• sarokkarow
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wongsangam@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-04
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 3056
  • จำนวนผู้โหวต : 24
  • ส่ง msg :
ของดีอีสานใต้
เซราะกราว แชลนอล ทุกเรื่องราวอีสานใต้ รวมไว้ที่นี่
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wongsangam
วันพุธ ที่ 4 มิถุนายน 2551
ทำไมคนไทยจึงลืมควาย
Posted by sarokkarow , ผู้อ่าน : 382 , 17:54:59 น.  
พิมพ์หน้านี้



ควาย หรือกระบือ ภาษาเขมรแถวบ้านผมเรียกว่า “กระไบย์” 
จัดอยู่ในไฟลัมสัตว์มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เป็นสัตว์เลี้ยงที่ใกล้ชิดกับงานเกษตรกรรมของประเทศทางเอเซียมากที่สุด เพราะ ชาวนานิยมเลี้ยงควายเป็นแรงงานเพื่อไว้ไถนา บ้างก็ใช้ควายเป็นพาหนะ ในการเข้าไปทำไร่ทำนา ในประวัติศาตร์ชาติไทย นายทองเหม็นแห่งหมู่บ้านบางระจันก็ขี่ควายออกไปรบ บ้างก็ฆ่าควายเพื่อกินเนื้อเป็นอาหาร ควายจึงมีประโยชน์หลายประการ ปัจจุบันมีการใช้งานควายน้อยลง เพราะนิยมใช้รถไถ แทน

ลักษณะทั่วไป

ควายเป็นสัตว์มีสี่ขา เท้าเป็นกีบ ตัวขนาดใกล้เคียงกับวัวโตเต็มวัยเมื่ออายุระหว่าง 5-8 ปี น้ำหนักตัวผู้โตเต็มวัยโดยเฉลี่ย 520-560 กิโลกรัม ตัวเมียเฉลี่ยประมาณ 360-440 กิโลกรัม ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียเล็กน้อย มีผิวสีเทาถึงดำ (บางตัวมีสีชมพู เรียกว่า ควายเผือก) มีเขาเป็นลักษณะเด่นเฉพาะตัว ปลายเขาโค้งเป็นวงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว  ควายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลูกควายจะกินนมแม่จนอายุประมาณ 1.5 ปี ควายจะเจริญเติบโตใช้แรงงานได้ระหว่างอายุ 2.5-3 ปี ช่วงที่ใช้งานได้เต็มที่ คือระหว่างอายุ 5-8 ปี ควายแต่ละตัวจะใช้งานได้จนอายุย่างเข้า 20 ปี อายุควายโดยทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 25 ปี

สายพันธุ์  แยกได้เป็นสองกลุ่มคือควายป่า และควายบ้าน และควายบ้านนั้นก็แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ควายปลัก (swamp bufffalo) ควายแม่น้ำ (river buffalo) ทั้งสองชนิดจัดอยู่ใน Family และ Genus เดียวกันคือ bubalus bubalis แต่ก็มีความแตกต่างกันทางสรีระวิทยา รูปร่าง อย่างเห็นได้ชัดเจน จากการศึกษาทางด้านชีวภาพโมเลกุลพบว่า ควายปลักมีจำนวนโครโมโซม 24 คู่ ส่วนควายแม่น้ำจะจำนวนโครโมโซม 25 คู่ และสามารถผสมข้ามพันธุ์ระหว่างทั้งสองชนิดนี้ได้

ควายปลัก เลี้ยงกันในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว เลี้ยงเพื่อใช้แรงงานในไร่นา เพื่อปลูกข้าวและทำไร่ และเมื่อกระบืออายุมากขึ้นก็จะส่งเข้าโรงฆ่าเพื่อใช้เนื้อเป็นอาหาร ชอบนอนแช่ปลัก มีรูปร่างล่ำสัน ผิวหนังมีสีเทาเข้มเกือบดำอาจมีสีขาวเผือก มีขนเล็กน้อย ลำตัวหนาลึก ท้องใหญ่ หัวยาวแคบ เขามีลักษณะแบบโค้งไปข้างหลัง หน้าสั้น หน้าผากแบบราบ ตานูนเด่นชัด ช่วงระหว่างรูจมูกทั้งสองข้างกว้าง คอยาวและบริเวณใต้คอจะมีขนขาวเป็นรูปตัววี (chevlon) หัวไหล่และอกนูนเห็นชัด


ข้อมูลจาก
 th.wikipedia.org/wiki/ควาย

ทำไมคนไทยจึงลืมควาย 

         ทุกวันคนต้องกินข้าว ไม่ใช่กินอิฐ เหล็ก หิน หรือวัตถุต่าง ๆ แต่เป็น อาหาร อาหารที่ได้มาจากการผลิตเฉพาะจากภาคเกษตรเท่านั้น ประเทศที่เจริญแล้วทุกประเทศพยายามอย่างยิ่งที่จะดำรงไว้ซึ่งภาคการเกษตร เนื้อที่การเกษตร ทรัพยากรเพื่อการเกษตร และที่สำคัญสนับสนุนให้เกษตรกรยังคงเป็นเกษตรกร

         สำหรับประเทศไทยซึ่งรากฐานคือการเกษตร แต่การเกษตรเป็นภาคที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลน้อยกว่าภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เกษตรกรนับวันแต่จะอ่อนแอลง โดยเฉพาะช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ความแตกต่างระหว่างคนรวยในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกับคนในภาคเกษตรมีอยู่มาก แรงงานในชนบทเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม มีการสร้างปัจจัยสนับสนุนการใช้เครื่องมือเครื่องจักรในการเกษตรกันมาก ประกอบกับคนส่วนใหญ่หลงความทันสมัยในวัตถุนิยมมากกว่าพิจารณาถึงความคุ้ม แรงงานวัวควายที่เคยใช้ในระบบการทำไร่ไถนาของเกษตรกรรายย่อยในชนบทถูกมองว่าล้าหลัง ครั้นเมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจกลางปี พ.ศ. 2540 แรงงานในภาคอุตสาหกรรมบางส่วนจึงถอยหลังกลับสู่ฐานรากทางการเกษตรในด้านต่าง ๆ แต่บางสิ่งบางอย่างหายไปจากวิถีชีวิตคนในชนบท ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือ ควายที่เคยใช้ไถพื้นที่เตรียมดินเพาะปลูกในหลายท้องที่ได้หลุดหายไปจากระบบการทำไร่ไถนาเกือบหมด…. ควายที่เคยเป็นเหมือนออมสินรายปี เป็นแรงงาน ขี้ออกมาก็ยังเป็นปุ๋ยให้พืช มีลูกก็ขายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง…. ปัจจุบันน้ำมันแพง แรงงานควายจะเป็นประโยชน์มากในวิถีชีวิตคนและการเกษตรในชนบท โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหามลพิษเหมือนเช่นเครื่องจักรที่ต้องใช้น้ำมัน แต่การที่จะนำควายกลับมาสู่วัฒนธรรมเกษตรแบบไทย ๆ เพื่อให้อยู่รอดจากวิกฤตเศรษฐกิจและภาวะน้ำมันแพง คงต้องออกแรงกันอย่างมาก เพราะชาวบ้านขายควายออกไปเกือบหมดแล้ว ควายลดจำนวนลงจากประมาณ 4 ล้าน เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เหลือเพียงประมาณ 1 ล้านตัวในปัจจุบัน


ทำไมชาวบ้านจึงขายควาย
ภาพที่เห็นเจนตาและน่าสลดใจ คือรถบรรทุกควายเข้าโรงเชือดคันแล้วคันเล่า นักวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและส่งเสริมการเลี้ยงควายเคยวิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะควายราคาไม่ดี (ในอดีต) ไม่มีสิ่งจูงใจให้ชาวบ้านเลี้ยงควายอีกต่อไป ควายจึงถูกขายออก แต่ครั้นเมื่อควายมีราคาดีเกือบเทียบเท่าวัวตามที่เห็นในตลาดนัดวัวควายในชนบทในปัจจุบัน ชาวบ้านก็ยังคงขายควายต่อไปเพราะราคาดี โดยที่คิดว่าไม่จำเป็นต้องใช้ควายอีกต่อไป เพราะสามารถหาซื้อหรือเช่ารถไถมาใช้เตรียมดินเพาะปลูกแทน เมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว เคยมีการวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ชาวบ้านบางหมู่บ้านของจังหวัดสุรินทร์เลิกใช้แรงงานควายนั้นเป็นเพราะ  

1) ขาดแรงงานในครัวเรือน แรงงานวัยทำงานอพยพมาทำงานในโรงงาน เหลือแต่แรงงานผู้อาวุโสซึ่งก็ทำไร่ไถนาไม่ไหวแล้ว

2) ค่านิยมและวัตถุนิยม ถ้าบ้านใดใช้รถไถดูมีฐานะทางเศรษฐกิจ และดูทันสมัยกว่า

3) มีแหล่งสินเชื่อให้กู้เงินซื้อรถไถ ซึ่งชาวบ้านบางรายเป็นหนี้เป็นสินด้วยการกู้นี้

4) สภาพฝนแล้ง

5) ขาดแหล่งอาหารเลี้ยงควาย

6) มีระบบการจ้างรถไถเดินตาม

(ผกาพรรณ บุณยะเวชชีวิน และคณะ 2537)

ปัจจัยเหล่านี้จึงสะท้อนว่าไม่ว่าควายราคาดีหรือไม่ ชาวบ้านก็ขายทั้งสิ้น ปัจจุบันชาวบ้านบางรายอยากกลับมาเลี้ยงควายอีก แต่ปัญหาคือควายมีราคาแพงเกินกว่าที่จะหาซื้อมาได้

ทำไมควายจึงลดจำนวนลง ควายลดจำนวนลงเพราะคนไทยกินเนื้อควายกันมาก จากสถิติของกรมปศุสัตว์ ปัจจุบันจำนวนควายมีเหลือประมาณสองล้านตัว และอาจเหลือน้อยกว่านี้มากถ้าไม่มีควายจากชายแดนลาว เขมร และไกลไปถึงเวียตนามคอยสนับสนุนให้คนไทยมีเนื้อควายบริโภคอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ นักวิชาการจากประเทศลาวเคยรายงานในการประชุมแห่งหนึ่งที่ประเทศเวียตนาม (การประชุมปฏิบัติการ Research Approaches and Methods for Improving Crop-Animal Systems in South East Asia) เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2541 ว่า ประเทศลาวมีรายได้สูงจากการขายวัวควายมีชีวิตให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ผู้เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจซักไซร้ประเด็นนี้ ปรากฏว่า ลูกค้ารายใหญ่ก็คือประเทศไทยเรานี่เอง

            ย้อนกลับมาถึงเรื่องคนไทยกินเนื้อควายกันมาก และอาหารที่โปรดปรานของคนไทยบางกลุ่มคือตัวอ่อนที่อยู่ในท้องแม่ควาย ควายท้องถูกฆ่าขายเนื้อที่โรงฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก ทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาการกินควายแบบล้างผลาญของคนบางกลุ่ม ชอบกินแบบพิสดาร เช่น ลูกควายในท้องแม่ ทำอย่างไรคนไทยจึงจะเลิกฆ่าควายท้อง ทำอย่างไรจึงจะเพิ่มจำนวนแม่ควาย และให้แม่ควายได้มีโอกาสให้ลูกได้นาน ๆ ตราบที่แม่ควายยังมีความสมบูรณ์พันธุ์อยู่ ทำอย่างไรจึงจะให้ควายเพิ่มจำนวนขึ้นเพื่อคนในชนบทจะได้ใช้ประโยชน์ ไม่เฉพาะกินเนื้อ แต่ใช้แรงงาน และใช้ขี้ทำปุ๋ยให้แก่พืช ประหยัดเงินที่จะต้องซื้อปุ๋ยเคมีลงบ้าง ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะแก้ไขเพียงลำพังคงสำเร็จยาก ต้องร่วมมือกันหลายฝ่าย แต่ในความเป็นจริงต่างฝ่ายต่างก็ดำเนินการกันไป ถ้าหน่วยงานต่าง ๆ ประสานงานกันได้ ปัญหายาก ๆ อาจง่ายขึ้น

ทำไมคนไทยลืมควาย?  ทำไมคนไทยจึงลืมพัฒนาควาย ทำไมคนไทยจึงปล่อยให้จำนวนควายไทยลดดิ่งลงจนเหลือเพียง 1 ล้านเท่านั้น เหตุผลบางประการได้กล่าวไปบ้างแล้วจากผลการศึกษาข้างต้น ขอหยิบยกข้อเขียนของชาวต่างชาติซึ่งเข้ามาดูการแข่งควายที่ชลบุรีเป็นประจำ เขาบอกว่า "การแข่งควายอาจเป็นกุญแจดอกสำคัญที่ช่วยอนุรักษ์ควายให้คงอยู่ได้ในประเทศไทย" จากการที่พบว่าประเทศไทยเรายังมีควายที่ตัวโต น้ำหนักมากกว่า 1 ตัน ให้เห็นอยู่ (AWBA, 1999) คนไทยส่วนใหญ่ยังคงค้นไม่พบของดีเมืองไทย วัฒนธรรมเกษตรที่ดีของไทย สายตาแลเลยไปมองแต่สัตว์เศรษฐกิจของชาวตะวันตก พยายามจะนำเข้ามาพัฒนาโดยไม่ให้ความสนใจพัฒนาสัตว์พื้นเมืองที่มีอยู่เท่าที่ควร บทความวิเคราะห์สถานภาพประเทศไทยและคนไทยในหัวข้อเรื่อง "Thailand : Beyond Sex and Golf" ที่ทำให้คนไทยบางส่วนโกรธนักโกรธหนาที่ถูกระบุว่ามีเพียง "Sex" และ "Golf" เท่านั้นที่เป็นข้อได้เปรียบของประเทศไทย คงต้องคิดอย่างใจเป็นธรรม บทความนั้นเขียนถึงความล่มสลายทางเศรษฐกิจของประเทศไทยประการสำคัญประการหนึ่งคือ "คนไทยเดินตามก้นชาวตะวันตก" โดยไม่มองตัวเอง (Wehrfritz and handley, 1999) ย้อนกลับมาพิจารณาวิกฤตจำนวนควาย ก็คงเป็นไปในทำนองเดียวกันว่า พฤติกรรมคนไทยไม่ค่อยคิดพัฒนาสัตว์พื้นเมืองไทยเราเอง 

          น่าจะถึงเวลาที่เราคนไทยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่ได้แล้ว หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งใกล้ตัว ช่วยกันพัฒนาควายพื้นเมืองให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจเหมือนดังเช่นที่เคยเป็นมาในอดีต ให้เป็นสัตว์ที่ช่วยกู้วิกฤตเศรษฐกิจ เป็นแหล่งอาหารโปรตีน แรงงาน ที่ยั่งยืนของชาวชนบทและประชากรไทย 

ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก
ผกาพรรณ สกุลมั่น
นักวิชาการเกษตร 8 (ชำนาญการ)
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการผลิตกระบือและโค
สถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจฯ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์


 

 

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9
ประชามีสุข วันที่ : 05/11/2008 เวลา : 10.45 น.
http://www.oknation.net/blog/sanyaa0606

เห็นหลายชุมชน เริ่มฟื้นฟู การเลี้ยงควาย การใช้แรงงานควายไถนา แต่เมื่อราคานำมัน ลดลง กระแสความสนใจในเรื่องเหล่า นี้ก็คงค่อย ๆ ลดลง เน๊อะ ....แต่อย่างไรก็ตามควาย ยังคงมีคุณ ต่อสังคมเกษตรกรรมอย่างสูง อย่างมิแปรเปลี่ยน ครับ

แต่ความคิด คน สิ... แปรเปลี่ยนไปสู่สิ่งสำเร็จรูปมากขึ้น
ความคิดเห็นที่ 8
chamnong วันที่ : 06/06/2008 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/chamnong
ไปท่องอิสานใต้กับสถานีกันตรึมกับผมได้เลยครับ

สาเหตุสำคัญคือคนหนุ่มสาวอพยพไปเป็นปรงงานต่างถิ่นมีแต่พ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่ทำนาไถนาไม่ใหวและที่สำคัญคือภัยแล้งฝนตกไม่ต้องตาฤดูกาลหากใช้ความไถก็จะทำนาเสร็จไม่ทันและควายไถดินที่แห้งไม่ไหว
ความคิดเห็นที่ 7
ยายเม้าท์เองค่ะ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 22.13 น.
http://www.oknation.net/blog/yaimout
"เม้าท์"  กันไหมคะ? คุณๆขา....

ตัวหนังสือเล็กไปหน่อยค่ะ อยากอ่านค่ะ ที่บ้านมีหลายตัวเลยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
monotone วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 18.45 น.
http://www.oknation.net/blog/normalcode
 ยิ่งให้ยิ่งได้ ยิ่งหวงยิ่งอด 

คิดว่าถ้ามีกะตังค์จะไปซื้อที่นาแล้วก็ปลูกข้าว เลี้ยงควาย

เคยเห็นเขาเอาควายมาให้ดูในงานกาชาดที่อุดร

ตัวใหญ่บึ๊ก น้องๆ ช้างเลย

เดี๋ยวนี้หายไปเยอะ สงสัยจะไปไถนาอยู่แถวๆ ทำเนียบ
ความคิดเห็นที่ 5
officemom วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 18.15 น.
http://www.oknation.net/blog/officemom
officemom ชอบเล่าเรื่องสนุกๆ 

เค้าไม่ลิมนะ

ทุกเช้า ข้างโรงเรียนลูก มีอยู่หลายตัว เขาโง้งเลย เล็มหญ้าอยู่

นี่เล่าเรื่องจริงอยู่นะ ป่าวประชดนะ

ควายจริงๆ หน้าตาน่ารักด้วย
ความคิดเห็นที่ 4
tatuk วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 18.04 น.
http://www.oknation.net/blog/tatuk

นะ คนน่ะยังใช้ ค.ควาย สะกดเล้ย...
ความคิดเห็นที่ 3
redribbons07 วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 18.00 น.
http://www.oknation.net/blog/redribbons07

ไม่ลืม

แต่รู้สึกว่ามีน้อยลง


ความคิดเห็นที่ 2
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 18.00 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ส่องกระจกก้เจอครับ...
ความคิดเห็นที่ 1
กรมกุชะ วันที่ : 04/06/2008 เวลา : 17.58 น.
http://www.oknation.net/blog/cradm

มีอนุสาวรีย์ควายที่กำแพงเพชรแล้วครับ BG แถวนั้นโพสต์รูปมาให้ดูบ้างก็ดี แถวตลาดต้นโพธิ์หน้ากาชาดเก่า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

อีสานใต้น่ารู้เล่าสู่กันฟัง

รายการอีสานใต้น่ารู้เล่าสู่กันฟัง ออกอากาศทางอีสานใต้เรดิโอ

View All
คุณคิดว่าบล๊อกนี้?
ดีที่สุด
13 คน
ดี
1 คน
ปานกลาง
2 คน
เฉยๆ
0 คน

  โหวต 16 คน