พิมพ์หน้านี้
|
.....เพลานี้บ้านเมืองไร้ศีลธรรม คนทำดีเริ่มท้อแท้...จึงขอให้กำลังใจผู้ที่ศรัทธาความดี ด้วยชาดกจากพระไตรปิฎก...........เรื่อง..... เสนาบดี (รัฐมนตรี)ขี้โกง ท่านดูเหมือนจะอยู่เป็นสุขสบายแล้ว แต่กลับออกจากแว่นแคว้นมาอยู่ป่าที่สงบเงียบ แล้วนั่งซึมเซาอยู่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้ คล้ายคนกำพร้า เป็นเพราะเหตุใดฤา... พระเจ้ายสปาณีแห่งเมืองพาราณสี มีเสนาบดี(รัฐมนตรี)ชื่อ กาฬกะ (แปลเป็นภาษาไทยว่า เสนาบดีดำ) และปุโรหิต(องคมนตรี หรือที่ปรึกษาพระเจ้าแผ่นดิน)ชื่อ ธัมมธัช เสนาบดีกาฬกะนอกจากคุมกำลังกองทัพแล้วยังทำหน้าที่ตัดสินคดีความให้แก่ชาวเมืองด้วย ขณะที่ปุโรหิตธัมมธัชทำหน้าที่ถวายรู้และเรื่องการปกครองแก่พระเจ้ายสปาณี ชาตินั้น พระพุทธเจ้าของเรา(เสวยพระชาติ)เกิดเป็นบุโรหิตธัมมธัช ซึ่งเสนาบดีกาฬกะถือว่าเป็นคู่แข่งคนสำคัญมากที่ต้องจำกัด วันหนึ่ง เสนาบดีกาฬกะได้รับว่าความคดีหนึ่ง ซึ่งฝ่ายผิด....(ไม่รู้เป็นทักษิณ ในปัจจุบันฤาเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน)...พยายามวิ่งล้มคดี โดยเสนอเงินตอบแทนเป็นจำนวนมาก เสนาบดีกาฬกะยอมรับข้อเสนอ และเมื่อคดีถึงที่สุดก็ตัดสินให้ฝ่ายที่ติดสินบน ซึ่งเป็นฝ่ายผิดได้ชนะคดี ข้าพเจ้าแพ้ได้อย่างไร ฝ่ายที่ถูกต้องแต่ถูกตัดสินคดีความให้แพ้ความอุทานออกมาด้วยความเสียใจ ถึงกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาเสียงดังลั่นศาลสถิตยุติธรรม เขาเดินไปอย่างคนไร้สติ ระหว่างนั้นเองได้มาพบกับปุโรหิตธัมมธัช ซึ่งคนทั่วไปรู้จักท่านดีว่าเป็นผู้มีความยุติธรรมมาก ท่านปุโรหิต...เสนาบดีกาฬกะไม่ซื่อสัตย์เลย รับสินบนเขามาแล้ว มาตัดสินคดีความให้ข้าพเจ้าแพ้ความ เขาทำอย่างนี้ได้อย่างไร ในเมื่อท่านก็พร่ำสอนศีลธรรมอยู่ในราชสำนัก..ชายผู้นั้นหมอบลงแทบเท้าของท่านปุโรหิตธัมมธัช แล้วชี้แจงความเป็นจริงให้ทราบด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื่น ปุโรหิตเห็นเขาและได้ฟังเรื่องราวแล้วก็เข้าใจความจริงได้ดี จึงเกิดความสงสารและบอกให้เขาสบายใจ เอาเถอะท่าน.... ถ้าท่านมั่นใจว่าท่านไม่ใช่คนผิด ฉันจักตัดสินคดีให้ใหม่.... ว่าแล้ว ปุโรหิตธัมมธัชกาชายคนนั้นกลับไปยังศาล แล้วสั่งให้รื้อคดีขึ้นมาใหม่ ชาวเมืองที่ได้รับทราบเรื่องการรื้อฟื้นคดีความขึ้นมาพิจารณาใหม่ ชาวเมืองที่ได้รับได้ทราบเรื่องการรื้อฟื้นคดี ต่างพากันมาฟังคำตัดสินอย่างหนาแน่น ปุโรหิตธัมมธัชพิจารณาคดีความตามความเป็นจริง จึงพบว่าเสนาบดีกาฬกะตัดสินคดีความไม่ยุติธรรมอย่างที่ถูกกล่าวหาจริง ดังนั้น เพื่อความเป็นธรรมปุโรหิตจึงกลับคำตัดสินใหม่ให้ชายผู้ที่ถูกตัดสินให้แพ้เป็นชนะตามรูปคดี ชาวเมืองต่างดีใจพากันโห่ร้องแสดงความยินดีกับชายผู้ชนะคดี พระเจ้ายสปาณีประทับอยู่ในพระราชวัง ทรงตกพระทัยที่ได้ยินเสียงโห่ร้องนั้น ทรงรับสั่งถามเจ้าหน้าที่ว่า.... ...นั่นเสียงอะไร....? ...เสียงโห่ร้องแสดงความยินดี พระเจ้าข้า..... เจ้าหน้าที่กราบทูล ...ยินดีอะไรกัน....? ...ยินดีที่คดีได้รับการตัดสินอย่างยุติธรรม พระเจ้าข้า..... ...ใครเป็นผู้ตัดสิน...? ปุโรหิตธัมมธัช พระเจ้าข้า..... เจ้าหน้าที่กราบทูลพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พระเจ้ายสปาณีทรงทราบ วันนั้นเอง พระเจ้ายสปาณีทรงรับสั่งให้เชิญปุโรหิตธัมมธัชเข้สเฝ้า แล้วตรัสถามถึงเรื่องราวทั้งหมดด้วยพระองค์เอง ...ขอเดชะ ข้าพระองค์เกรงใจเสนาบดีกาฬกะอยู่เหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันก็อดสงสารคนถูกไม่ได้ที่ต้องมากลายเป็นคนผิด.... ปุโรหิตกราบทูลพระเจ้ายสปาณีตามความเป็นจริง ...ดีแล้วท่านปุโรหิต ขอให้รักษาความยุติธรรมไว้..... พระเจ้ายสปาณีตรัสให้ปุโรหิตธัมมธัชสบายใจ ...ตั้งแต่นี้ไปฉันขอมอบหน้าที่ตัดสินคดีความห่านแต่เพียงผู้เดียว เพื่อว่าฉันจะได้สบายหูไม่ต้องฟังเสียงสาปแช่ง และบ้านเมืองของเราจะได้เจริญในเรื่องความยุติธรรมเสียที.... ...ไม่ได้หรอก พระเจ้าข้า.... ปุโรหิตธัมมธัชรีบทูลปฏิเสธ ...จะทำให้เสนาบดีกาฬกะบาดหมางใจไปเปล่า ๆ..... ...ท่านจะเห็นแก่เสนาบดีกาฬกะเพียงผู้เดียว หรือจะเห็นแก่คนทั้งแว่นแคว้น... พระเจ้ายสปาณีตรัสถามเสียงหนักแน่น ปุโรหิตธัมมธัชเมื่อไม่สามารถขัดพระประสงค์ได้ จึงจำใจรับหน้าที่ตัดสินคดีแทนเสนาบดีกาฬกะ ซึ่งบัดนี้ได้ถูกปลดจากหน้าที่นี้แล้ว ปุโรหิตธัมมธัชตัดสินคดีความด้วนความยุติธรรม ชาวเมืองต่างพอใจในการตัดสินของท่านมาก ต่างกล่าวสรรเสริญกันทั่วไป เสนาบดีกาฬกะไม่ชอบปุโรหิตธัมมธัชเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อมาถูกแย่งหน้าที่ก็ยิ่งทำให้ไม่ชอบมากยิ่งขึ้น เขาแสวงหาหนทางทำลายปุโรหิตอยู่ตลอดเวลา แล้วคราวหนึ่งสบโอกาสเหมาะ จึงเข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้วยุยงว่า.... ...ขอเดชะ อาญามิพ้นเกล้า บัดนี้ปุโรหิตธัมมธัชคิดก่อการกบฏ พระเจ้าข้า.... ...ท่านพูดเหลวไหล.... พระเจ้ายสปาณีไม่ทรงเชื่อคำของเสนาบดีกาฬกะ เสนาบดีกาฬกะก็ยังไม่ละความพยายามกราบทูลยุยงเรื่องปุโรหิตธัมมธัชคิดกบฏให้พระเจ้ายสปาณีฟังอยู่ตลอดเวลา ...ท่านมีหลักฐานหรือ.... พระเจ้ายสปาณีเริ่มคล้อยตาม ...มีพะย่ะค่ะ... เสนาบดีกาฬกะกราบทูล ...ตอนนี้ปุโรหิตธัมมธัชเกลี้ยกล่อมชาวเมืองไว้ในมือได้หมดแล้ว หากพระองค์ไม่เชื่อแล้วละก็ ลองทอดพระเนตรดูทางหน้าต่างนั่นซิ... ขณะนั้นปุโรหิตกำลังเดินมาเข้าเฝ้า ชาวเมืองเมื่อเห็นปุโรหิตธัมมธัชต่างก็เข้ามาทักทาย และแสดงความเคารพรักในฐานะผู้ทรงความยุติธรรมของบ้านเมือง พระเจ้ายสปาณีทอดพระเนตรเห็นภาพนั้นก็ตกพระทัย เพราะทรงนึกไม่ถึงว่ามีผู้คนศรัทธาปุโรหิตธัมมธัชมากมายขนาดนั้น และแล้วก็ทรงเชื่อตามที่เสนาบดีกาฬกะกราบทูล ...แล้วเราจะทำอย่างไรกันดี ท่านเสนาบดี... พระเจ้ายสปาณีตรัสปรึกษากับเสนาบดีกาฬกะ ...มีอยู่ทางเดียวพะย่ะค่ะ... เสนาบดีกาฬกะกราบทูลแบบไว้เชิง ...ทางอะไรหรือ... ...ฆ่าเขาเสีย ไม่อย่างนั้นแล้วพระองค์ก็ไม่สิ้นเสี้ยนหนาม.... พระเจ้ายสปาณี ทรงเห็นชอบด้วยตามที่เสนาบดีกาฬกะกราบทูล แล้วทั้งพระราชาและเสนาบดีก็ร่วมกันวางแผนกำจัดปุโรหิตผู้ซื่อสัตย์ ...ท่านปุโรหิต..... พระเจ้ายสปาณีตรัสขึ้นในวันหนึ่งขณะปุโรหิตธัมมธัชเข้าเฝ้า ...ท่านเป็นคนมีบุญ ชาวเมืองรักใคร่ ฉันอยากจะอาศัยบุญของท่านช่วยให้ฉันได้อุทยานใหม่.... ...หมายความว่าอย่างไร พระเจ้าข้า... ปุโรหิตธัมมธัชสงสัย ...ฉันอยากให้ท่านปุโรหิตสร้างอุทยานให้ฉันใหม่ และสร้างให้เสร็จภายในวันเดียว... พระเจ้ายสปาณีตรัสย้ำเสียงหนักแน่น ...หากไม่เสร็จ ท่านต้องได้รับโทษประหารชีวิต.... ...ได้พระเจ้าข้า.... ปุโรหิตธัมมธัชทูลรับสนองพระราชดำรัสเสียงหนักแน่นเช่นกัน คืนนั้น หลังกลับจากเข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้ว ปุโรหิตธัมมธัชก็ทุกข์ใจอย่างหนัก เพราะมองไม่เห็นทางจะสร้างอุทยานใหม่ให้เสร็จภายในวันเดียวได้ ขณะนั้นครุ่นคิดหาวิธีอยู่ในห้องนอนของตนเองอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง พระอินทร์(เทวดา) ก็มาปรากฏร่างให้เห็นและปลอบโยน ...อย่าหนักใจไปเลย บัณฑิต เราจักช่วยเนรมิตอุทยานให้.... ปุโรหิตธัมมธัชไม่เชื่อตาตัวเอง ท่านพยายามเพ่งพินิจดูรูปที่ยืนสง่าอยู่ตรงหน้า และเมื่อระงับความตื่นเต้ได้แล้ว จึงทรุดตัวลงกราบ พร้อมทั้งกราบทูลว่า...ขอเดชะ พระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งทวยเทพ ขอได้โปรดช่วยข้าพระองค์ด้วย... ...อย่าวิตกไปเลย บอกมาเถอะว่าท่านจักสร้างอุทยานที่ตรงไหน เราจักเนรมิตให้...พระอินทร์ตรัสปลอบ รุ่งเช้าปุโรหิตธัมมธัชออกไปดูยังที่ที่ชี้ให้พระอินทร์สร้าง ก็เห็นอุทยานกว้างใหญ่แห่งใหม่ มีดอกไม้ผลสะพรั่ง จึงรีบไปกราบทูลพระเจ้ายสปาณีให้ทรงทราบ พระเจ้ายสปาณีเสด็จไปทอดพระเนตร พร้อมด้วยเสนาบดีกาฬกะ และเมื่อเห็นว่ายังไม่สามารถกำจัดปุโรหิตธัมมธัช พระราชกับเสนาบดีก็วางแผนกำจัดกันต่อไปอีก คราวนี้ พระเจ้ายสปาณีรับสั่งให้ปุโรหิตธัมมธัชสร้างสระโบกขรณี และเรือนในอุทยานให้เสร็จภายในวันเดียว พระอินทร์ก็เสด็จมาเนรมิตให้อีกเช่นเคย ดังนั้น ครั้งสุดท้ายพระเจ้ายสปาณี จึงสั่งให้หาคนเฝ้าอุทยานที่มีคุณสมบัติ ๔ ข้อ คือ ไม่ริษยา ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่รัก ไม่โกรธ ถึงตอนนี้ปุโรหิตธัมมธัชทุกข์ใจหนัก เพราะไม่เห็นว่าใครจะช่วยได้ แม้พระอินทร์ก็คงช่วยไม่ได้ จึงได้ออกไปนั่งครุ่นคิดอยู่ที่โคนต้นไม้นอกเมือง พระอินทร์ทรงทราบความเป็นไปนั้น จึงแปลงตัวเป็นพรานป่ามาหา แล้วตรัสถามว่า ...ท่านเป็นบัณฑิต ดูเหมือนท่านจะอยู่เป็นสุขสบายแล้ว แต่กลับออกจากแว่นแคว้นมาอยู่ป่าที่เงียบแล้วนั่งซึมเซาอยู่ผู้เดียวที่โคนต้นไม้ คล้ายคนกำพร้า เป็นเพราะเหตุใดฤา... ปุโรหิตธัมมธัชตอบว่า... ...ข้าพเจ้ามานั่งนึกถึงธรรมของสัตบุรุษ เพื่อบรรเทาความทุกข์ใจ... จากนั้นก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พรานป่าฟัง พระอินทร์แปลงกายได้ฟังดังนั้น จึงปลอบโยนและบอกว่า ...ช่างกัลบกของพระเจ้ายสปาณี ชื่อ ฉัตตปาณิ นั่นแหละประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นคนไม่ริษยาใคร ไม่ดื่มน้ำเมา ไม่รัก ไม่โกรธ ขอท่านจงแต่งตั้งให้เขาเป็นคนเฝ้าอุทยานเถิด... เช้าวันรุ่งขึ้น ปุโรหิตธัมมธัชได้เข้าเฝ้าพระเจ้ายสปาณีแล้วกราบทูลถึงคุณสมบัติ ๔ ประการของช่างกัลบกฉัตตปาณิ พระเจ้ายสปาณีทรงรับสั่งให้ช่างกัลบกเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามถึงเหตุผลที่มีคุณสมบัติ ๔ ประการนั้น ทันที่ช่างกัลบกกราบทูลจบ อำมาตย์ทั้งหลายพร้อมทั้งพวกชาวเมืองก็ลุกฮือขึ้นขับไล่เสนาบดีกาฬกะ ซึ่งพวกตนเชื่อว่าเป็นผู้วางแผนร้ายทำลายปุโรหิตธัมมธัชผู้ชื่อสัตย์ แล้วทูลขอให้พระเจ้ายสปาณีตั้งมั่นในทศพิธราชธรรม ตั้งแต่นั้นมา พระเจ้ายสปาณีก็ครองราชย์สมบัติโดยธรรมทั่วแว่นแคว้นสงบสุข ทุกคนได้รับความยุติธรรมคราวเกิดคดีความ ปุโรหิตธัมมธัชรุ่งเรืองขึ้นตามลำดับ ขณะที่เสนาบดีกาฬกะเสื่อมยศ เสื่อมอำนาจ และตายไปอย่างคนอนาถา....เอวัง ก็มีด้วยประการฉะนี้แล... ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า..... คนที่เจริญรุ่งเรื่องมาด้วยความดีนั้น แม้จะถูกกลั่นแกล้งสักเพียงไร ก็เอาชนะความเลวร้ายได้ในที่สุด เหมือนท่านปุโรหิตธัมมธัช เอาชนะเสนาบดีกาฬกะด้วยความดี ฉะนั้น |
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||