสะพานไปยังไม่ทันที่จะเข้าตัวร้าน เอ๊ะ !!! อะไรคุ้น ๆ
พี่หมีพูห์ พี่เอและพี่หนุ่มเลือกนั่งกันอยู่ที่ศาลาข้างซุ้มประตูทำให้เห็นเด่นเป็นสง่ามาก เพราะทั้งสองข้างบาลานซ์กันพอดี จนหากไม่สังเกตุดี ๆ จะไม่สามารถมองเห็นพี่เอได้

แกงอ่อมปลาดุกย่างกับใบยอ (หรืออะไรนี่หละจำไม่ได้ พี่หมีพูห์มาบอกที)
ของโปรดพี่หมีพูห์
เมื่อไปถึงสายตาของสายลมฯ ได้พบกับรายการอาหารดั่งเดิมของโปรดของคุณพรี่หมีพูห์ซึ่งกำลังพรีเซนต์สุดฤทธิ์ให้พี่คุณพี่หนุ่มและคุณพี่เอ เชิญชิม
มันคือ แกงอ่อมปลาดุกย่างกับใบยอ หรืออะไรไม่แน่ใจ ต้องไปถามพี่หมีพูห์ค่ะ รวมถึงรสชาดด้วยนะค่ะ เพราะสายลมฯ นั้นเป็น "สาวก จตุรงค์" ค่ะ คือ ม่ายยยยยยยยยยยยยกินเผ็ด ค่ะม่ายยยยยยยยยยยยยยยกินเผ็ด (ถ้าไม่ชอบ) ม่ายยยยยยยยยยยยยกินผัก ค่ะม่ายกินผัก (ถ้าไม่โปรด) แต่ได้ยินแกชิมไปชมไป ว่าอร่อยขาดใจ เพราะใบยอที่ใส่มาลวกจนสุกได้ที่ มาทีไรแกก็สั่งมากินได้ทุกทีสิน่ะ

เนื้อย่างสมุนไพร จานที่สองระหว่างรอสมาชิกพรรค
และซากจานของเนื้อย่างสมุนไพร ซึ่งเคยมีรูปร่างหน้าตาเหมือนในรูปข้างบนนี้ แต่ที่เห็นนี่เป็นจานที่สองแล้วที่สั่งมา อาหารจานนี้สายลมฯ จำได้ว่าครั้งที่แล้วที่เรามาเราสั่งเนื้อไปสองจาน และหมูไปหนึ่งจานเพราะพี่อาโต้ไม่รับทานเนื้อ ครั้งนี้ก็เช่นกัน ยังไม่ทันไรหมดไปแล้ว ที่เป็นที่โปรดปรานกันมากเพราะเนื้อที่ทางร้านนำมาทำนั้นมีความนุ่มและย่างสุกกำลังดี (ดูไม่เหมือนย่างเลยว่ามั้ยค่ะ) แล้วนำมาคลุกเคล้ากับสมุนไพรไทย เช่น ใบมะกรูด พริกไทยอ่อน กระเทียม (ท่าจะกระเทียมนอก อิอิอิ) จิ้มกับแจ่วที่นำมาเสริฟท์พร้อมกัน เห้อออ "อร่อยค่ะ" เคี้ยวไปเหมือนจะสัมผัสได้กับความชุ่มช่ำของชิ้นเนื้อเลยทีเดียว ไม่เสียแรงสั่งมาเสียหลายจาน
ระหว่างที่รออาหารจานอื่น ๆ อยู่นั้น ทันใดนั้น สายตาของสายลมฯ และไอ้ตัวน๊อยมาโกะ ก็พาดไปเห็นอะไรขาว ๆ สูง ๆ ยาว ๆ ไอ้เราก็นึกว่าแย่แล้วเล่นเราแต่หัวค่ำเลย

มาโกะ หลานผ๊มมมมมมมมมมมมมม
หากแต่ว่าไม่เป็นไปตามที่กังวล เพราะที่โบกมือหย่อย ๆ อยู่นั้นหาใช่ใคร Mayjune หรือน้องจูน ของเรานี่เอง เดินกระย่องกระแย่งแบบไม่เกรงว่าจะตกสะพานมาแต่ไกล ตามด้วยเสี่ยวป้อพ่ออ้อนแอ้น ที่ห้อมอไซด์คู่ใจข้ามสะพานมาอย่างไม่เกรงใจหมา (แบบว่ามันไม่สน ขวางกรูชน) และเมื่อสมาชิกเริ่มทยอยมาถึงจนเกือบครบแล้ว "อาขยานเมนู" ก็เริ่มขึ้น

ผัดดอกขจร
แต่ยังไม่ทันที่ Order ใด ๆ จะหลุดจากปากพวกเรา ไอ้เจ้าจานนี้ก็ถูกเสริฟท์มาด้วยบริกรสาวที่พี่หนุ่มเอ่ยปากชมว่า สวยที่สุดในนิวเดลี ด้วยรูปร่างอวบอั๋น บ่งบอกว่าอาหารร้านนี้อร่อย อิอิอิ

หน้าตาอาหารหน้ากินมั้ยค่ะ
ผักหน้าตาประหลาด ๆ ที่พี่หมีพูห์บอกว่าหากินยาก (เพราะงี้นี่หละถึงไม่รู้จัก) และการันตีความอร่อย "ผัดดอกขจร" รสชาดเค็ม ๆ มัน ๆ ของเครื่องปรุงและดอกขจรรูปสวย ทำเอาพวกเราก้มหน้าก้มตาลืมเมนูไปได้ระยะหนึ่ง แต่ก็เพียงระยะเดียวเท่านั้น สำหรับพี่หมีฯ และสายลมฯ เพราะรายการต่าง ๆ หลุดออกจากปากราวกับคิดกันมาตั้งแต่อยู่ที่บ้าน

ยำผักกูด
ยำผักกูด ถูกสั่งมาราวกับจะล้างแค้นที่คราวที่แล้วไม่ได้กิน อาหารจานนี้ทางร้านได้แจ้งไว้อย่างเป็นลายลักษณ์อักษรเลยทีเดียวว่า "ตามฤดูกาล" แต่คาดว่าจะเป็น ฤดูกาลซื้อได้กับฤดูกาลซื้อไม่ได้ซะมากกว่า เพราะเดี๋ยวนี้เราจะเห็นว่ามีขายอยู่ตามตลาดอย่างแพร่หลาย อาหารจานนี้รสจัดและเหมาะสมคู่ควรกับเจ้าน้ำอำพันขวดเขียวเป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความที่ทางร้านซอยผักกูดออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ทำให้อาหารจานนี้เสีย Filling ไปมากทีเดียว เพราะเหมือนไม่ได้กินผักกูด

มัจฉาลืมกาง
สิ้นเสียงสั่งการอาหารต่าง ๆ แบบ Direct ในครัวไปได้พักใหญ่แล้ว ความฉงนสนเท่ห์เริ่มเกิดขึ้นทันทีที่อาหารจานนี้ถูกยกมาบำบัดความคราก (ของกระเพาะ) เพราะมันคือ "มัจฉาลืมกาง" อย่างที่เรารู้ ๆ กันอยู่ว่า ปลาตะเพียนนั้นเป็นปลาที่มีก้างเยอะและก้างก็ย่อยจนไม่เหมาะกับการนำมาทอดกิน รายการอาหารที่เหมาะกับปลาตะเพียนเป็นที่สุด ตามความคิดของสายลมฯ คือ "ต้มเค็ม" คือ การนำปลาตะเพียนมาขอดเกล็ดเอาเครืองในออกไปกลิ้งเล่นข้างนอก แล้วต้มร่วมกับน้ำอ้อยและน้ำตาลปีบ ให้มันว่ายน้ำปลาเล่นในหม้อน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
แต่สำหรับร้านนี้แล้วเขาเอาปลาตะเพียนตัวโต ๆ มาขอดเกล็ดแล้วบั้งถี่ ๆ ทอดจนเหลืองกรอบให้ก้างปลานั้นกรอบไปด้วย จากนั้นราดด้วยกระเทียมเจียวเหลืองหอม เสริฟท์พร้อมน้ำจิ้มที่รสชาดเดียวกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดส์ เช่นกันค่ะ "อร่อย" เพราะเนื้อปลาจะกรอบนอกนุ่มใน แต่เสียดายเหลือเกินสายลมฯ ไม่ชอบกินปลา ฮี่ ฮี่ เลยกินได้นิดเดียววว (เจง ๆ เพราะไปกินอย่างอื่นที่ชอบกว่า ฮี่ ฮี่)
ทันใดนั้นพวกเราลงมติอย่างเป็นเสียงเดียวกันว่า "มาโกะ" ซึ่งเมื่อสักครู่เล่นกันอยู่กับ "มามิ" และโดนเจ้าป้าเอ็ด จนงอนหน้าคว้ำคะมำหงายและนิ่งเงียบไปแล้วระยะหนึ่ง "หลับ" และจากการชันสูตรของแฟนคุณหมอ เราจึงสามารถระบุสาเหตุการนิ่งเงียบได้อย่างชัดเจนว่า "มาโกะงอนนั่งหลับแน่นิ่งไปตั้งนานแล้ว" จริง ๆ
ทอดมันปลากราย
เจ้าป้าก็เหลือบดูเวลา อือ มันเลยเวลานอนของหม่อมหลานแล้วจริง ๆ และตามสมมุติฐานว่าด้วยคนงามน้ำใจดี เทพีนิวเดลี บริกรสาวของเราเสนอ "มอบเตียงผ้าใบ" ให้น้องได้นอนสบาย พร้อมนำมากางให้เสร็จสรรพ แต่ด้วยความที่นั่งอยู่คนละฟากโต๊ะ (หลานไม่ยอมนั่งข้างเดียวกัน หนีไปนั่งข้างพี่เอ) จึงต้องวานเสี่ยวป้อซึ่งนั่งอยู่ติดกับมาโกะว่า
"ป้อแกอุ้มมาโกะไปนอนที่เตียงหน่อยไป พี่ลุกลำบาก"
ค่ะเพราะติดน้องจุ่นศักดิ์ เอ้ย !!! น้องจูนนั่งขวางอยู่อีกคน
"ห๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ป้าอะไรนะ ให้อุ้มมาโกะ"
น้ำเสียงและสีหน้าเสี่ยวป้อราวกับถูกคำสั่งประหาร แต่เมือประสายตากับเจ้าป้าแล้ว เสี่ยวป้อก็พยายามทำทุกวิถีทางที่จะแบกน้ำหนักที่หนักกว่าครึ่งตัวของตัวเองลงไปนอนเตียงผ้าใบอย่างทุลักทุเล
ซึ่งหากให้ประมาณด้วยสายตาแล้ว ถ้าน้ำหนักตัวของมาโกะหนักกว่านี้ซักสิบกิโล ก็คงน้ำหนักเท่ากันกับเสี่ยวป้อ แหม๋ !!! หาคู่ชกถูกรุ่นเจงงง เจงงง
จานต่อมาเป็นไปตามบัญชาของพี่หมีพูห์ again ทอดมันปลากราย แน่นอนที่สุดไปถามพี่หมีพูห์เอาเอง เพราะสายลมฯ ไม่นิยมปลา วะ ฮะ ฮ่า
และก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ของคุณพรี่หมีพูห์ก็ดังขึ้น
"ห๊า อะไรนะ อยู่ข้างนอกเหรอ เออ ๆ เดินเข้ามาเลย เออเข้ามาเห้อ ไม่มีใครฉุดหรอก หน้าตาท่าทางแบบนี้รอดชัวร์ ไม่ต้องห่วง ต้นไม้แค่นี้ไม่เท่าไหร่ ต่อให้ทั้งป่ายังไม่เสี่ยงเลย"
ค่ะ หล่อนมิใช่ใคร hathai หรือน้องวิช ของเรานี่เอง หล่อนไม่พลาดโอกาสในการพบปะสังค์สรรค์ในครั้งนี้แน่นอน และมาทันแย่งกันกินทอดมันกับเสี่ยวป้อเสียด้วยสิ ฮิ ฮี ฮี่

hathai
hathai เดินลงสะพานไม้มาด้วยหน้าตาแจ่มใส และออกตัวว่าวันนี้คงกินไม่ได้มาก เนื่องจากงานช่วงนี้ไม่ค่อยเครียด (สาตุ๊ ขออย่าให้มันเครียดอีกเลย) แน่นอนที่สุด หากต้องทำการดวลช้อนซ่อมกับ "kate คาที่ฉลามชลฯ" ในวันนี้แล้ว คงต้องเป็นรองโดยที่ฉลามชลฯ ไม่ต้องพึ่งอีโนแต่อย่างใด

ต้มยอดมะขามไก่บ้าน
ก่อนที่สายลมฯ จะทำการสั่งเมนูฯ ต่อไปอย่างรายการสิ้นคิด เสียงพี่หนุ่มแว่วมาแต่ไกล
"เอ้ย !!! พี่โครตเบื่อปลากรอบเลยหวะ"
น๊านนนรู้ได้ไงฟระว่าเราจะสั่ง "ต้มโคล้งปลากรอบ" และแล้วเสียงสวรรค์ (ของพี่หนุ่ม) ก็ดังขึ้น
"เอานี่มั้ย ต้มยอดมะขามไก่บ้าน" เสียงพี่เอดังขึ้นเหมือนระฆังช่วย
แน่นอนที่สุดค่ะ เราได้ "ต้มยอดมะขามไก่บ้าน" มากินกัน ไม่เสียแรงที่เป็นเสียงตัดสิน ต้มยอมมะขามไก่บ้านจานนี้รสชาดกลมกล่อมไม่แพ้ "ต้มโคล้งปลากรอบ" หรือ "ต้มแซปซี่โครงหมู" อาหารสิ้นคิดของสายลมฯ เลยทีเดียว รสชาดเผ็ดร้อนออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทำเอาสายลมฯ และพี่หมีพูห์แย่งกันซดเหมือนเดิม เห้อ เห้อ เห้อ
ยังค่ะ เห็นหมดรูปอย่านึกว่ารายการอาหารที่เราสั่งกันหมดแล้วนะค่ะ ยังค่ะ แต่เนื่องจากช่วงนั้น "องค์ลง" เลยไม่ได้ถ่ายรูปอาหารเก็บไว้ อิอิอิ รายการที่ทยอยสั่งมาก็ได้แก่
- ข้าวผัดปู (ของหลาน ๆ แต่เสร็จน้า ๆ ป้า ๆ และลุงไปเป็นที่เรียบร้อย) รสชาดธรรมดาค่ะ ออกหวานซะด้วยซ้ำ ผัดไม่แห้งเท่าที่ควร
- กวางผัดพริกไทดำ (เนื่องจากเนื้อนกกระจอกเทศไม่มี เลยต้องกินกวางเป็นรอบที่สอง ฝากไว้ก่อนเห้อ เจ้านกกระจอกเทศ แล้วจะย้อนมาเอาคืน) จานนี้รสชาดดีค่ะ เพราะเนื้อกวางสดและนุ่มมาก พอผัดกับพริกไทยดำเนื้อกวางจะอมความเผ็ดร้อนของพริกไทยดำเข้าไปจนชุ่มค่ะ
ฯลฯ (คือจำไม่ได้แล้วค่ะ)
ก่อนที่เราจะร่ำลาจากกัน
"ป้ออุ้มมาโกะไปส่งพี่หน่อยดิ"
"ห๊าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ป้า"
น้ำเสียงสิ้นหวังและใบหน้าอันหวาดกลัวแสดงออกมาจากใบหน้าชายหนุ่มผู้ซึ่งนิยมความบันเทิงเป็นนิจ ราวกับว่าจะหลังหักในบัด Now
"ไอ้ซอสอย่าไปแกล้งมันเลย เดี๋ยวตายห่ากันพอดี มาพี่อุ้มให้"
กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดีฉันท์ใด มาโกะก็ไม่สิ้นคนอุ้มฉันท์นั้น ในที่สุดพีหนุ่มก็เสนอตัว หลังจากที่มาโกะเคยปราบเซียน "พ่อต้นฝ้าย" มาแล้วในครั้งก่อน ค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อย
ทันใดนั้น สายลมฯ สังเกตเห็น
"มาโกะส่งยิ้มให้พี่หล๊อหล่อขวัญใจคนโปรด (เสี่ยวป้อ)"
ก่อนที่พี่หนุ่มจะอุ้มออกไปส่งขึ้น Taxi กลับบ้าน
น๊านนนมันตื่นแล้วนี่หว่า ไม่ยอมเดินเองยังหันกลับมาเหล่หนุ่มอีก เจ้าเล่ห์จริง ๆ หลานนนนผ๊มมมมมมมมม
แล้วเราทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน พร้อมด้วยความอิ่มอร่อยและแน่นอนเหตุการณ์อย่างนี้ย่อมต้องเกิดขึ้นอีก ..........
ทั้งนี้เพื่อ กินอย่างเดียว ทีเดียวเชียวหละเอ้ออออ วะ ฮะ ฮ่า


