พิมพ์หน้านี้
|
หลายปีก่อนโน้นพวกผู้ชายแถวบ้านฉันต้องนุ่งซิ่นทาเล็บแดงเข้านอน... -----------๐------------ เริ่มต้นจากพวกไปขายแรงงานที่สิงคโปร์หลายคน "ใหลตาย" หลังจากนำเถ้ากระดูกกลับมาทำบุญที่บ้านเกิด ผีแม่หม้ายก็ขึ้นเครื่องบินตามมาด้วย ปากต่อปากโจษจันกันไม่รู้จักจบจักสิ้น คนทุกข์ใจสุดเห็นจะไม่มีใครเกินแม่ เพราะความที่มีลูกชายหลายคน พร้อมๆ กับข่าวลือเรื่องผีแม่หม้าย ตามมาด้วยสารพัดวิธีแก้เคล็ด ผูกข้อมือด้วยด้ายเจ็ดสีโดยจำกัดว่าต้องหญิงหม้ายเป็นคนผูก ทาเล็บแดง นุ่งซิ่น นัยว่าหลอกให้ผีเข้าใจผิดคิดว่าเป็นผู้หญิง แปลกดีแท้เคยได้ยินว่าผีหลอกคนคราวนี้คนหลอกผีเข้าบ้าง ที่พิลึกพิลั่นสุดเห็นจะเป็นสิ่งที่พี่ชายฉันเรียกว่า "ปืนใหญ่".... ๐ ๐ ๐ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ลมหนาวยังไม่พ้นดีนัก เช้าตรู่อากาศเย็น ตำลึงริมรั้วพร่างน้ำค้าง ประเดี๋ยวตีนฟ้าเปิดแดดส่องโน้นแหละจึงระเหยหาย เสียงกุบกับเท้าควายกระทบหนทางลูกรังผ่านหน้าเรือนออกทุ่ง ผ่านเรือนใดยินถามกันโขมงโฉงเฉงโน่นนี่ "ออกแต่เช้าเลยเนาะวันนี้?" เป็นเพียงคำทักทาย คนถูกถามไม่พูดอะไรแค่ส่งยิ้มก่อนหันไปตวาดควายบางตัวที่ยื่นคอเข้ารั้วหมายกัดกินอ้อยดำกอหนึ่งที่เจ้าของปลูกไว้ทำยา ฉันนั่งเอามืออังไฟกองเล็กที่พ่อก่อไว้ลานหน้าเรือน หันหน้าเข้าด้านหลังเย็นเจี๊ยบ ต้องสลับเข้าสลับออกยังกับเวลาแม่ย่างปลาที่ต้องกลับด้านอยู่เรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นไหม้ก่อนสุก พี่ชายคนโตตอกถอนลิ่มคอกควายโป๊กๆ เสียงวิทยุแว่วมาจากเรือนหลังใดหลังหนึ่งละแวกนี้ โฆษกชื่อดังอ่านข่าวเร็วจี๋ฟังแทบไม่ทัน ไม่รู้จะรีบไปไหนยังเช้าอยู่เลย ๐ ๐ ๐ กลิ่นข้าวเหนียวนึ่งกรุ่นจากครัว แม่ตื่นก่อนนอนหลังใครเขาลุกแต่เช้านึ่งข้าวเป่าไฟ ซาวข้าวสารที่หม่าไว้แต่เมื่อคืนใส่หวดขึ้นตั้งหม้อบนเตา ระหว่างรอข้าวสุก อีกเตาหนึ่งทำกับข้าว เสียงมีดขูดเขียงดังครืดๆ ฟ้ายังไม่แจ้ง มองไปฟากทางเรือนป้าอ่อนสา "ปืนใหญ่" ทำมาจากงิ้วทั้งต้นตั้งตระหง่านเป็นเงาตะคุ่มอยู่ข้างเสารั้ว ขนาดของมันฉันโอบรอบได้พอดี ช่างใหญ่โตมโหฬารสมชื่อ ถ้าเป็นตอนกลางวันจะเห็นสีแดงแปร๊ดที่ปลายสุด หน้าเรือนเรายังไม่มี แต่สายวันนี้เราคงมีอย่างคนอื่นเขาบ้าง ได้ยินแม่บ่นกับพ่อมาสองเช้าแล้วว่า เมื่อไหร่จะทำซักที นอนหลับไม่สนิทมาหลายคืนแล้ว ๐ ๐ ๐ คืนก่อนเห็นแม่รื้อตู้ขลุกขลักงัดเอาซิ่นไหมมัดหมี่ผืนงามหลายผืนออกมากางดูแล้วให้พี่ชายทุกคนนุ่ง พ่อปฏิเสธเสียงแข็งตอนแม่คะยั้นคะยอ "ผิดครู" พ่อไม่อธิบายอะไรอีก ฉันได้เพียงสงสัย ครูของพ่ออาจสั่งห้ามไว้ไม่ให้นุ่งซิ่นอย่างผู้หญิง พ่อคงกลัวคุณครูตี ไปโรงเรียนจันทร์นี้ต้องลองถามครูบุญตาดูว่าห้ามไว้หรือเปล่า เพราะครูบุญตาเคยสอนพ่อมาเหมือนกัน เป็นอันว่าผู้ชายในเรือนนุ่งซิ่นนอนกันทุกคนยกเว้นพ่อ แต่เพื่อให้แม่สบายใจ พ่อยอมทาเล็บแดง แม่ลงทุนนั่งสองแถวเข้าไปซื้อในเมือง ฉันพลอยมีเล็บแดงสวยๆ ไปกับเขาด้วย "แกเป็นผู้หญิงไม่ต้องทาก็ได้ผีแม่หม้ายมันไม่อยากได้ผู้หญิงหรอก" พี่ชายห้าม "ก็เขาจะทา" เป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ไม่มีใครกล้าเถียง น้ำยาทาเล็บขวดกระจิดกลิ่นหอมประหลาดตอนกางนิ้วเป่าให้แห้ง ๐ ๐ ๐ ฟ้าสางมองเห็นลายมือ ไฟไหม้ดุ้นฟืนเข้าไปเลยครึ่ง ไม่ซุกเข้าอีกเพราะได้เวลาออกจากกองไฟ พี่ชายคนติดฉันที่นั่งอยู่ด้วยกันมองหน้านิดหนึ่บก่อนเอ่ยปาก "ไป๊" สองพี่น้องลุกขึ้นปัดก้นเดินตามกันต้อยๆ เข้าไปในสวน ผ่านดงหม่อนของแม่ลึกเข้าไปจนสุดแดนต้นงิ้วสูงท่วมหลังคาเรือนรอเราอยู่ที่นั่น มันให้ลูกดกทุกปี บางครั้งแม่เก็บลูกอ่อนมาลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก แต่พอถึงคราวที่เริ่มแก่ต้องรีบมาเก็บอย่าปล่อยให้ลูกแห้งคาต้น เพราะจะมีพวกเด็กซนมาลักเอาไปแลกยางรัด ป้าเขียนที่เปิดร้านขายของชำทางคุ้มโรงเรียนให้ลูกละ 5-10 เส้น พอได้ยางรัดก็ชวนกันเป่ากบปากดำปี๋ หน้าหนาวงิ้วออกดอกขาวนวลเต็มต้น ปีนี้พวกเด็กซนคงไม่ได้ลักลูกแห้งอีกแล้วเพราะสายแก่ๆ วันนี้มันจะถูกโค่นลงเพื่อทำ "ปืนใหญ่" ส่วนฉันกับพี่ก็คงไม่ได้เข้าสวนตอนเช้าๆ ๐ ๐ ๐ ผึ้งหลายตัวบินบนวนว่อนอยู่หึ่งๆ จับช่อนั้นสักพักละไปอีกช่อหนึ่ง ดอกงิ้วกลีบนวลชูเกสรเหลืองอ๋อย ภายในเก็บกักน้ำหวานไว้ล่อหมู่แมลง ไม่เพียงแมลงเท่านั้นแม้กระทั่งเด็กน้อย เพียงแต่เหนือจากรสหวานอร่อยลิ้นเราเห็นเป็นเรื่องสนุก "ขึ้นไปก่อน" ฉันโอบต้นงิ้วเปลือกเขียวเข้ม สองแขนกอดรัดสองขากระหวัดรอบแล้วค่อยกระดืบๆ ขึ้นไปทีละน้อย เพราะความเรียบลื่นจึงไปไม่ถึงไหน มันไถลลงมาอยู่เรื่อย "ดันหน่อยซี...เร้ว" พี่ไม่ขัดน้องช่วยดันก้นเสียงดับอึ๊บๆ ค่าคบอยู่แค่เอื้อม คว้าได้แล้วออกแรงเหนี่ยวตัวขึ้น ถึงตอนนี้แหละที่ต้องปล่อยขาที่กระหวัดรอบต้น คนแรงน้อยต้องอาศัยแรงส่ง ฉันส่ายเท้ากระแด่วหาที่ยัน "พลั่กๆ" "อูยๆ" พอมีแรงส่งจึงโหนขึ้นไปนั่งหอบแฮ่กๆ บนค่าคบ ด้านล่างเห็นพี่เอามือกุมหน้า บ่นอะไรหมุบหมิบฟังไม่ถนัด ก่อนจะปีนตามขึ้นมา ๐ ๐ ๐ แยกย้ายกันไต่ไปตามกิ่ง ระมัดระวังเพราะงิ้วเป็นไม้เนื้อเซาะ ดีไม่ดีจะพาหักลงไปนอนแอ้งแม้งอยู่ข้างล่างอดกินน้ำหวาน หลายช่อเกาะกันเป็นกลุ่มก้อนอยู่ก้านกิ่งเดียว ห้อยเท้ามือขวายึดกิ่งที่นั่งไว้มั่น มือซ้ายโน้มดอกงิ้วมาดูดดื่มโดยไม่ต้องเด็ด รสหวานหอมซาบลิ้น หมดกลุ่มนี้แล้วไต่เดี๊ยะไปอีกกิ่ง สองพี่น้องสาละวนกินน้ำหวานแข่งกับผึ้ง สักพักได้ยินคนพี่บ่นงึมงำระคนสงสัย "เอ...ทำไมดอกนี้ไม่หวาน" คนน้องไม่ตอบคำนึกขำอยู่ในใจ "จะหวานได้ยังไง ก็ฉันเพิ่งดูดไปเมื่อตะกี้"... ๐ ๐ ๐ สายแล้ว...พวกเราช่วยกันลากกิ่งเล็กๆ ที่พ่อทอนออก ส่วนต้นใหญ่พ่อแบกขึ้นไหล่เดินตามหลังออกมา ที่ลานหน้าเรือน พ่อขะมักเขม้นทำ "ปืนใหญ่" ท่อนงิ้วถูกถากเปลือกออกล่อนจ้อนจนเห็นเนื้อไม้ขาวนวล พ่อใช้ถ่านไฟสีดำขีดรอบท่อนงิ้ว ห่างจากปลายสุดเข้ามาประมาณคืบ ตรงรอยขีดนั้นพ่อต้องควั่นเป็นรอยลึกเข้าไปแล้วแต่งปลายให้มน ระหว่างที่พ่อทำ "ปืนใหญ่" พวกเรานั่งทำดาบไม้ กิ่งเล็กขนาดท่อนแขนถากจนแบนหลาวปลายให้เรียวประเดี๋ยวได้เล่นต่อสู้กัน ทุกครั้งที่เล่นพี่ชายฉันต้องตายตอนจบทุกที "แกต้องต๊ายย!" ตะโกนก้องเป็นสัญญาณบอกล่วงหน้าก่อนเสือกปลายดาบสวบเข้าไปจนทะลุด้านหลัง "อ๊ากก!" พี่ชายร้องลั่นหนีบปลายดาบเอาไว้ด้วยรักแร้ ทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด ค่อยๆ คุกเข่าลงช้าๆ แล้วหงายหลังตึงลงไป น้องหัวเราะชอบใจ พี่ชายฉันตายซะแล้ว ๐ ๐ ๐ พ่อทำ "ปืนใหญ่" เสร็จแล้วเหลือเพียงเอาปูนแดงของยายมาทาตรงปลาย แม่ยืนยิ้มเผล่อยู่ด้านหลังบอกยังไม่พอ ให้พี่เข้าไปเอามะพร้าวแห้งในครัวมาสองลูก เอาปลายมีดสับเปลือกแล้วฉีกออกมาลูกละหนึ่งริ้วไม่ให้หลุดพอเป็นที่ผูกปลายเชือก มัดเข้ากันด้วยเชือกฟางแล้วเอาไปแขวนโตงเตงไว้ที่โคน "ปืนใหญ่" เป็นอันว่าเสร็จสมบูรณ์ตามความต้องการของแม่ พร้อมนำไปตั้งไว้หน้าเรือน พ่อเอาไม้ไผ่มาทำร้านไว้ตรงนั่น -----------๐------------ ฉันยังคงพิศวงในความใหญ่โตมโหฬารของมัน ผีแม่หม้ายมาเห็นเข้าคงกลัว... คราวนี้แหละแม่จะได้นอนหลับเต็มตื่นซักที ๐ ตีพิมพ์ครั้งแรก : สนามเรื่องสั้น-สั้น จุดประกายวรรณกรรม ปีที่ 20 ฉบับที่ 6982 วันอาทิตย์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 |
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||