• ล่าฝัน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wisarut_22@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-24
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 2527
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
more
บ้านคนรักไก่ชน
อนุรักษ์และพัฒนา ไก่ชนไทยสายพันธุ์พนัส เชิงเลี้ยวคออ่อน วงในเหนียวแน่น ชน 2คอ 2หน้า 2ปีก ลูกตีเด็ดขาด และพม่าแม่สะเรียง เหล่าหงอนหมูบ ลีลา ถอย โยกซ้ายขวา ไม่เข้าปะทะ แผลหู ตา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wisarut22
วันเสาร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2551
การเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียงออกชน
Posted by ล่าฝัน , ผู้อ่าน : 318 , 01:19:27 น.   | หมวดหมู่ : สาระน่ารู้ พม่าแม่สะเรียง  
พิมพ์หน้านี้


ไก่พม่าแม่สะเรียงอาวุธที่สำคัญที่สุดคือความถี่ แข้งหน้าที่จัดจ้าน ความคมของแข้ง ความเร็วและความคล่องตัว

                การที่จะเลี้ยงไก่ออกชนให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด เราจะต้องรู้ธรรมชาติของไก่ว่าเป็นอย่างไร มีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหน แล้วทำการเสริมหรือเพิ่มเต็มให้เต็มในที่สุด

                เช่นเดียวกันกับการเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียง เราจะต้องรู้จักไก่พม่าแม่สะเรียงก่อนว่ามี ลักษณะที่เด่นและ ลักษณะด้อยอย่างไรบ้าง รวมไปถึงแม้แต่นิสัยของไก่ที่จะเลี้ยงด้อยยิ่งจะดีมาก เนื่องจากไก่พม่าแม่สะเรียงมีลักษณะเด่นก็คือ มีความว่องไว  ฉลาดปราดเปรียว  บินดีไม่มีการเข้าปะทะ แข้งหน้าจัดจ้านแบบสุดๆ มีลีลาครบคือ โยกล่าง ลอด ถอด ถอย สาดแข้งเปล่าจัดจ้านมาก ตีถี่จัด และที่สำคัญที่สุดคือแผลคมมาก(หู ตา) ส่วนลักษณะด้อยของไก่พม่าแม่สะเรียง นั่นก็คือ  มีโครงสร้างที่บอบบาง  ตัวเล็ก เนื้อหนังบาง  กระดูกเล็ก บางเหล่าจิตใจยังต้องพัฒนา ถึงแม้มีการพัฒนาให้ได้รอยโตขึ้น แต่ ถ้าเป็นไก่พม่าเลือดร้อย ก็ยังหนีไม่พ้นข้อเสียตรงนี้ นอกจากเอาไก่สายพันธุ์ที่มีโครงดีสร้างมีมาผสม เช่น ไก่ไซ่ง่อนเป็นต้น

                ตามที่ยกตัวอย่างมาลักษณะที่เด่นที่สุดของไก่พม่าแม่สะเรียง ก็คือ ความเฉียบคมในการวางแผล และความเร็วในการออกอาวุธ  ลักษณะด้อยที่สำคัญอันสุดเป็นจุดอ่อนของไก่พม่าแม่สะเรียงก็คือ โครงสร้างไม่ค่อยดี (บอบบาง) เนื้อหนังบาง ซึ่งเราจะเสริมตรงนี้ให้ไก่พม่าแม่สะเรียงไม่ได้เลย เพราะถ้าเรา เลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียงอยากให้เนื้อหนังแดงแปรด ลงขมิ้นลงเล่นกระเบื้องทั้งตัว ไก่พม่าสะเรียงก็จะแข็งแกร่งขึ้น เนื้อหนังดีขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมันเป็นความคิดที่ผิดมหันต์มาก ไก่พม่าแม่สะเรียงมีร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นเพียงเล็กน้อย  แต่ข้อเสียมันช่างเยอะเสียเหลือเกิน ไก่พม่าแม่สะเรียงตัวนั้นอาจจะหมดความเก่งลีลาที่ว่าด้วยโยกล่าง ลอด ถอด ถอย สาดแข้งเปล่าจัดก็จะช้าลง ไม่พลิ้วเหมือนเดิม การออกอาวุธก็จะช้าลง  ความถี่ก็จะลดลง บางทีก็ไม่ตีไก่ไปเลย  เป็นเพราะอะไรหรือ เป็นเพราะเราไปทำผิดหลักธรรมชาติของมันไง ไก่พม่าแม่สะเรียงที่มันเก่ง มันเก่งเพราะมันบินดี ตีเร็ว ตีถี่ ตีแม่น เข้าออกไว แต่ดันไปทำตัวให้ตึงแข็งทื่อไปหมด ขาดความคล่องตัว จะบินก็ไม่ค่อยสุดปีกสุดหางเท่าไหร่ เพราะตึงไปหมดทั้งตัว   

                สูตรการเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียง เน้นความคล่องตัวเป็นหลัก โดยออกกำลังกายให้ครบทุกส่วน เพื่อที่จะได้บินตีคู่ต่อสู้ได้อย่างแม่นยำ และ ถี่ยิบ พร้อมกับลีลาที่พลิ้วไหวคล่องตัวแบบสุด ๆ  เพิ่มในสิ่งที่เด่นของไก่พม่าแม่สะเรียงให้มากขึ้น และ อันตรายขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า เพื่อที่ลบล้างในจุดด้อย ไม่ว่าจะแข็งแกร่งแค่ไหนเจอเดือยแทงหูแทงตาเข้าไปก็มีสิทธิ์แพ้ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียงไม่ต้องแข็งให้เป็นหินก็ได้  เพราะไก่พม่าแม่สะเรียงไม่ต้องทำเชิงเพื่อบังคับคู่ต่อสู้ตี และ ไก่พม่าแม่สะเรียงไม่ใช่นักลงทุนที่จะต้องลงทุนรับแข้งคู่ต่อสู้ก่อนแล้วค่อยมาตีในอันท้าย ๆ แต่ในทางกลับกันกลับเป็นฝ่ายดักทำจังหวะ ชิงทำก่อน ไม่ยอมเข้าปะทะ ด้วย ลีลา โยกล่าง ลอด ถอด ถอย สาดแข้งเปล่าจัดจ้าน นี่เอง สูตรนี้เหมาะสำหรับไก่พม่าแม่สะเรียงที่มีลีลาอย่างนี้เท่านั้นลีลาอื่นหมดสิทธ์ ไก่สายพันธุ์อื่นก็ยิ่งหมดสิทธ์ไปกันใหญ่ อย่าเอาสูตรนี้ไปเลี้ยงไก่ไทย หรือ ไก่ เวียตนามออกชนนะครับ เพราะมันใช้แทนกันไม่ได้ และ ไม่เข้ากับหลักธรรมชาติของมัน นี่คือสูตรการเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียง

1.       นำไก่ที่ปล้ำได้ที่หรือคัดผ่านแล้ว อายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป (ไก่พม่าแม่สะเรียงต้องรออายุเพื่อความแข็งแกร่ง) มาถ่ายยาก่อน ดูด้วยนะครับว่าลงหรือเปล่า และไก่พม่าแม่สะเรียงที่ผ่านการคัดเลือกจะต้องมีลีลา โยกล่าง ลอด ถอด ถอย สาดแข้งเปล่าจัด และมีความแม่นยำในการออกอาวุธ ที่สำคัญมากที่สุด “ต้องใช้เดือยจัด” ผ่านการปล้ำมาไม่น้อยกว่า 7 – 10 อัน ในจำนวนนั้นต้อง ได้หน้า ต้องได้เจ็บ ต้องได้ใจ เพื่อเจ้าของจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง (เสียไก่ด้วย)

2.       หลังจากถ่ายยาควรให้ไก่พักสัก 2- 3 วันตามความเหมาะสม หลังจากที่ไก่ฟื้นแล้ว (ขี้เป็นก้อน) ก็เริ่มทำการเลี้ยงตามสูตรได้เลย

3.       เริ่มแรก 6.00 น. บินหลุม 50 ครั้ง ก่อนไม่ต้องให้บินเยอะ แล้วพักให้กินของเบา ๆ เช่นกล้วยน้ำว้าเป็นต้น

4.       พอ 8.00 น. ลงนวมครั้งแรกเอาสัก 10 – 15 นาทีพอ อีก 4 วัน ค่อยมาลงนวม 20 นาทีเต็ม ( ลงนวม 4 วันครั้ง) หลังลงนวมเช็ดน้ำติดกระเบื้องด้วย อย่าให้ไฟแรงมาก

5.       10.00 น. กราดแดดไก่  ก่อนกราดแดดต้องกราดน้ำให้เปียกก่อนนะครับ วันแรกอย่าให้หอบมาก เ   

6.       11.00 น เอาไก่เข้าร่มแล้วให้กินข้าวเปลือก พร้อมทั้งให้ยาบำรุงในช่วงเช้า เสร็จแล้วเดินตาข่ายผ่อนคลายอิริยาบถ กันต่อเลยนะครับ 

7.       14.00 น.  วิ่งสุ่ม  วันแรกเอาสัก 20 นาทีพอ วันต่อ ๆ มาค่อยเพิ่มทีละนิดจนครบ 30 นาที

8.       16.00 น. เป็นช่วงของการเตะมุ้ง(เว้นในวันลงนวม) เป็นสูตรของไก่พม่าโดยเฉพาะไม่เหมาะกับไก่สายพันธุ์อื่น เพราะผิดหลักธรรมชาติ การเตะมุ้งทั้ง ไก่เลี้ยงและไก่ล่อจะต้องพันนวมหนา ๆ และ พันปาก เพื่อป้องกันการจิกแล้วปล่อยให้เตะกันอยู่คนละฝากโดยไก่ล่อจะอยู่ข้างในไก่เลี้ยงจะอยู่ข้างนอก ใช้เวลา ประมาณ 20 -  30 นาที  พอเตะเสร็จก็กราดน้ำเตรียมกราดแดดในช่วงเย็น

9.       16.30 น. เป็นช่วงของการกราดแดดในตอนเย็นไม่ต้องให้ไก่หอบ พอขนแห้งเสร็จก็เก็บไก่เลย 17.00 น. ให้ไก่กินข้าวเปลือก และ ยาบำรุงในช่วงเย็น

10.    18.00 น.เอาไก่เข้านอนอย่าลืมคลุมมุ้ง เพราะถ้าไม่คลุมมุ้งไก่จะถูกยุงรบกวนทำให้หลับไม่ค่อยสนิท ไก่จะไม่ฟิตเต็มร้อยได้

11.    ทำในข้อ 3 – 10 ทุกวันอย่าให้ขาด แค่ 12 วัน ไก่พม่าแม่สะเรียง ที่เลี้ยงนั้นก็จะกลายเป็นนักล่าเดิมพันที่น่าเกรงขามยิ่ง ( ลงนวมครบ 3 ครั้งพอดี )

3 วันสุดท้ายเป็นช่วงเวลาของการพักผ่อนคลายเนื้อคลายตัว คลายกล้ามเนื้อ ช่วงนี้จะไม่มีการซ้อมหรือการออกกำลังกายใด ๆ ทั้งสิ้น โดยหลังจากเราลงนวมในครั้งสุดท้ายเสร็จให้นำไก่ที่เลี้ยงออกชนมาสระขนด้วยแชมพูสมุนไพร หาซื้อได้ง่าย มีตามร้านค้าทั่วไป เพื่อให้ไก่ได้สบายตัว แล้วก็เอาไดท์ เป่าผมเป่าให้แห้ง  ขนไก่ก็จะมันเป็นประกาย  อมน้ำไม่แห้งง่ายทำให้ไก่เวลานำออกไปชนไม่หอบ หลังจากนั้นก็ปล่อยเดินตาข่ายในช่วงเช้า เวลาประมาณ 9.00 - 10.00 น. สังเกตไก่พม่าแม่สะเรียงในช่วงนี้จะคึกจัด กระฉับกระเฉง กระพือปีกอยู่ตลอดเวลา โดยลักษณะท่าทางที่สังเกตง่าย ๆ ก็คือ ไก่พม่าจะตีปีก แล้วย่อตัวลง หลังจากนั้นจะมองขึ้นไปบนฟ้า หรือ ยอดไม้ นั่นเป็นสัญญาณแสดงว่าจะไก่ตัวนั้นได้สมบูรณ์เต็มที่แล้ว  การปล่อยตาข่ายในช่วงเย็นจะปล่อยในเวลา 16.30 น. เพราะแดดในตอนนั้นจะสวยมากไม่แรงและไม่อ่อนจนเกินไป โดยก่อนปล่อยตาข่ายก็เอาน้ำลูบหน้าลูบตาไก่พม่านิดหน่อยไม่ต้องเปียกเยอะ พอขนแห้งซึ่งเวลาก็จะประมาณ 17.00 น. ก็จะเก็บไก่ แล้วก็ให้ไก่กินข้าวเปลือกและยาบำรุงในช่วงเย็น  18.00 น .เอาไก่เข้านอนเป็นอันเสร็จพิธีใน 3 วันก่อนชน

            วันสุดท้ายก่อนนำไก่ออกชนในวันรุ่งขึ้น เราจะต้องให้เวลากับไก่พม่าแม่สะเรียง พยายามสังเกตอาการต่าง ๆ ของไก่ว่าสมบูรณ์ดีหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าคึกอย่างเดียวแล้วยืนอยู่เฉย ๆแล้วหน้าจู่ ๆ ก็ซีด อันนี้ถือว่ายังใช้ไม่ได้ พยายามสังเกตว่าขี้ปกติดีหรือเปล่า เป็นก้อนดีหรือเปล่า เวลาขัน ขันเสียงเพี้ยนไปจากเดิมหรือเปล่า ในวันรุ่งขึ้น (วันออกชน) เช้ามา 6.00 น. เปิดมุ้งดูว่ากองขี้เป็นกองเดียวหรือเปล่าถ้าเป็นแสดงว่าไก่หลับสนิท เมื่อทุกอย่างเป็นปกติ ไก่สมบูรณ์แข็งแรงดีก็สามารถเอาออกชนได้ แต่ถ้ามีอะไรผิดปกติ อย่างเช่น อาหารไม่ย่อย  ขันเสียงเพี้ยนก็อย่าเพิ่งเอาออกชน ต้องเช็คดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับไก่พม่าแม่สะเรียงที่เลี้ยงอยู่  สำหรับไก่บางตัวอาจจะไม่ค่อยวิ่งสุ่ม หรือ ไม่ค่อยบินหลุม เราอาจมีวิธีอื่นชดเชยในการออกกำลังแล้วแต่ความเหมาะสมได้ เช่น โยนเบาะ หรือ ลงนวมเพิ่มก็ได้ 

ข้อปฏิบัติในการเลี้ยงไก่พม่าแม่สะเรียง

1.       อย่าลงขมิ้นทั้งตัว ถ้าจะลงให้ลงเฉพาะ หน้า กับ แข้ง เท่านั้น

2.       อย่าติดกระเบื้องไฟแรงเกินไป เพราะไก่จะตึงไม่อยากตีไก่ และควรติดกระเบื้อง บริเวณ ใบหน้า หน้าอก ปั้นขา เท่านั้น

3.       อย่าปล้ำเยอะเกินไปไก่อาจจะเสียได้ โดยเฉพาะไก่ที่ตีตัวหนัก ๆ อาจทำให้ไก่พม่าช้ำในได้

4.        ตอนเช้าอาบน้ำอุ่น ตอนเย็นอาบน้ำเปล่าธรรมดา

5.       เน้นการออกกำลังกายให้ครบทุกส่วน อย่างเต็มที่


เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



คุณชอบจะเลือกเลี้ยงไก่ชนสายพันธุ์ไหน (ในการพัฒนา)
ไทยเชิง
34 คน
ป่าก๋อย
15 คน
พม่า
29 คน
ง่อน
13 คน

  โหวต 91 คน