| กอดสายลมไว้อย่าให้หงอย 1 | ||
ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||
พิมพ์หน้านี้
|
บะจ่าง หรือ ขนมจ้าง (ภาษาอังกฤษ : Zongzi;จีน: 肉粽 ข้าวห่อไส้เนื้อ, จีนกลางออกเสียง 粽子 จ้งจึ คือข้าวห่อด้วยใบไม้) เป็นอาหารจีน ทำด้วยข้าวเหนียวใส่หมูหรือหมูแดงกับถั่วหรือเม็ดบัวและเครื่องปรุงต่างๆ ผัดแล้วห่อด้วยใบไผ่มัดเป็นทรงพีระมิดสามเหลี่ยม บางที่ก็เป็นรูปสี่เหลี่ยม ใช้เชือกมัดแล้วนึ่งให้สุก ซึ่งแต่ละท้องถิ่นก็จะทำไส้แตกต่างกันไปปกติบะจ่างจะมีการทำกันมากในเทศกาลวันไหว้ขนมจ้าง คือวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ บางคนใช้ทานเป็นขนม บางคนก็ทานเป็นอาหาร
เทศกาลวันไหว้ขนมจ้าง (บะจ่าง) หรือ เทศกาลตวนอู่เจี๋ย (端午节) หรือ เทศกาลตวงโหงว ตรงกับวันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินทางจันทรคติ หรือ "โหงวเหว่ยโจ่ว" เป็นการระลึกถึงวันที่ คุกง้วน หรือ ชีว์หยวน หรือ จูหยวน , 屈原, Qu Yuan (340-278 ปีก่อนคริสต์ศักราช) กวีผู้รักชาติแห่งรัฐฉู่ (patrotic poet) กระโดดน้ำตาย
นอกจากนี้ ในประเทศจีน บริเวณแม่น้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) , ฮ่องกง, ไต้หวัน, มาเก๊า ยังมีการละเล่น แข่งเรือมังกร (Dragon Boat Festival 龙舟赛) จัดอย่างยิ่งใหญ่ในวันนี้ด้วย ทางรัฐบาลจีนยังกำหนดให้วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 นี้เป็น วันกวีจีน (The Chinese Poet's Day) อีกด้วย เนื่องจากจูหยวน นับเป็นอีกผู้หนึ่งที่เป็นกวีคนสำคัญของจีน
ตำนาน ในสมัยเลียดก๊ก มีบุคคลหนึ่งนามว่า จูหยวน เป็นผู้ที่มีความรอบรู้ และความสามารถรอบด้าน เป็นนักปราชญ์ราชกวีคนหนึ่ง รวมทั้งรู้จักหลักการบริหารปกครองเป็นอย่างดี จูหยวน เป็นเชื้อสายของกษัตริย์ผู้ครองแคว้นฉู่ จูหยวน ได้รับราชการเป็นขุนนางในสมัยพระเจ้าฉู่หวายอ๋อง เป็นที่ปรึกษา และดูแลเหล่าเชื้อพระวงศ์ จูหยวน เป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ และเปี่ยมด้วยความรู้ความสามารถอันสูงยิ่ง เป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าฉู่หวายอ๋องเป็นอันมาก เมื่อมีคนรัก แน่นอนย่อมต้องมีคนชังเป็นเรื่องธรรมดา เหล่าขุนนางกังฉินทั้งหลายต่างก็ไม่พอใจจูหยวน ด้วยความที่จูหยวน นั้นเป็นคนที่ซื่อตรง ทำงานอย่างตรงไปตรงมา จึงมีหลายครั้งที่การทำงานของจูหยวน เป็นไปเพื่อการขัดขวางการโกงกินบ้านโกงกินเมืองของขุนนางกังฉินเหล่านั้น พวกเขาจึงรวมหัวกันพยายามใส่ไคล้จูหยวน ต่างๆ นานา จนพระเจ้าฉู่หวายอ๋องเองก็ชักเริ่มมีใจเอนเอียง จูหยวน รู้สึกทุกข์ระทมตรมใจมาก จึงได้แต่งกลอนขึ้นเพื่อคลายความทุกข์ใจ กลอนบทนั้นมีชื่อว่า "หลีเซา" หมายถึงความเศร้าโศก จนต่อมาพระเจ้าฉู่หวายอ๋องถูกกลลวงของแคว้นฉิน และสวรรคตในแคว้นฉิน รัชทายาทของฉู่หวายอ๋องจึงได้ขึ้นครองราชบัลลังก์แทน
หลังจากที่กษัตริย์องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้ทรงหลงเชื่อคำยุยงของเหล่าขุนนางกังฉินพวกนั้น ในที่สุดจึงได้มีพระบรมราชโองการให้เนรเทศจูหยวน ออกจากแคว้นฉู่ไป จูหยวน เศร้าโศกเสียใจมาก หลังจากเดินทางรอนแรมมาถึงแม่น้ำเปาะล่อกัง (บางตำราว่าเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) จูหยวน จึงได้ตัดสินใจกระโดดน้ำตายในวันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 นั้นเอง พวกชาวบ้านที่รู้เรื่องการตายของจูหยวน พวกเขาต่างก็รัก และอาลัยในตัวของจูหยวน จึงได้ออกเรือเพื่อตามหาศพของจูหยวน ในขณะที่ค้นหาศพ พวกเขาก็เตรียมข้าวปลาอาหารไปโปรยลงแม่น้ำด้วย นัยว่าเพื่อล่อให้สัตว์น้ำมากิน จะได้ไม่ไปกัดกินซากศพของจูหยวน
หลังจากนั้นทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบวันตายของจูหยวน ชาวบ้านจะนำเอาอาหารไปโปรยลงแม่น้ำเปาะล่อกัง หลังจากที่ทำมาได้ 2 ปี ก็มีชาวบ้านผู้หนึ่งฝันเห็นจูหยวน ที่มาในชุดอันสวยงาม กล่าวขอบคุณเหล่าชาวบ้านที่นำเอาอาหารไปโปรยให้เพื่อเซ่นไหว้ แต่เขาบอกว่าอาหารที่เหล่าชาวบ้านนำไปโปรยเพื่อเป็นเครื่องเซ่นถูกเหล่าสัตว์น้ำกินเสียจนหมดเกลี้ยง เนื่องจากบริเวณนั้นมีสัตว์น้ำอาศัยอยู่มากมาย จูหยวน จึงแนะนำให้นำอาหารเหล่านั้นห่อด้วยใบไผ่ หรือใบจากก่อนนำไปโยนลงน้ำ เพื่อที่เหล่าสัตว์น้ำจะได้นึกว่าเป็นต้นไม้อะไรสักอย่าง จะได้ไม่กินเข้าไป หลังจากนั้นในปีต่อมา ชาวบ้านต่างก็ทำตามที่จูหยวน แนะนำ คือนำอาหารห่อด้วยใบไผ่ไปโยนลงน้ำเพื่อเซ่นให้แก่จูหยวน หลังจากวันนั้นจูหยวน ก็ได้มาเข้าฝันชาวบ้านอีก ว่าคราวนี้ได้กินมากหน่อย
แต่ก็ยังคงโดนสัตว์น้ำแย่งไปกินได้ ชาวบ้านต้องการให้จูจูหยวน ได้กินอาหารที่พวกเขาเซ่นให้อย่างอิ่มหนำสำราญจึงได้ถามจูหยวน ว่าควรทำเช่นไรดีจูหยวน จึงแนะนำอีกว่าเวลาที่จะนำอาหารไปโยนลงแม่น้ำ ให้ตกแต่งเรือเป็นรูปมังกรไป เมื่อสัตว์น้ำทั้งหลายได้เห็นก็จะนึกว่าเป็นเครื่องเซ่นของพญามังกร จะได้ไม่กล้าเข้ามากิน ประเพณีการแข่งเรือมังกร และประเพณีการไหว้ขนมจั้ง (บ๊ะจ่าง) จึงเกิดขึ้นด้วยประการฉะนี้
ความเชื่อ นอกจากการไหว้บ๊ะจ่างแล้ว ปัจจุบันในฮ่องกง และเกาลูนก็ยังคงมีผู้จัดประเพณีแข่งเรือมังกรอยู่ รวมทั้งในเทศกาลตวงโหงวนี้ คนจีนโบราณยังเชื่อว่าเป็นวันที่เหล่าปิศาจจะออกมาสำแดงเดช จึงต้องมีการป้องกันด้วยการปัดกวาดทำความสะอาดบ้าน และจุดเครื่องหอมรวมทั้งกำยานเพื่อให้บรรยากาศในบ้านดูสดชื่นขึ้น ภูตผีปิศาจจะได้ไม่กล้าเข้ามากล้ำกราย
ในวันนี้สัตว์มีพิษทั้ง 5 ชนิด อันได้แก่ แมงป่อง แมงมุม ตะขาบ จิ้งจก และงู จะพากันหลบซ่อนตัว จึงเป็นโอกาสที่เจ้าบ้านจะต้องอบบ้านด้วยการจุดกำมะถัน เพื่อไม่ให้สัตว์มีพิษเหล่านี้กลับเข้ามาอาศัยได้อีก นอกจากนี้ยังมีการดื่มเหล้ายาที่ผสมด้วยผงกำมะถันด้วย โดยเชื่อกันว่าจะสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บได้เป็นอย่างดี
บะจ่างสูตรขัดสน.....ครัวไกลบ้าน (เครื่อง/อุปกรณ์ไม่ครบหรือตามแต่จะหาได้)
วิธีทำและส่วนผสม เครื่องปรุง ก็ใช้เท่าที่มีและหาได้สะดวก ก็มี ◊ ข้าวเหนียวดิบ ๒ ถ้วยตวง ◊ เห็ดหอมแห้ง ๖-๗ ดอก เพราะดอกเล็กน่ะ เลยใช้่เยอะหน่อย ◊ ถั่วชิกพี หรือที่เรียว่า กาบันโซ่ ๑/๒ กระป๋อง ใครจะใช้ทั้งกระป๋องก็ได้ หรือใครใช้ถั่วลิสงหรือถั่วเขียวเราะเปลือกนึ่งสุกแทนก็ได้ ตามสะดวก จะไม่ใส่ก็ได้ ◊ หมูเนื้อแดง ๑ ชิ้น หั่นได้ประมาณ ๑ ถ้วยตวง ◊ กุนเชียง ๑ ชิ้น ◊ กระเทียม ๒-๓ กลีบใหญ่ ◊ กุ้งแห้ง ๑/๔ ถ้วย ถ้ามีก็ใส่ วันนี้ทำไม่มีก็เลยไม่ใส่ ◊ ไข่เค็มแดง ๖ ฟอง หรือน้อยกว่านี้ แล้วแต่จำนวนภาชนะที่ใส่ตอนนึ่งบ๊ะจ่าง วันนี้ไม่มีก็ไม่ได้ใส่ ◊ ซีอิ๊วขาว ๑ ช้อนโต๊ะ ◊ พริกไทย ๑/๒ ช้อนชา ใครชอบเผ็ดก็ใส่มากกว่านี้ได้ ◊ เกลือป่น ๑/๒ ช้อนชา ◊ น้ำตาลทราย ๒ ช้อนโต๊ะ ◊ รากผักชี ๒-๓ รากถ้ามีก็ใส่ไม่มีก็ไม่ต้องใส่ เครื่องปรุงต่างๆ จะเพิ่มหรือลดลงก็ได้ จะใส่ทุกอย่างหรือใส่เท่าที่หาได้ก็ได้ดัดแปลงเอาตามใจชอบ สูตรนี้ทำได้ ๖ ถ้วย ขนาดตามรูปค่ะ ได้เครื่องแล้วก็ลงมือทำได้ โดยเอาข้าวเหนียวไปแช่น้ำให้นิ่มก่อน
เอาเห็ดหอมแห้งล้างน้ำให้สะอาดแล้วแช่น้ำไว้ให้นิ่ม
เมื่อข้าวนิ่มแล้วก็เอาไปนึ่งให้สุกสักหน่อย จะใช้ซึ้่งนึ่ง หวดนึ่ง หรือหม้อหุงข้าวก็ได้ ถ้าใช้หม้อหุงข้าวนึ่งก็ใส่น้ำแค่ปริ่มข้าวก็พอจะได้ไม่แฉะ วันนี้เราใช้ซึ้งนึ่งเป็นอย่างนี้
นึ่งไปสัก ๑๕ นาที พอข้าวสุกนิดหน่อย ก็ปิดไฟได้ ข้าวเหนียวนึ่งสุกนิดหน่อยแล้ว
ระหว่างรอแช่ข้าวเหนียวหรือรอข้าวสุก ก็เตรียมเครื่องปรุงอื่นๆไว้ด้วย
◊ หมูเนื้อแดง หั่นชิ้นบางๆ ขนาดพอคำ
พอข้าวเหนียวใกล้จะสุกก็ผัดเครื่องเตรียมไว้โดยเอาน้ำมันใส่กระทะนิดหน่อย ใส่กระเทียม ที่โขลกไว้ลงไปผัดพร้อมใส่พริกไทยลงไปด้วย แล้วใส่หมู เห็ดหอม และกุนเชียงลงไปผัดให้สุก ใส่ถั่ว ถ้ามีกุ้งแห้งก็ใส่ลงไปตอนนี้ได้เลย ใส่เกลือป่น น้ำตาลทราย ซีอิ๊วขาวลงไปในกระทะผัดและชิมรสตามชอบ เสร็จแล้วก็ใส่ข้าวเหนียวที่นึ่งไว้ลงไปในเครื่องที่ผัดไว้
ผัดให้ข้าวเหนียวเข้ากับเครื่องปรุงทุกอย่าง แล้วปิดไฟได้
ต่อไปก็ตักข้าวที่ผัดดีแล้วใส่ภาชนะที่จะใช้นึ่ง จะใช้ถ้วย หรือใบตองทำเป็นกระทงก็ได้ หรือใครมีใบไผ่ตง ก็ใช้ใบไผ่ตงห่อเป็นรูปสามเหลี่ยม แล้วมัดให้แน่น ของเราใช้ถ้วยนึ่งตักข้าวใส่แล้วกดให้แน่นๆ ใครมีไข่เค็มก็เอาไข่แดงเค็มใส่ก้นถ้วยก่อนใส่ข้าว
เอากระดาษฟอร์ยปิดปากถ้วยไว้ กันน้ำหยดลงในข้าว เอาไปนึ่งในซึ้ง สัก ๑๕ - ๓๐ นาที
นึ่งสุกดีแล้วก็ยกลงได้ นี่เป็นภาพที่นึ่งเสร็จแล้ว
แคะออกจากถ้วย ทานได้แล้ว............ หุ หุ หุ อาหย่อยยยยยยยยย
เพลงมิเกี่ยวอะไรกะ บะจ่าง แต่ได้ยินแล้วอยากกิน บะจ่าง วะ ฮะ ฮ่า
ขอบคุณ : http://www.kruaklaibaan.com
|