พิมพ์หน้านี้
|
อาคารเรียนหลังไม้เก่าๆทอดยาวขวางตะวัน ยกพื้นไม่สูงนัก เด็กนักเรียนตัวเล็กๆอย่างพวกเราวิ่งลอดใต้ถุนได้สบาย แต่ถ้าป็นผู้ใหญ่ต้องก้มหัว ด้านหน้าฉำฉาเก่าแก่แผ่กิ่งบังเงา ใต้ร่มเป็นสนามเด็กเล่นขนาดย่อมๆของพวกเรา สารพัดจะคิดหามาเล่นกัน ถึงฉันจะตัวเล็ก แต่เพื่อนๆก็เกรงเวลาเล่นกระโดดยาง โดยเฉพาะ "อีข้อศอก" กับ "อีสุดปลายแขน" หาตัวจับยาก เพื่อนเคยบอกฉันอย่างนั้น ฝักยาวรีสีดำของฉำฉาหล่นเกลื่อน สายๆน้าวันที่บ้านติดโรงเรียน จะคอนตะกร้ามาเก็บไปให้วัว ถัดจากลานเล็กร่มฉำฉา เป็นเสาธง มีสนามหญ้ากว้างขวางต่อออกไปเป็นอาณาบริเวณเดียวกัน สนามหญ้าที่จะโล่งเตียนเฉพาะยามหน้าหนาว มีแข่งกีฬา แต่พอย่างเข้าหน้าฝนมาได้เดือนกว่าๆอย่างนี้แลดูรกเรื้อด้วยหญ้าเจ้าชู้ เจ้าชู้ชูก้านช่อสลอนสล้างรอคอยให้เด็กดื้อที่โดนทำโทษไปถอนมาส่งครูคนละหลายๆกำ ฉันเคยโดนครูทำโทษบ้างแต่ไม่บ่อย เพราะนานๆฉันจึงเป็นเด็กดื้อที ที่บ้านแม่ไม่เคยตี ซ้ำยังเป็นคนคอยห้ามเวลาพ่อทำโทษแต่พอมาส่งเข้าโรงเรียน "ถ้ามันไม่ตั้งใจเรียน เอาให้หนักๆเลยนะคะครู" แปลกดีแท้ บอกคนอื่นตีลูกตัวเอง พ่อแม่แถวบ้านฉันตอนนั้นเป็นอย่างนี้ทุกคน บางคนเหลาไม้เรียวอย่างดีมาให้ คงจะเชื่อใจครู เจ้าชู้ช่างชู้สมชื่อ จะคอยเกาะติดชายกระโปรงไม่ยอมหลุด ต้องคอยเก็บทิ้งไม่อย่างนั้นทิ่มขาคันยิบๆ ถ้ามันเจ้าชู้มากเก็บออกไม่ไหวต้องใช้มีดเหลาดินสอขูด ไกลออกไปจากรั้วโรงเรียนทางทิศใต้ เขลงยืนต้นเด่นโดดเดี่ยวกลางทุ่งนาโล่งลิบ หน้าฝนเขลง(นี่เป็นชื่อกลาง บ้านฉันเรียกอีกอย่าง) ออกดอกเป็นพุ่มพวงขาวนวล ห้อยระย้ามองเพลินตา อีกไม่นานหลังดอกร่วงจะออกลูกเล็กๆสีเขียนสดรสฝาด ต่ออีกไม่นานลูกสุกสีดำจะเต็มต้น ตอนนั้นแหละที่พวกเราจะต้องคอยมองซ้ายแลขวา แอบมุดรั้วออกไป ไม่วายจะโดนครูบุญตาหวดก้นทุกครั้งที่ถูกจับได้ ครูบุญตาวัยกลางคน เป็นครูประจำชั้น ใส่แว่นหนาเต๊อะ ฉันเคยสงสัยว่าทำไมครูต้องสวมแว่นเพราะเวลามองพวกเราครูไม่เคยมองผ่านแว่น แต่จะทำให้มันเลื่อนลงเกือบจะหลุดจากดั้งจมูก แล้วหลืบตามองข้ามขอบแว่น ภายหลังที่ฉันอ่านหนังสือแตก รู้จักนิยายหลายๆเรื่อง ฉันจินตนาภาพเวลาอ่านครูไหวใจร้ายมองนักเรียน โดยนึกถึงครูบุญตา ถึงจะไม่ "เนี๊ยบ" เท่าครูไหวแต่ก็ไม่ห่างไกลกันนัก ฉันลืมบอกไปว่าครูบุญตาเป็นผู้ชาย บางที่ชื่อก็ทำให้สับสนได้เหมือนกัน เพื่อนฉันคนหนึ่งชื่อ อภิญญา ใครๆที่ได้ยินก็นึกว่าเป็นผู้หญิง แท้จริงแล้วเป็นผู้ชาย ครูบุญตาไม่มีครอบครัว อยู่บ้านพักครูหลังโรงเรียน แม่ให้ฉันเรียกว่า "พ่อครู" จนเพื่อนๆในชั้นเรียกตาม และพ่อครูก็ดูจะรักที่ให้พวกเราเรียกอย่างนั้น ก่อนระฆังพักเที่ยงจะดัง ไม่คนใดคนหนึ่งในห้องต้องวิ่งแจ้นไปบ้านพักครู หิ้วกระติ๊บข้าวใบใหญ่พร้อมกับหลายอย่างกลับมา พ่อครูกินคนเดียวคงไม่หมด ที่จริงทำเผื่อพวกเรา หลายคนห่อข้าวมาโรงเรียนไม่มีอะไรมากไปกว่า "ปลาร้าสับ" ส่วนผักจิ้มเก็บเอาข้างรั้วโรงเรียน พ่อครูให้พวกเรานั่งแถวตอนหันหน้าหากันที่ระเบียงหน้าห้องเรียน ส่วนตัวเองนั่งหัวแถวคอยบอกคนโน้นคนนี้ ให้จัดอาหาร ระหว่างรอก็เล่าเรื่องต่างนานาให้พวกเราฟังไปด้วย ฉันชอบเรื่องแม่โพสพ ที่บอกว่าเมื่อก่อนเมล็ดข้าวเท่ากับลูกมะพร้าว ที่นี้คนไม่รู้จักบุญคุณของข้าวแม่โพสพเลยสาบให้เป็นเมล็ดเล็กๆ ที่จริงเรื่องมีมากกว่านี้แต่ฉันจำได้กระท่อนกระแท่น หลังๆมาก็ไม่ใคร่ได้ยินใครพูดถึง อาจเป็นเพราะแม่โพสพอยู่แต่กับไร่กับนาไม่ดลบันดาลให้ร่ำรวยเหมือนเจ้าพ่อเจ้าแม่องค์อื่นกระมัง ฉันรักแม่โพสพมากกว่าองค์อื่น แม่โพสพเลี้ยงฉันมาจนโต ตบท้ายพ่อครูจะบอกว่าห้ามกินข้าวหกเรี่ยราด เดี๋ยวแม่โพสพจะโกรธแล้วสาบให้เราไม่มีข้าวกิน เรื่องราวมากมายเกี่ยวกับครูบุญตา มากซะจนเกินกว่าสมองเล็กๆของฉันจะจดจำได้หมด นอกจากเรื่องที่สำคัญ ครูยังสอนเด็กรุ่นแล้วๆรุ่นเล่าต่อมาเรื่อยๆ ส่วนฉันหลังจบประถม เข้ามาเรียนต่อที่ตัวจังหวัดนานๆกลับบ้านที และไม่ลืมที่จะแวะไปเยี่ยมพ่อครู แก่ตัวลงไปมาก อีกไม่กี่ปีก็คงเกษียณ ไม่ได้นั่งล้อมวงกินข้าวกับนักเรียนเหมือนเมื่อก่อน เพราะครูใหญ่คนใหม่ตำหนิว่า ไปเล่นหัวกับเด็กมากเกินไป เดี๋ยวเด็กไม่เคารพ. คลิกฟังครับ. พระคุณที่สาม |