• วิสุทธิญาณรังสี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : jessadakorn_w@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-07-11
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 5377
  • จำนวนผู้โหวต : 53
  • ส่ง msg :
more
วิสุทธิญาณรังสี
ให้คติคำสอนของพระพุทธศาสนา
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wisutthirangsee
วันอาทิตย์ ที่ 7 กันยายน 2551
นักการเมืองต้องมีธรรมะ ๆของนักการเมือง
Posted by วิสุทธิญาณรังสี , ผู้อ่าน : 94 , 21:33:31 น.  
พิมพ์หน้านี้


  ได้ติดตามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิประไตยมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พ.ค.๒๕๕๑ จนถึงปัจจุบัน สาเหตุที่เกิดพันธมิตรฯ เพราะนักการเมือง หรือนักเลือกตั้ง ที่บอกตนเองว่าเป็นนักประชาธิปไตย มาจากการเลือกตั้งของประชาชน หรือว่าประชาชนเลือกผมมา นักการเมืองเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่มีคุณธรรม และจริยธรรมเลย

   เมื่อปี ๒๕๓๕ - ๒๕๔๑ เคยได้รับใช้นักการเมืองในภาคอีสาน โดยเป็นผู้ติดตามทุกอย่าง ข่าวสารข้อมูล ทุกครั้งเมื่อมีการเลือกตั้ง บอกตรงๆๆว่า ในสมัยนั้น แบงค์ ๒๐ ๕๐ ๑๐๐ ขาดธนาคารเป็นว่าเล่น นักการเมืองท่านนี้ในสายตาเป็นคนดีท่านหนึ่ง แต่ก็ต้องซื้อเสียงเหมือนกับคนอื่นๆๆ หมดศรัทธาเลยย เลือกตั้งครั้งหนึ่งๆๆ หมดไปประมาณ ๔๐ - ๕๐ กว่าล้านบาท พอหลังเลือกตั้งลูกน้องแทบไม่มีเงินเดือนใช้กัน ต้องทนไปจนกว่าจะได้รู้ว่าเจ้านายได้รับตำแหน่ง หรือว่าพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล เป็นสาเหตุให้รู้เบื่อมาก ต้องอำลาวงการ..

   นี่แหละ...เป็นเรื่องที่พันธมิตรฯ กล้าต่อสู้กับนักเลือกตั้งทั้งหลาย หากพันธมิตรฯได้มีโอกาสอยากฝากธรรมะไปให้นักเลือกตั้งด้วย เพราะมีโอกาสสอนได้เฉพาะนักการเมืองในท้องถิ่นเท่านั้น และยังเป็นผู้น้อยอยู่ ก็พยายามปลูกฝังนักเรียนที่เข้าอบรมปฏิบัติธรรมเท่านั้น....

   ธรรมะสำหรับผู้ใหญ่(นักการเมือง) ๔ ประการ คือ

   นักการเมืองถือว่าเป็นผู้ใหญ่ เป็นต้นแบบ และเป็นผู้นำสำหรับชาวบ้าน ในฐานะตัวแทนของประชาชน ฉนั้นควรปฏิบัติตามธรรมะของพระพุทธองค์ ดังนี้

   ๑.เมตตา ได้แก่ ความรัก ความหวังดี ที่ปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข

   นักการเมือง เป็นนักบริหารบ้านเมืองให้มีความเจริญรุ่งเรือง ต้องมีความรัก และความหวังดีแก่เพื่อนร่วมงาน ประชาชน ความรักจะเกิดได้ถ้านักการเมืองรู้จักมองบ้านเมือง ประชาชนในแง่ดี หรือส่วนที่ดีของเพื่อนร่วมงาน และประชาชน  ถ้าพบส่วนเสียในตัวเขา นักการเมืองต้องรู้จักมองข้ามและให้อภัย เมื่อพบส่วนดีก็จดจำไว้ เพื่อจะได้ใช้คนให้เหมาะสมกับลักษณะที่ดีของเขา ดังนั้น เมตตา หรือความรักจึงเกิดจากการมองแง่ดีของคนอื่น...หลวงพ่อพุทธทาสภิกขุประพันธ์ไว้ว่า...

            เขามีส่วน เลวบ้าง ช่างหัวเขา

          จงเลือกเอา ส่วนดี เขามีอยู่

          เป็นประโยชน์ โลกบ้าง ยังน่าดู

          ส่วนที่ชั่ว อย่าไปรู้ ของเขาเลย

            จะหา คนดี โดยส่วนเดียว

          อย่ามัวเที่ยว ค้นหา สหายเอ๋ย

          เหมือนมองหา หนวดเต่า ตายเปล่าเอย

          ฝึกให้เคย มองแต่ดี มีคุณจริง.

   ๒.กรุณา คือ ความสงสารเห็นใจ ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ เมื่อเพื่อนร่วมงาน ประชาชนประสบเคราะห์กรรม

   นักการเมือง ซึ่งเป็นนักบริหารบ้านเมืองต้องมีความสงสาร หวั่นใจ และคิดหาทางช่วยให้เขาพ้นทุกข์นั้น ความสงสารจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อนักการเมืองทั้งหลายเปิดใจกว้าง รับปัญหาของคนอื่น

   กรุณาต่างจากเมตตาตรงที่ว่า กรุณาเกิดขึ้นเมื่อมองจุดด้อยของคนอื่นๆๆ ส่วนเมตตาเกิดขึ้นเมื่อมองจุดดีของเขา เช่น เราเห็นเด็กน้อยหน้าตาน่ารักเดินมา เรามีจิตเมตตาเขา เมื่อเด็กน้อยนั้นหกล้มปากแตก เท่าส้น เรามีจิตกรุณาเด็กน้อยคนนั้น

   ๓.มุทิตา คือ ความรู้สึกพลอยชื่นชมยินดี เมื่อผู้อื่นได้ดีมีสุข

   นักการเมืองทั้งหลายต้องส่งเสริมให้คนทำงาน ประชาชนนั้นมีโอกาสพัฒนาความรู้ ความสามารถจนได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น โดยไม่กลัวว่าลูกน้อง ประชาชนจะขึ้นมาทาบรัศมี เขาไม่กีดกันใคร แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำงาน แสดงความสามารถได้เต็มที่ และพลอยยินดี ชื่นชมในความก้าวหน้าของคนร่วมงาน ลูกน้อง และประชาชน มุทิตานั้นเป็นตัวทำลายความริษยาในใจนักการเมือง อย่าชื่นชมเพียงเพื่อต้องการคะแนนนิยมตอบแทน

   ถ้านักการเมืองมีจิตใจริษยาลูกน้อง ประชาชนเสียแล้ว ลูกน้อง ประชาชนก็จะรับรู้ความริษยานั้น และจะไม่ทุ่มเททำงานให้ หรือไม่เป็นกระบอกเสียงให้ๆได้รับความนิยมต่อไป ดังคำกลอนที่ว่า..

           อันเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย

         ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา

         แม้เกลือหยิบหนึ่งน้อยด้วยราคา

         ยังดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล...

   ๔.อุเบกขา คือ ความรู้สึกวางเฉยเป็นกลาง ไม่ลำเอียงเข้าข้างคนใดคนหนึ่ง

   นั่น คือ มีความยุติธรรมในการให้รางวัลและลงโทษ ข้อสำคัญก็คือนักการเมืองต้องรู้เท่าทันคนร่วมงานทุกคน นักการเมืองที่ไม่รู้เท่าทันความต้องการผู้ร่วมงาน ประชาชน ไม่รู้เท่าทันสถานการณ์อาจวางเฉยได้เหมือนกัน แต่การวางเฉยเช่นนั้น เรียกว่า "อัญญาณุเบกขา" คือการวางเฉยเพราะโง่ๆๆๆๆๆ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อประชาชน

   นักการเมือง ต้องวางเฉยด้วยปัญญา คือ มีอุเบกขาอย่างรู้เท่าทันประชาชน เมื่อทุกคนทำงานในหน้าที่อย่างขยันขันแข็ง นักการเมืองก็มองดูพวกเขาเฉยๆๆ ถึงคราวให้บำเหน็จรางวัล ให้งบประมาณ ก็เฉลี่ยให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มชนอย่างทั่วถ้วนหน้า ถ้ามีการทะเลาะเบาะแว้ง้กืดขึ้น นักการเมืองต้องไปห้ามทัพทันที่ และจัดการลงโทษคนผิดตามความเหมาะสม โดยไม่เลือกว่าคนๆนั้นเป็นคนของตนเอง นักการเมืองต้องไม่นั่งดูประชาชนทะเลาะกัน หรือเสี่ยมให้ประชาชนทะเลาะกัน แล้วเอาตัวรอดคนเดียว.....

   ต้องการให้เป็นบทบัญญัติในการประพฤติปฏิบัติของจริยธรรมทางการเมืองของนักการเมืองทั้งหลาย ตามความต้องการที่พี่น้องพันธมิตรฯต้องการ และขอเป็นกำลังใจให้ประสบความสำเร็จ นัการเมืองเป็นคนดี ไม่มีใครไล่ จริง...ไม่จริง?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ลูกสาวชาวนา วันที่ : 08/09/2008 เวลา : 00.26 น.
http://www.oknation.net/blog/ck2008

:A1มาอ่านธรรมมะค่ะ วันนี้วันพระ
ความคิดเห็นที่ 2
TL วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 21.51 น.
http://www.oknation.net/blog/timeless
L e t's  A   L i T T l e   S u R p R i s e     R e a LLy     H a P P e n    To  U

ธรรม นำ หน้า
ความคิดเห็นที่ 1
Ratt วันที่ : 07/09/2008 เวลา : 21.36 น.
http://www.oknation.net/blog/jratt


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30