
เดินทางผ่านบ้านหลังหนึ่ง ภาพเขียนวางอยู่เรียงราย ประดับข้างฝา ตามกิ่งไม้ ตามพื้น ได้เข้ามาสัมผัสชีวิตของผู้เฒ่าที่ยิ่งใหญ่ ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ได้รับการสอนสั่งเรื่องมุมมองในภาพ ไม่ว่าภาพเขียนหรือภาพถ่าย อยู่ที่ว่าต้องการสื่ออะไรออกมามากกว่าที่ตาเห็น การจัดวางต้องอยู่ในจิต ได้เรียนรู้ ได้ทดลองถูกผิดก็หลายครั้ง
วันนี้จึงถ่ายภาพงานศิลปะ ที่เกิดขึ้นจากเรื่องราวจริงที่ผ่านมาในชีวิตผู้เฒ่า กระดานชนวน บานหน้าต่างไม้ผุๆพัง รูปโรงเรียนที่ซีดจาง ชอล์กขาวที่ด่างดำ
บทกวีบทนั้นในกระดานชนวนเขียนไว้ว่าเช่นไร มองไม่ชัด แต่พอจะอ่านได้บ้าง
โรงรง โรงเรียนโรงเรียงที่รับรู้ คุณคงคุณครู ผู้ดูผู้สั่งสอน ตึกกง ตึกเก่าอาคารเฒ่าไม่ถาวร ยังคง ยังคอน นักเรียนข้ามมาหลายคน ยังคงยังข้ามไม่เคยถามไม่เคยไถ่ อาคารมง อาคารไม้ ที่เคยได้ นั่งสะลอน พอได้ดิบ พอได้ดี ก็ไม่มีความออนซอน ไม่เคยอ้อน ไม่เคยย้ำ พอก้าวล้ำ ก็ลืมเลือน การศึกษง การศึกษาสร้างคนมาให้เป็นใหญ่ โต๊ะมง โต๊ะไม้ ก็รับใช้ในการสอน นักรง นักเรียนได้รองเขียน ได้ฟุบนอน พอเติบโตแล้วก็ร่อนพอได้จรก็ไม่จำ งบประมง งบประมาณ ที่ร่วมผลาญกันทั้งเมือง เคยมีโรง เคยมีเรื่องการศึกษาบ้างหรือไม่ ครูเก่าๆครูแก่ๆไม่เหลียวแลบ้างหรือไร หรือจะให้แค่อยู่ๆไว้เป็นปู(ชนี)ครูไทย ใครจะเหลียว ใครจะแล ครูก็แย่ อาคารจะยุบ ตึกใหม่ๆนั้นก็ผลุบ แต่ไม่โผล่ตรงที่สอน ทั้งเงินดง ทั้งเงินเดือน ไม่เห็นเบือนให้สะออน จะต้องวอน จะต้องเว้า กับพวกเจ้า กี่เท่าปี
บทบันทึกชองผู้เฒ่าจบลงพร้อมเรื่องราวที่ออกจากใจ
|