พิมพ์หน้านี้
|
แล้งใกล้สิ้นท้องทุ่งทั่วทุกถิ่นดูแช่มชื่นมีชีวิตชีวาเพราะได้ฝนหัวฤดู ติณชาติหลากล้วนระบัดใบแผ่คลุมแผ่นดินเหมือนมีใครเอาพรมสีเขียวสดไปปูลาด ไกลสุดปลายนา ฝูงงัวควายของชาวบ้านที่ปล่อยออกมาเลี้ยงรวมกันขมีขมันเล็มหญ้าอ่อนราวกับว่ากลัวมันจะแก่หนีไปเสียก่อน ที่อิ่มแปล้ลงเกลือกปลักจนตัวหม่น เคี้ยวเอื้องเนิบนาบดูน่าเหน็ดหน่าย ลูกแหง่สองสามตัวหกหน้าคะเมนหลังอย่างซุกซนไม่แยแสหญ้าอ่อนคงถือดีว่ามีนมแม่ให้ดูดดื่ม เช่นกัน เจ้าความหนุ่มเนื้อล่ำก็ไม่นำพาหญ้าบรรดามี กลับเอาเป็นเอาตายกับคันนาที่อยู่เบื้องหน้า เขาสีดำมะเมื่อมงอโง้งถูกสะบัดเข้ากับคันนาจนดินกระจุย เหมือนจะประลองกำลังหรือไม่ก็หมายข่มขวัญตัวผู้อื่น ควายถ่าวงัวถึกมักคึกคะนองเมื่อต้องอายฝนใหม่
ฉันกับพี่ชายเรื้อยเจ้าควายหนุ่มของเราไว้ใต้ต้นกระบก ไม่ปล่อยเข้าฝูงเหมือนอย่างเจ้าอื่นเพราะมันยังไม่ได้ตอน ขืนปล่อยไปก็ไม่เป็นอันกินน้ำกินหญ้า มันจะเอาแต่เดินตามก้นตัวเมียต้อยๆ เข้าไปดมๆแถวบั้นท้ายทำเสียงขึ้นจมูกฟืดฟาด ทีนั้นก็แหงนหน้าขึ้นฟ้ายิงฟันทำตายิบหยีดูน่าเกลียดพิลึก สักพักตะกุยตะกายขึ้นขี่หลังตัวเมีย บางเช้าตอนปล่อยออกจากคอกมันจะทำแบบนี้กับแม่ของมัน ฉันต้องตวาดแล้วขนาบด้วยเชือกสนตะพายเข้าที่สีข้าง แกจะไปตีมันทำไม? พี่ชายเห็นแย้ง กระบกสูงเปลาเปลือกต้นสีเทาดูเคร่งขรึม ไม่รู้ว่ามันอยู่มานานเท่าไหร่แต่คงก่อนฉันเกิดหลายปีเพราะเห็นยืนต้นทะมึนทึนอยู่อย่างนี้ตั้งแต่จำความได้ ถึงกระบกจะเป็นไม้เนื้อแข็งแต่พวกชาวบ้านก็ไม่ตัดไปทำเครื่องเรือนเห็นเขาบอกว่าชื่อมันไม่เป็นมงคล ฉันนั่งอยู่บนรากที่โผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นลอนคูพูพอน พี่ชายสาละวนผ่าเมล็ดกระบกด้วยอีโต้ ปากก็ขับอาขยานภาษาถิ่นที่คุ้นชิน ฝนซิตก ไม่รู้ว่าใครพาร้องเป็นคนแรก จำสืบๆกันมาในหมู่เด็กเลี้ยงควาย เซี่ยงข้อง เป็นใครฉันเองก็ไม่รู้จัก มีอีกคนที่ชื่อคล้ายกันไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันหรือเปล่า เซี่ยงเมี่ยง ได้ยินพ่อเล่าให้ฟังอยู่ออกบ่อย ฟังทีไรต้องหัวร่องอหายในความฉลาดแกมโกงของหมอนี่ทุกที
แล้งต่อฝนหมากไม้หมากไร่หลากพันธุ์แข่งขันกันออกลูกดกดื่น กระบกก็เช่นกัน ลูกขนาดพอๆกับมะนาวหน้าแล้งเล็กใหญ่กว่านี้ไม่กี่มากน้อย ลูกดิบสีเขียวห้อยกระต่องกระแต่งอยู่บนต้นแม่ ยามลมโบกโยกไหวก็โยนตัวแกว่งไกวไปมาดูน่าสนุก ที่สุกสีเหลืองทิ้งขั้วลงมาเกลื่อนลานดิน อีกไม่นานงัวฝูงจะบึ่งมาทางนี้ พวกมันชอบกินลูกกระบกสุก เยื้องจากร่มกระบกมีโพนปลวกย่อมๆ เครือไม้เลื้อยโอบคลุมจนดูเขียวครึ้ม ฉันผุดจากที่นั่งเสเข้าไปสำรวจอย่างคนอยู่ไม่เป็นสุข แล้วก็มีเรื่องสนุกให้ทำอย่างหวังใจ กวักมือเรียกพี่อยู่ไหวๆให้มาทางนี้ กลอยกำลังลงหัว เอ่ยคำเมื่อมานั่งยองๆลงข้างฉัน ปากยังเคี้ยวเนื้อในเมล็ดกระบกอยู่หยับๆ เออนี่พี่ การสนทนาถูกละไว้เมื่อพี่ชายแซะดินรอบหัวกลอยจนเป็นร่องลึก จากนั้นก็ใช้ปลายอีโต้งัดขึ้น ไม่ต้องออกแรงมากนักเพราะหัวกลอยฝังดินเพียงแค่ครึ่ง หัวกลอยทรงกลมรีสีน้ำตาลเกาะกลุ่มเป็นกระจุกอยู่ ๓-๔ หัว ขนาดพอๆกับกำปั้นคนใหญ่ มีรากฝอยอยู่เต็มพรืดดูรุงรัง
เถียงเป็นที่พักถูกปลูกสร้างขึ้นอย่างง่ายๆบนโพนปลวกที่ถูกเกลี่ยออกเป็นลาน เสาสี่ต้นมุงด้วยตับหญ้าคา ปล่อยให้โล่งโจ้งไม่มีฝากั้น ฟากที่ปูด้วยปีกไม้สี่ห้าแผ่นสูงเพียงคอเด็กน้อยอย่างฉัน ไม่มีบันไดให้ไต่ ต้องปีนป่ายเหยียบเสาต้นใดต้นหนึ่งแล้วเหนี่ยวตัวขึ้นไป บนขื่อมีกระดานสองแผ่นที่พาดไว้เป็นที่เก็บของ เครื่องครัวครบครันวางอยู่บนนั้น ฉันจัดแจงล้างหัวกลอยแล้วฝานเปลือกสีน้ำตาลออก ทีนั้นก็จะเห็นเนื้อกลอยสีขาวออกเหลือง ฝานอีกครั้งให้เป็นชิ้นบางๆรอท่าเอาลงหวด พี่ชายกำลังก่อไฟอยู่ด้านล่าง คุกเข่ากงโก้ก้นโด่งเป่าไฟเสียงดังฟูดๆ ไฟได้เชื้อลุกวาบลามเลียดพร้อมกันนั้นก็แตกเปรี๊ยะเป็นสะเก็ดเพราะแรงลมเป่า พี่สะดุ้งโหยงสบถลั่น ห่ากินหัวเอ้ย! เอามือลูบหน้าแล้วหันมาทำตาปะหลับปะเหลือกเมื่อได้ยินฉันหัวเราะคิกคักอยู่บนเถียง กลอยนึ่งพร่องลงไปตั้งเยอะเมื่อฉันคะยั้นคะยอให้พี่กิน "อีกอันหนึ่ง ไม่งั้นโกรธ อุตห์ส่าทำให้กิน ดูจะเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของฉันที่ได้บังคับคนอื่น ทั้งที่ตัวเองกินเข้าไปเพียงครึ่งคำ พี่ทำหน้าปูเลี่ยนแต่ก็ไม่ขัดขืนฝืนกินจนหมดชิ้น สมใจคนชอบบังคับนั่งยิ้มแต้อย่างมีความสุข ตะวันคล้อยบ่ายควายสองพี่น้องยังคงนั่งเล่นอยู่ที่เถียง ใกล้ได้เวลาปล่อยควายเข้าบ้านให้มันและเล็มหญ้าระเรื่อยรายทาง ถึงตีนบ้านก็พอดีค่ำ ยังไม่ทันเอ่ยปากชวนก็เห็นพี่ชะโงกหน้าออกนอกเถียงแล้วโก่งคออ้วกเสียงลมออกเอิ้กอ้าก เป็นอะไร? รออยู่นี่นะ จะไปตามพ่อ ถึงไม่บอกพี่ก็คงไปไหนไม่ได้เพราะอาการเพียบขนาดนี้ แต่ก็เหมือนเป็นคำมั่นว่าอีกไม่นานจะกลับมา ฉันโผนออกจากโพนเถียงแล้ววิ่ง วิ่งอย่างลืมตายใจร่ำหาแต่พ่อ ถึงหน้าเรือนตอนไหนแทบไม่รู้ตัว (โปรดติดตามตอนจบ) ภาพประกอบเรื่อง : อ้างอิง ๑. http://gotoknow.org/file/khajitfoythong/wor4.jpg ๒. http://www.dnp.go.th/EPAC/IMAGES/P05_1.jpg ๓. http://www.geocities.com/dordek1/kloy1.jpg เรื่องประกอบภาพ : วิทย์ แดงจันศรี |
| << | มิถุนายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | |||||