|
การเชื่อมต่ออินเตอร์ผ่านดาวเทียม ประวัติ ดาวเทียมในปีทศวรรษที่70 ช่วงทศวรรษที่ 70 ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เกิดขึ้นในโลกของดาวเทียม อุปกรณ์และเครื่องมือใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมได้ถูกนำมาใช้ ชิ้นส่วนอุปกรณ์เหล่านั้นล้วนถูกทำขึ้นมาจากการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีในการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและก่อสร้างดาวเทียม ดาวเทียมในปีทศวรรษที่ 90 ในช่วงทศวรรษที่ 90 ดาวเทียมถูกใช้งานไปอย่างกว้างขวาง ไม่เว้นแม้แต่งานธรรมดาทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น บริษัท TRW Inc. ซึ่งเป็นบริษัทเอกชนธรรมดา ก็ได้มีการวางแผนที่จะสร้างระบบดาวเทียมที่ครอบคลุมเครือข่าย ข่ายการสื่อสารผ่านดาวเทียม ระบบนี้เรียกว่า "Odyssey"ซึ่งได้ถูกใช้ในธุรกิจโทรคมนาคม ดาวเทียมของ TRW จะเน้นให้บริการในเขตพื้นที่สำคัญๆ เหมือนกับว่ามันได้ครอบคลุมโลกทุกส่วนไว้เป็นหนึ่งเดียว ฉะนั้น บริษัทจึงคาดหวังว่าจะสร้างกำไรงามๆ จากธุรกิจดาวเทียมโทรคมนาคม เหล่านี้เป็นวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นและถูกพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่าอยู่ตลอดเวลา
http://www.gistda.or.th/Gistda/HtmlGistda/Html/HtmlHisSat/HisSatillite.html
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครได้มีความตั้งใจที่ จะพัฒนาการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยให้สอด คล้องกับการเปลี่ยน แปลงและพัฒนาของเทคโนโลยี ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งใน ราวปลายปีพ.ศ.2538 ภาคธุรกิจมีความ ต้องการวิศวกรใน ทุกสาขาโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง วิศวกรสาขาโทรคมนาคม ที่มี ความรู้ ความเข้าใจเรื่อง การสื่อสาร ผ่านดาวเทียมที่มีการขยายตัวออกไป ในภูมิภาคนี้เป็นอย่างมากรวมทั้งการใช้ ประโยชน์จากดาวเทียม ในด้านอื่นแต่ การผลิตบุคคลากรสาขาเหล่านี้จำเป็นต้อง มีการเรียนการสอนที่ถูกต้องมีห้องปฏิบัติ การให้นักศึกษา ได้ทดลองอย่างจริงจัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จึงได้ ดำเนินโครงการถ่ายทอด เทคโนโลยี การออกแบบสร้างและทดสอบดาวเทียม ขนาดเล็กจาก The University of Surrey ประเทศอังกฤษ โดยได้เซ็นสัญญา ความ ร่วมมือเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2538 มหาวิทยาลัยฯ ได้ส่งอาจารย์ของ มหาวิทยาลัยฯ 11 คน และวิศวกร ของบริษัท UCOM 1 คน ไปเริ่มโครงการที่ประเทศ อังกฤษเมื่อเดือน เมษายน 2539 ซึ่งคณะทำงานได้เรียนรู้พื้นฐานการ ออกแบบดาวเทียม การสร้างและการทดสอบดาวเทียมโดยได้ทำการสร้าง ดาวเทียม เพื่อใช้ งานจริงชื่อ TMSAT (Thai Micro-Satellite) เสร็จสิ้น เมื่อเดือน เมษายน 2540 รวมเวลาทั้งสิ้น 1 ปีเต็ม นับเป็นดาว เทียมดวงแรก ที่ออกแบบและสร้างโดยคนไทย อีกทั้งเป็นก้าวแรก ที่ประเทศไทย เข้าสู่กิจการอวกาศอย่างเช่นประเทศที่พัฒนาแล้ว ดาวเทียมไทพัฒได้ถูกติดตั้งกับดาวเทียมหลักชื่อ Resure-4 ของรัสเซีย ร่วมกับดาวเทียมขนาดเล็กอีก 4 ดวง จากนั้น ดาวเทียมไทพัฒที่สร้างขึ้น ถูกปล่อยเข้าสู่วงโคจรเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2541 ด้วยจรวด Zenith-II จากฐานยิงเมือง Baikanur ประเทศ Kazakstan เมื่อเวลา 13.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ดาวเทียม TMSAT ต่อมาได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ พระราชทาน ชื่อว่าดาวเทียม 'ไทพัฒ' เมื่อเดือนตุลาคม 2541
http://www.mut.ac.th/~wwwtmsat/history/index.html ************************************************** คุณสมบัติ ดาวเทียมไทพัฒมีขนาด 35 x 35 x 60 ซม3 น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ภาพทางด้านซ้ายเป็นโครงสร้างของดาวเทียม ที่มีแผงโซลาเซลแบบแกเลี่ยม อะเซไนด์ติดอยู่โดยรอบ ภายในมีระบบคอมพิวเตอร์ 4 ชุด ชุดสื่อสารย่านความถี่วิทยุสมัครเล่น 1 ชุด การรักษาเสถียรภาพดาว เทียมให้กล้องถ่ายภาพชี้มายังโลกตลอดเวลาใช้ Gravity gradient boom ที่มีน้ำหนักของ Tip mass 2 กิโลกรัมติดอยู่ที่ปลายยาว 6.28 เมตร Gravity gradient boom นี้ติดอยู่ด้านบนของดาวเทียม นอก จากนี้ยังมี 3-axis wheel และ Magnetorquer
ดาวเทียมไทพัฒโคจรรอบโลกเป็นแบบวงโคจรต่ำ (Low earth orbit) มีความสูงเฉลี่ยจากผิวโลก 815 กิโลเมตร ในแนวที่ผ่านขั้วโลกเหนือและ ใต้ การโคจรแต่ละรอบใช้เวลา 101.2 นาที ทำให้โคจรรอบโลกวันละ 14.2 ครั้ง แต่ละครั้งของการโคจรจะผ่านเส้นแวงที่เลื่อนออกไปประมาณ 25 องศา ทำให้ดาวเทียมไทพัฒมีการโคจรผ่านทุกพื้นที่ในโลก และจะ ผ่านประเทศไทยทุกวันเวลาประมาณ 8.30-12.30 น. 2-3 ครั้ง และเวลา 20.30-00.30 น. 2-3 ครั้ง แต่ละครั้งมีเวลาให้สถานีภาคพื้นดินติดต่อ กับดาวเทียมประมาณ 17 นาที เส้นประในภาพข้างบนแสดงแนวทางโคจร ของดาวเทียมไทพัฒใน 1 วัน
การสื่อสารกับดาวเทียมไทพัฒเป็นแบบดิจิตอล ในย่านความถี่นัก วิทยุสมัครเล่น ความถี่สัญญาณขาขึ้น 145.25 MHz และความถี่ สัญญาณขาลง 436.25 MHz ซึ่งนักวิทยุสมัครเล่นทั่วโลกที่อยู่ ในรัศมี 3,000 กิโลเมตรจากตำแหน่งที่ดาวเทียมไทพัฒโคจรอยู่ สามารถสื่อสารกับดาวเทียมได้โดยตรง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ดังตัวอย่างในรูปข้างบนเมื่อดาวเทียมอยู่บริเวณประเทศไทยจะ ทำให้ผู้ที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกือบทั้งหมดสามา รถติดต่อกับดาวเทียมไทพัฒได้ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการ ศึกษาค้นคว้าของประชาชนได้โดยตรง ภาพถ่ายมุมกว้างภาพแรกจากดาวเทียมไทพัฒบริเวณทะเลแดง ถ่ายเมื่อ 12 สิงหาคม 2540คุณสมบัติของดาวเทียมไทพัฒอีก อย่างหนึ่งคือความสามารถในการถ่ายภาพ ในการใช้ดาวเทียมไทพัฒเพื่อการถ่ายภาพระยะไกลนั้น ดาวเทียมไทพัฒมีกล้องถ่าย ภาพมุมกว้างซึ่งสามารถถ่ายภาพในย่านแสงใกล้อินฟาเรดขนาด 578x576 จุดได้ด้วยการถ่ายเพียงครั้งเดียว ซึ่งแตกต่างจาก ดาวเทียมถ่ายภาพอื่นที่ถ่ายภาพทีละเส้นทำให้ภาพที่ได้จากดาว เทียมไทพัฒไม่ต้องไปผ่านกระบวนการแก้ไขการเอียงของภาพ ดังนั้นที่ความละเอียดของการถ่ายภาพที่เท่ากันแล้ว ภาพจากดาว เทียมไทพัฒจะชัดเจนกว่า ภาพที่ได้จากกล้องมุมกว้างนั้นครอบ คลุมพื้นที่ประมาณ 1156x1152 ตารางกิโลเมตร ภาพที่ได้มี ประโยชน์ในการดูสภาพภูมิอากาศ การเกิดของเมฆและพายุ รวมทั้งการตรวจสอบพื้นที่มุมกว้าง
ดาวเทียมไทพัฒยังมี กล้องถ่ายภาพมุมแคบอีก 3 กล้องเพื่อ ถ่ายภาพในย่านแสงสีแดง (0.61-0.69 nm.) เขียว (0.50-0.59 nm.) และใกล้อินฟาเรด (0.81-0.89 nm.) แต่ละภาพที่ได้มีขนาด 1024x1024 จุด ทำให้ถ่ายภาพได้พื้นที่ประมาณ 90x90 ตารางกิโลเมตร ภาพถ่ายนี้สามารถนำไปใช้ในการสำรวจ ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ แหล่งน้ำ เมือง เป็นต้น เมื่อต้องการที่จะให้ดาวเทียมถ่ายภาพที่ใดในโลกก็กำหนด พิกัดที่ต้องการให้กับดาวเทียม เมื่อดาวเทียมโคจรผ่านไป ก็จะทำการถ่ายภาพแล้วเก็บภาพไว้ในหน่วยความจำของดาว เทียม ซึ่งหน่วยความจำของดาวเทียมมีขนาด 128 เมกะไบต์ (128 ล้านไบต์) ทำให้สามารถเก็บจำนวนภาพได้สูงสุดประมาณ 128 ภาพ เมื่อดาวเทียมโคจรมาในรัศมีที่สถานีภาคพื้นดินซึ่งตั้ง อยู่ที่บริเวณภายในมหาวิทยาลัยฯ สามารถติดต่อได้ก็จะเริ่มการ ส่งข้อมูลภาพลงมา ภาพที่ถ่ายจากดาวเทียมทั้ง 3 กล้องใน 3 ย่านแสงที่ถูกส่ง ลงมายังสถานีภาคพื้นดินจะถูกนำมารวมกันเป็นภาพสามารถ ทำความเข้าใจได้โดยง่าย ดังตัวอย่างภาพถ่ายบริเวณกรุงเทพที่ 3 ย่านแสงข้างล่าง
Red Green Near Infared
ประเภทของดาวเทียม 1. ดาวเทียมสื่อสาร 2. ดาวเทียมสำรวจ 3. ดาวเทียมพยากรณ์อากาศ 4. ดาวเทียมทางการทหาร 5. ดาวเทียมด้านวิทยาศาสตร์
การแบ่งประเภทตามการใช้งาน 1. ดาวเทียมที่ใช้ในการสื่อสารแบบจุดต่อจุด เช่น PALAPA THAICOM 2. ดาวเทียมสื่อสารระหว่างดาวเทียม เช่น TDRS 3. ดาวเทียมเพื่อการสื่อสารเคลื่อนที่บนบก ในน้ำ และในอากาศ เช่น INMASAT 4. ดาวเทียมเพื่อการสื่อสารวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรศัพท์ เช่น ASTRA 5. ดาวเทียมเพื่อการสำรวจโลก สำรวจทรัพย์ยากรธรรมชาติ เช่น LANDSAT 6. ดาวเทียมเพื่อการสำรวจอวกาศ เช่น METEOR EXPLORER 7. ดาวเทียมเพื่อการพยากรณ์อากาศ เช่น GMS NOAA 6-9 8. ดาวเทียมเพื่อการปฏิบัติในห้วงอวกาศ เช่น SPAS SKYLAB 9. ดาวเทียมเพื่อกิจการวิทยุสมัครเล่น เช่น JAS-1 JAS-2 AO-40 10. ดาวเทียมเพื่อการกำหนดตำแหน่ง เช่น NAVSTAR 11. ดาวเทียมเพื่อการนำร่องเรือ และ อากาศยาน เช่น TRANSIT COSMOS http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1 รูปแสดงการติดตั้ง
http://school.obec.go.th/sala_mai/information/internet.htm
IP STAR อีกทางเลือก ของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง รับสมัครสมาชิก พร้อมบริการติดตั้งอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง ผ่านดาวเทียม IP-STAR แก้ปัญหาให้กับพื้นที่ ที่สัญญาณ ADSL เข้าไม่ถึง เพราะไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ในการให้บริการ และยังสามารถใช้งานหลายเครื่องในเวลาเดียวกันได้ โดยทำเป็นเน็ทเวิร์คภายในบ้านหรือสำนักงาน
IP-STAR เป็นบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านช่องสัญญาณดาวเทียมแบบสองทาง ซึ่งมีการเชื่อมต่อตลอดเวลา รูปแบบการบริการถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการในลักษณะของการ Shared Bandwidth ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้บริการได้ตั้งแต่ความเร็ว 128 Kbps ถึง 2048 Kbps ในราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาท (ค่าติดตั้ง 3,000 บาท)
รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.digital2007.com/product.detail.php?lang=th&id=1132183#
http://www.pantipmarket.com/view.php?id=K6448069 อินเตอร์เน็ต ดาวเทียม IPSTAR รหัสสินค้า: 000276 รับสมัครสมาชิกทั่วประเทศในราคาเริ่มต้นเพียง 990 บาท สนใจโทร 02-9908146,084-4805248 รายละเอียด: สมัครสมาชิกง่ายๆเพียง ใช้หลักฐานดังต่อไปนี้
บุคคลทั่วไป - สำเนาบัตรประชาชน - สำเนาทะเบียนบ้าน
นิติบุคคล(รูปแบบบริษัท) - สำเนาบัตรประชาชนผู้มีอำนาจ - ภพ.20 - หนังสือรับรองบริษัท
ข้อดีของอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง IPSTAR
- ไม่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่ เนื่องจาก IPSTAR สามารถให้บริการอินเทอร์เน็ต ความเร็วสูงได้ทั้ง ในย่านธุรกิจ ชุมชนเมือง หรือแม้เต่พื้นที่ห่างไกลที่สาย โทรศัพท์เข้าไม่ถึง ในขณะที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงระบบอื่นๆ เช่น ADSL และ Cable Modem สามารถให้บริการได้เฉพาะพื้นที่เล็กๆ ในย่านธุรกิจ สำคัญของกรุงเทพฯ เท่านั้น
- จานรับสัญญาณที่ใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณ มีขนาดเล็ก กะทัดรัด ช่วยประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง โดยไม่จำเป็น ต้องใช้ สายโทรศัพท์
- มีการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต แบบตลอดเวลา (Always on) โดยที่ผู้ใช้ไม่ ต้องต่อสายโทรศัพท์ ทุกครั้ง เมื่อต้องการ ใช้อินเทอร์เน็ต
- ใช้เป็นระบบสำรองได้ในกรณีที่สัญญาณ ADSL ขัดข้อง เพื่อไม่ทำให้พลาดการติดต่อ ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญ
- สามารถใช้งานหลายเครื่องในเวลาเดียวกันได้ โดยทำเป็นเน็ทเวิร์คภายในบ้านหรือสำนักงาน
บริการอินเทอร์เน็ต ได้สูงสุดตั้งแต่ 128 - 2048 Kbps. (Best Effort) ภายใต้ระบบ การบริหารช่องสัญญาณ ที่มีประสิทธิภาพ พื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วประเทศ ติดตั้งได้สะดวก และรวดเร็ว สามารถเลือกระดับอัตราความเร็วได้ตั้งแต่ 128/56 Kbps ถึง 2048/512 Kbps.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ค่าติดตั้ง 3,000 บาท อัตราค่าบริการ คลิก "เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง" เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง: http://www.digital2007.com/article.php?id=21925&lang=th 11/07/2550 (update 19/10/2550) http://www.digital2007.com/product.detail.php?lang=th&id=1132183#
http://www.digital2007.com/article.php?id=21925&lang=th
ระบบดาวเทียมเองจะมีระบบเชื้อเพลิงใช้ในการควบคุมให้ดาวเทียมลอยอยู่ตรงตำแหน่ง โดยมีระบบสั่งการจากสถานีควบคุมภาคพื้นดิน และหากว่าเมื่อไรเชื้อเพลิงที่ใช้ควบคุมตำแหน่งเกิดหมด หมายความว่าดาวเทียมดวงนั้นจะไม่อยู่ในการควบคุมจากสถานีภาคพื้นดินอีกต่อไป และจะถือว่าดาวเทียมดวงนั้นเสียใช้งานไม่ได้ อายุโดยประมาณของดาวเทียมจะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 15 ปี
น์จากการใช้ดาวเทียม การสื่อสารผ่านดาวเทียมนับว่าเป็นการสื่อสารที่ประหยัดกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการสื่อสารระบบอื่นๆ โดยที่ดาวเทียมหนึ่งดวงสามารถส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ของโลกได้มากถึง 40 % ของพื้นที่โลก ระบบการสื่อสารในปัจจุบันจึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะใช้สำหรับการสื่อสารกันระหว่างประเทศ การถ่ายทอดสดกีฬา ข่าวสารสดๆจากทั่วทุกมุมโลก หรือการนำเสนอข่าวสารการสู้รบแบบสดๆจากพื้นๆที่ๆเกิดเหตุ เราสามารถรับรู้เรื่องราวของโลกใบนี้ในเพียงแค่ไม่กี่วินาที และ ยังใช้ได้กับระบบโทรศัพท์ วิทยุ ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ท และอีกหลากหลายระบบที่สามารถใช้การสื่อสารด้วยระบบดาวเทียมได้
การรับและส่งสัญญาณ ละส่งสัญญาณ ดาวเทียมที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า จะทำหน้าที่เหมือนสถานีทวนสัญญาณ คือจะรับสัญญาณที่ยิงขึ้นมาจากสถานีภาคพื้นดิน เรียกสัญญาณนี้ว่า สัญญาณขาขึ้นหรือ ( Uplink ) รับและขยายสัญญาณพร้อมทั้งแปลงสัญญาณให้มีความถี่ต่ำลงเพื่อป้องกันการรบกวนกันระหว่างสัญญาณขาขึ้นและส่งลงมา โดยมีจานสายอากาศทำหน้าที่รับและส่งสัญญาณ ส่วนสัญญาณในขาลงเรียกว่า ( Downlink ) พื้นที่การให้บริการดาวเทียม
ขอบเขตพื้นที่การให้บริการดาวเทียม เรียกว่า Footprint ดาวเทียมสามารถกำหนดขอบเขตการส่งสัญญาณกลับมายังภาคพื้นดินได้ ดังภาพ ย่านความถี่ดาวเทียม ย่านความถี่ดาวเทียม ดาวเทียมที่ส่งสัญญาณในย่านความถี่ C-BAND จะมีกำลังส่งค่อนข้างต่ำประมาณ 8-16 วัตต์ ดังนั้นเมื่อสัญญาณส่งมาถึงโลกจึงมีสัญญาณที่อ่อนมาก ในการรับสัญญาณเราจึงจำเป็นต้องใช้จานที่มีขนาดใหญ่ แต่มีข้อดีคือครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างรวมทั้งสามารถตั้งมุมยิงสายอากาศให้มีขอบเขตจุดศูนย์กลางของสัญญาณโดยเน้นความเข็มของสัญญาณไว้ได้ถึง 2 จุด ดังรูปภาพ ที่จุด A สาเหตุที่ไม่สามารถส่งสัญญาณที่กำลังวัตต์สูงๆได้ เนื่องจากในภาคพื้นดินก็ยังคงใช้ความถี่อยู่ในย่านนี้ด้วยเหมือนกัน เพราะถ้าส่งที่กำลังวัตต์สูงๆจะทำให้เกิดการรบกวนกันระหว่างคลื่น
ส่วนการส่งในย่านความถี่ KU-BAND จะส่งด้วยกำลังวัตต์ที่สูงกว่าระบบ C-BAND หรือบางประเทศก็ส่งที่กำลังวัตต์สูงๆเลย ทำให้สัญญาณที่รับได้ที่ภาคพื้นดินมีความเข็มสัญญาณสูงมาก ในการรับสัญญาณในระบบนี้จึงใช้จานที่มีขนาดเล็กๆก็รับสัญญาณได้แล้ว จานที่ใช้กับระบบ KU-BAND จะมีขนาดตั้งแต่ 1.5 ฟุตขึ้นไป ขอบเขตในการส่งสัญญาณหรือ Footprint ในระบบ KU-BAND ส่วนมากจะส่งสัญญาณในขอบเขตที่จำกัดเช่นมีขอบเขตเฉพาะจังหวัด หรือ เฉพาะประเทศ ในระบบเคเบิ้ลทีวีผ่านดาวเทียมส่วนมากจะนิยมใช้ระบบนี้ในการส่งสัญญาณเพื่อบริการลูกค้า เพราะว่าสามารถจะ บริการลูกค้าได้ง่าย ใช้จานรับที่มีขนาดเล็กทำให้ประหยัดต้นทุนโดยรวม ข้อเสียของระบบนี้คือ จะมีผลต่อสัญญาณเมื่อมีฝนตกหนักหรือท้องฟ้าปิดด้วยเมฆฝนมากๆ จะทำให้รับสัญญาณได้อ่อนลงหรืออาจจะรับไม่ได้ในในเวลานั้น แล้วก็จะกลับคืนมาปกติเมื่อสภาพอากาศปกติ
http://www.nics-sat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=24243&Ntype=1
สมาชิกในกลุ่ม
1. น.ส. กุหลาบ อารีวงศ์ เลขที่ 1 2. น.ส. วิภารัตน์ วารินสะอาด เลขที่ 11 3. น.ส. นาตยา แดงงาม เลขที่ 23
ชั้น ม.5/1
|