|

จูงก๊ะ...สวัสดีครับ แม โอว บอง ประโอน..แซมซาย มนาย โอวปุ สะพายกล้องท่องขุขันธ์วันนี้ ทีมงานคนเซราะกราว โดยเด็กชายสังวีดจีวจีว ขอนำท่านผู้ชมมาท่องเที่ยวที่ปราสาทตาเล็ง ซึ่งเป็นโบราณสถานอันเก่าแก่ที่สุดในอำเภอขุขันธ์ มีอายุประมาณพันปีมาแล้ว ตั้งอยู่ที่บ้านปราสาท ต.ปราสาท อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ

ปราสาทตาล็งอยู่ห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ประมาณ 20 กม. ทางด้านทิศตะวันตกตัวอำเภอขุขันธ์ออกมาทางอำเภอสังขะ ผมขอพาคุณผู้ชมมาเที่ยวกันเลยดีกว่าครับ
 เพื่อไม่ให้เสียเวลา ขอตั้งต้นกันที่ ที่ว่าการอำเภอขุขันธ์ ก็แล้วกันครับ เพราะว่าสถานที่แห่งนี้ทุกคนคงรู้จักกันดี เวลาไปถ่ายบัตรประชาชนต้องไปกันที่นี่
 อนุเสาวรีย์หน้าที่ว่าการอำเภอขุขันธ์
เริ่มเดินทางตามถนนหน้าที่ว่าการอำเภอ ผ่านโรงพักขุขันธ์ ออกมาทางบ้านแทรง พอถึงสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายมาทางบ้านราษีพัฒนา ถึงสามแยกก่อนที่จะถึงบ้านราษีให้เลี้ยวขวาแล้วตรงมาเรื่อยๆตามถนนลาดยางเลย ก็จะผ่านทุ่งนาอันกว้างใหญ่ไพศาล

เห็นควายข้างทางที่หากินอยู่ตามทุ่งนาชะเง้อคอแหงนมองก็ไม่ต้องสนใจ เพราะว่าที่นี่เป็นทุ่งนาย่อมมีวัวควายเป็นธรรมดา
ก็จะผ่านบ้านคะนาสามัคคี บ้านขนุนตาวัง -บ้านเสลา นาก๊อก (เซราะเสลา เซราะก๊อก ) ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านสะพานข้ามห้วยสำราญ (คนแถวนั้นเรียกสะพานนี้ว่า สะเปียนหาล ) แล้วก็เข้าเขตบ้านกันทรารมย์ (เซราะรึมปุก)ก็จะเห็นประตูทางเข้าวัดเป็นศิลปะขอม เวลาผ่านตรงนี้ความรู้สึก จะคล้ายๆกับกำลังขับรถผ่านนครธมของกัมพูชากันเลยเทียวหล่ะ ให้ตรงไปเรื่อยๆ จะผ่านบ้านตาไอ บริเวณหมู่บ้านนี้ถนนค่อนข้างเป็นหลุมเยอะหน่อย ให้ขับรถอย่างระวัดระวังด้วย เพราะรถท่านอาจจะพังจากการตกหลุมได้ ตรงมาเรื่อยๆ ผ่านตระเปียงกบาลตันเร็ย (หนองหัวช้าง) ผ่านหมู่บ้านศรีอุดม ผ่านเวียลเซรา (ทุ่งนา) อีกครั้งแล้วจะถึงทางเลี้ยวหักมุมตรงหน้าประตูทางเข้าหมู่บ้านปราสาท ให้เลี้ยวขวาเข้าเขตหมู่บ้านปราสาทเลย จะผ่านสถานีอนามัยตำบลปราสาท ถึงสี่แยกกลางหมู่บ้านเลี้ยวขวาอีกครั้ง ก็จะพบกับโบราณสถานเก่าแก่ที่คนแถวนั้นเรียกว่า ปะเร็ยปราสาท ซึ่งอยู่คู่หมู่บ้านนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่ชาวบ้านแถวนี้เขาเรียกว่าปะเร็ยปราสาท ก็เพราะว่ารอบๆบริเวณปราสาทหิน ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ อายุหลายร้อยปี (ต้นสำรอง ต้นตระแบก ต้นมะขาม) ยืนสูงตระหง่านอยู่เคียงข้างตัวปราสาทตาเล็งอย่างเข้ากันดีมากในเรื่องของอายุปราสาทที่เก่าแก่กับต้นไม่ที่สูงใหญ่ สัญนิฐานว่าต้นไม้ใหญ่เหล่านี้คงเกิดมาพร้อมๆกับการสร้างปราสาทแห่งนี้เลยทีเดียว ยิ่งถ้าหากว่ามาชมตัวปราสาทยามเย็นๆใกล้พลบค่ำแล้วด้วย บรรยากาศของต้นไม้ใหญ่กับตัวปราสาทหินดูแล้วเข้ากันดีทำให้ขลังน่ากลัวดีมาก
ตรงมาเรื่อยๆ

ตัวปราสาทตาเล็งใครเป็นคนสร้างไม่อาจทราบได้ เพราะว่าเราเกิดที่หลังเขา เคยได้ยินสมัยปู่ย่ายังมีชีวิตอยู่ท่านเล่าให้ฟัง ว่าท่านเกิดที่หมู่บ้านแห่งนี้ ตั้งแต่เด็กเกิดมาก็เห็นปราสาทเป็นอย่างนี้แล้วก็เลยไม่รู้ว่าใครเป็นคนสร้าง แต่เมื่อก่อนตัวปราสาทจะสูงกว่านี้ก่อนที่ปราสาทจะพังอยู่ในสภาพเช่นทุกวันนี้ ปราสาทตาเล็งเป็นปราสาทขนาดเล็กหลังเดี่ยว อยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ทางด้านตะวันออกเขตหมู่บ้าน ตัวปราสาทมีการแกะสลักหินเป็นลวดลายสวยงามมากแห่งหนึ่ง ก่อด้วยหินทราย และอิฐบนฐานศิลาแลง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ส่วนยอดด้านบนหักพังกระจัดกระจายอยู่รอบๆตัวปราสาทหมดแล้ว ที่เหลือคือส่วนเรือนธาตุที่ก่อด้วยหินทรายเป็นกรอบประตูปราสาท เฉพาะด้านทิศตะวันออก อีกสามด้านก่อเป็นผนังทึบเป็นประตูหลอก คือแกะสลักหินรูปร่างคล้ายกับประตูแต่ไม่สามารถเข้าออกได้ เรียกว่าประตูหลอก

ที่เสาประดับผนังของกรอบประตูด้านทิศตะวันออก ต่อเนื่องขึ้นไปจนถึงกรอบหน้าบันมีการแกะสลักลวดลายอย่างสวยงาม โดยบริเวณเสาประดับผนังทั้งสองข้างมีการ แกะสลักเป็นลายก้านขดในแต่ละโค้งตรงกลางสลักเป็นรูปหงส์ บริเวณหัวเสาแกะสลักเป็นลายกลีบบัว ลายใบไม้ ส่วนหน้าบันที่เหลืออยู่เฉพาะปลายกรอบทั้งสองข้าง สลักเป็นรูปนาคห้าเศียรสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่านาคยังมีเขี้ยวเหมือนเขี้ยวเหมือนงูอยู่ด้วย ซึ่งเป็นลวดลายแกะสลักที่ละเอียดปราณีตมาก และที่หน้าบันทับหลังที่ตกอยู่หน้าปราสาทมีการแกะสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัญ ยืนอยู่บนหัวยักษ์ และโดยรอบตัวปราสาทมีหินมีส่วนประกอบของปราสาทตกอยู่หลายชิ้นกระจัดกระจาย ทับหลังอีกชิ้นหนึ่งตกอยู่ที่พื้นดินเป็นรูปพระอินทร์ทรงหงส์ ทับหลังชิ้นอื่น มีลักษณะคล้ายกัน แต่ภาพใบหน้าหน้าเทวรูปตรงกลางถูกกะเทาะออกไปหมด คิดว่าที่เป็นเช่นนี้น่าจะเกิดจากฝีมือคนขโมยกะเทาะเอาไปมากกว่าจากสามาเหตุอื่น
ทางด้านทิศตะวันออก เป็นแนวศิลาแลง ที่ เป็นขอบฐานของซุ้มประตู และมีคูน้ำอยู่ล้อมสามด้าน ยกเว้นด้านทิศตะวันออก ตรงไปจากฐานซุ้มประตูทิศตะวันออก มีแนวคันดินคล้ายถนนเป็นแนวตรงไปสู่สระน้ำขนาดใหญ่ที่คนแถวนั้นเรียกว่า (ตระเปียงละเบิก) ซื่งเป็นแหล่งน้ำใช้สอยที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนคนในชุมชนรอบๆ ปราสาทตาเล็งแห่งนี้ได้อย่างดี
จากลักษณะทางศิลปกรรม กรมศิลปากรได้สันนิฐานว่าปราสาทตาเล็งได้สร้างขึ้น โดยมีรูปแบบศิลปะเขมรแบบปาปวน มีอายุอยู่ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ (สร้างขึ้นก่อนการตั้งกรุงสุโขทัยของไทยซะอีก) ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๕ โดยมีขอบเขตโบราณสถาน เป็นพื้นที่ประมาณ ๓ ไร่ ๒ งานเศษ ปราสาทตาเล็งจึงเป็นโบราณสถานที่น่ามาเที่ยวชมเพื่อศึกษาอารยธรรมความเจริญรุ่งเรืองของดินแดนอีสานใต้ในอดีตได้อย่างน่าทึ่งเลยทีเดียวครับ เป็นอย่างไรบ้างหละครับมาเที่ยวปราสาทตาเล็ง กับผมเด็กชายสังวีด..จีวจีว....ครั้งนี้ คิดว่าคงทำให้คุณผู้ชมทุกท่านได้เห็นภาพความเจริญรุ่งเรืองในอดีตบรรพบุรุษของชุมชนบ้านเราได้อย่างดีนะครับ แต่ถึงผมจะบรรยายได้ดีเพียงไรก็คงไม่เหมือน ท่านมาสัมผัสสถานที่แห่งนี้ด้วยตัวของท่านเองนะครับ เพราะปราชญ์ผู้รู้ท่านบอกว่า คนอ่านหนังสือสิบเล่มไม่เท่าคนเดินทางมาดูดูตาตนเองเพียงหนึ่งครั้ง วันนี้ผมเด็กชายสังวีด..จีว..จีว... พร้อมทีมงาน คนเซราะกราว ขอลาทุกท่านไปก่อนครับ ท่านใดที่สนใจก็มาเที่ยวปราสาทตาเล็งที่นี่ ก็มาได้เลยนะครับเพราะคนที่นี้ใจดีมีน้ำใจ มีรอยยิ้มทุกคน รับรองว่าท่านมาเที่ยวแล้ว ท่านต้องประทับใจอย่างแน่นอน ชาวบ้านปราสาทยินดีต้อนรับทุกท่านครับ


|