พิมพ์หน้านี้
|
ขัดมอนหรือขัดมอญ อย่างไรถูกฉันไม่แน่ใจ แต่ช่างเถอะยังไงก็ออกเสียงเหมือนกัน มีหลายคำที่ฉันรู้เพียงภาษาถิ่นและมีบางคำที่ฉันเพิ่งจะรู้ชื่อภาษากลาง ลูกไม้สุกสีดำขนาดเท่านิ้วก้อยชอบกินตอนเด็ก กินทีไรปากม่วงดำทุกที เพิ่งจะรู้ไม่นานนี้เองว่าทางภาคกลางเขาเรียก "มะหวด" หลังเรือนเราเป็นสวนกว้างอุดมไปด้วยพืชพันธ์ มากสุดเห็นจะเป็นกล้วย มากซะจนเราเรียกว่า "ดง" ลึกถัดจากดงกล้วยเข้าไป หม่อนแตกยอด ออกใบรอท่าให้แม่มาเก็บไปเลี้ยงไหม ฉันยังจำเพลงกล่อมนอนที่เกี่ยวกับตัวไหมได้ "พ่อไปไฮ่หมกไข่มาหา พ่อไปนาหมกปลามาป้อน แม่เลี้ยงม้อนอยู่ในสวนมอน" ไหมเต็มวัยตัวอ้วนไต่กระดึ๊บๆอยู่ในกระด้ง ฉันขยาดทุกทีเวลาแม่เรียกไปช่วยเลี้ยง ไม่วายแม่จะสอนทุกเช้าเย็น "เป็นลูกผู้หญิงต้องรู้จักปลูกหม่อนเลี้ยงไหม รู้ทอหูก ทอซิ่นนะลูก" "ก็ฉันกลัวนี่แม่" "จะไปกลัวอะไรกะอีแค่ตัวไหม ทีเป็นดักแด้เห็นกินเอากินเอา" อย่างแม่ว่า ฉันชอบกินตัวดักแด้ที่แม่สาวสุกแล้ว ตอนกินไม่ยักกลัว คงเหมือนสุภาษิตที่เขาว่า "เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง" คิดไปอีกทีคงไม่ใช่ ฉันไม่ได้กินน้ำซักหน่อยกินตัวมันเลย ครั้งหนึ่งหลายปีแล้วเคยเห็นเขาเอาคนกินดักแด้ไปออกรายการโทรทัศน์ บอกว่าเป็นการเปิบพิสดาร พิสดารตรงไหน? "จะไปบังคับอะไรมันนักหนาแม่...ก็คนมันกลัว" พ่อเข้าข้างฉันเสมอในเรื่องนี้ "ก็มั่วแต่เอาอกเอาใจกันอยู่อย่างนี้ มันจะทำอะไรเป็น โตขึ้นใครเขาจะเอาไปทำลูกทำเมีย" แม่ค้อนให้พ่อหลายขวับก่อนหายเข้าครัว ลงท้ายคำสอนของแม่เป็นอย่างนี้ประจำ "โตขึ้นไม่มีใครเอาไปทำลูกทำเมีย" หรือไม่ก็ "หาผัวไม่ได้" แม่คงกลัวฉันหาผัวไม่ได้ ไม่มีใครเลี้ยงกระมัง ทำไมต้องให้ผัวเลี้ยงฉันไม่เข้าใจ ดูเหมือนสิ่งที่แม่กลัวจะเป็นจริง แต่ฉันก็ยังอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้โดยไม่ต้องรอให้ใครมาเลี้ยงอย่างแม่ว่า แต่บางทีอยากมีลูกเหมือนกัน อยากมีลูกแต่ไม่อยากมีผัว พิลึกดีแท้ความคิด นอกจากพืชสวนที่เราปลูกเองแล้วยังมี "ขัดมอน" ขึ้นแซมอยู่ท้ายสวน ใบเรียวขอบหยักเขียวครึ้ม ออกดอกเหลืองเล็กตามข้อก้าน สูงเกือบถึงอกเด็กเล็กๆอย่างฉัน พ่อไม่เคยตัดทิ้งแม้จะไม่ออกลูกให้กิน ปล่อยให้ขึ้นรกเรื้ออยู่อย่างนั้น หลายครั้งที่ฉันต้องไปช่วยแม่ตัด ตัดมาทั้งต้นไม่ต้องริดรานกิ่งออก ตากแดดให้แห้งใบหล่น มัดรวบก้านกิ่งด้วยตอกเส้นยาว ทำเป็นไม้กวาด บางครั้งเป็นไม้เรียวหวดก้นถ้าฉันดื้อไม่ไปโรงเรียน พ่อตามใจฉันทุกอย่างยกเว้นเรื่องนี้ ถ้าขัดขืนเป็นต้องโดนขัดมอนพ่อทุกที พอถึงปลายปี หน้าเกี่ยวใกล้ล่วง ข้าวหลายร้อยรวงถูกพ่อมัดเข้าเป็นฟ่อนๆ ขนมารวมกันที่ลานกองเป็นลอมด้วยคันหลาว พี่ชายที่โตแล้วช่วยพ่อกับแม่ ส่วนตัวเล็กอย่างพวกเราวิ่งเล่นตามประสา ลำไผ่ขนาดแขนผู้ใหญ่หลาวปลายสองข้างกลายเป็นไม้คันหลาวสำหรับหาบฟ่อนข้าว แต่ละคันยาวไม่เท่ากันของแม่สั้นที่สุดเพราะแม่แรงน้อย หาบทีละหลายฟ่อนไม่ได้ ฉันเดินข้างหลังเวลาแม่หาบไปตามคันนา แม่ต้องนาดแขนบนคันหลาวเดินเป็นจังหวะไม่อย่างนั้นจะเสียหลักตกคันนา ฉันชอบนับจังหวะในใจเวลาก้นแม่ส่าย "ซ้ายขวาซ้าย...เอ้า ซ้ายขวาซ้าย" แล้วหัวเราะคิกคักๆอยู่คนเดียว ลานดินใต้ต้นจะบกใหญ่ พ่อถากจนเกลี้ยงด้วยจอบฉาบด้วย "ขี้ควายซีเมนต์" ตอนนั้นไม่มีใครเรียกอย่างนี้ ฉันอุตริเรียกเองตอนโต ขี้ควายสดๆกองไว้เป็นจุดเป็นจุดทั่วลาน ก่อนจะรดน้ำแล้วย่ำให้เหลว ถึงตอนนี้ฉันต้องวิ่งไปหาแม่ ไม่อย่างนั้นโดนพี่แกล้งทำขี้ควายกระเด็นใส่ ย่ำจนได้ที่ พ่อใช้ต้นขัดมอนกวาดให้เกลี่ยไปทั่วลานดิน คราวนี้ต้องเป็นขัดมอนต้นสดๆไม่เหมือนที่แม่ทำไม้กวาด รอสักพักลานดินที่ฉาบด้วยขี้ควายซีเมนต์ก็แห้งสนิท ฉันชอบนอนเล่นบนนั้นโดยไม่ปูเสื่อ ไม่รู้สึกรังเกียจ หน้าหนาวแดดอ่อนเพราะตะวันเอียง |