| เยือนปราสาทหิน | ||
บทบันทึกการเดินทางสู่เมืองแห่งปราสาทหิน |
||
|
View All |
||
| ลูกผู้ชาย | ||
บทเพลงแห่งศิลปิน หงา ฅาราวาน |
||
|
View All |
||
| << | ตุลาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
พิมพ์หน้านี้
|
ในยามเช้าในขณะที่หลายๆคนยังคงหลับไหลไปกับความเย็นของเครื่องปรับอากาศ เราไม่รอช้าที่จะตื่นมารับกับแสงแรกของวันที่อากาศสดชื่น หลังจากที่ไม่ได้รับแสงตะวันมานานเพราะวิถีชีวิตเมืองกรุง วันนี้เรามานราธิวาส เมืองที่หลายๆคนบอกก่อนเราเดินทางว่า คุณกล้าไปเหรอ เรามีความกลัวอยู่บ้าง ที่จะเดินทาง แต่สัจธรรมแห่งชีวิต ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หากดวงชะตาของคุณไม่ถึงคลาดก็ไม่ต้องกลัว เราบอกกับเพื่อนว่า อยู่ในกรุงอันตรายมากกว่าที่จะเดินทาง เช้านี้เราเดินท่องไปในตลาด อย่างที่คนพื้นถิ่นไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่แววตาของพวกเขาแสดงถึงความโอบอ้อมอารี เดินถ่ายรูปไปทั่วตลาด เพราะแสงยามเช้าที่สาดส่องลงมาช่างงามงด เดินเจอะเจอแม่ค้าขาย บูดู เราเป็นคนถิ่นใต้ แต่ไม่เคยเห็นการขายบูดูที่มากขนาดนี้ ใหม่ๆ สดๆ ตักกันเห็นๆ บูดูที่ทำนั้นเขาเอาปลาขนาดเล็กที่ติดอวนและแห เขาไม่ทิ้งเอาปลาหมักผสมเกลือ หมักในไหปากเล็ก (ไหนี้เรียกว่า กูรี) ใช้ระยะเวลาหมักประมาณ 1 ปี น้ำหมักดังกล่าวเรียกว่า น้ำบูดู น้ำบูดูเป็นเครื่องชูรสในการรับประทานอาหารทุกมื้อ และสามารถทำเป็นเครื่องปรุง ในการประกอบอาหารคาว นิยมใช้ปลาไส้ตัน เพราะมีขนาดเล็ก เปื่อยเร็ว มีกลิ่นหอม สีสวย รสอร่อย เห็นน็บูดู คิดถึง ข้าวยำ จึงซื้อข้าวยำกลับไปฝากเพื่อน |