พิมพ์หน้านี้
การดีเบตครั้งประวัติศาสตร์ใกล้จะเกิดขึ้น ในวันที่ 3 สิงหาคม 2550 ณ บ้านมนังคศิลา ซึ่งเป็นที่ทำการของมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย หรือพีเน็ต เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารทั้งสองด้าน ทั้งฝ่ายที่จะรับ และฝ่ายที่จะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 หากลองเปรียบมวย คู่ดีเบตจำนวน 3 คู่ ที่จะขึ้นเวที ปะทะถกเถียงกันเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 ฝ่ายไหนจะมีเปรียบเสียเปรียบกัน ลองมาดูประวัติคร่าวๆของทั้งสองฝ่าย คนแรก ศาสตราจารย์ ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ อดีตอาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นักคิดนักเขียนชื่อดังโดยเฉพาะทุกเรื่องเกี่ยวกับสังคมไทย ถูกจับตามองโดยโลกทัศน์ผ่านแว่นตากรอบหนาอยู่ตลอดเวลา หนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน เป็นนักวิชาการระดับเมธีที่ประกาศตัวไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว ที่หน้า กกต.เมื่อเร็วๆนี้ คนที่สอง เปรียบเหมือนคู่ชกของคนแรก คือ นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่โอนย้ายมาจากตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ หนึ่งในตุลาการที่ออกมาแก้ไขวิกฤตการเมือง และได้รับมอบหมายให้เป็นผู้แถลงข่าวแทนประธาน 3 ศาลก่อนหน้านี้ เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่ดูแลในกรอบขององค์กรอิสระ และสถาบันการเมือง คนที่สาม คือรองศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ หัวหน้าภาควิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักกฎหมายมหาชนจากเยอรมัน ผู้ออกมาประกาศตัวไม่เอารัฐธรรมนูญ เพราะเกิดขึ้นจากการรัฐประหาร ต่อต้านการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อล้างความผิดให้กับ คมช. และไม่เห็นว่าการล้มรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะทำให้การเลือกตั้งช้าตรงไหน (อุบไว้ก่อน..ต้องฟังเหตุผลในวันนั้น) คนที่สี่ ศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่มีจุดยืนเห็นด้วยเพราะเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และก็เคยเป็นกรรมาธิการยกร่างฉบับปี 2540 มาแล้ว จึงรู้ถึงข้อดีข้อด้อยของรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับ คนที่ห้า จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่กลายเป็นหัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย แต่โดนยึดอำนาจไปแล้วโดย เจ๊แดง และ หญิงหน่อย ดูจากสถานภาพคงไม่ต้องบอกว่า ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเพราะอะไร คนที่หก คือรองศาสตราจารย์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต ส.ว.กทม. อีกหนึ่งของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะขึ้นเวทีตอบโต้กับฝ่ายไม่เห็นด้วย โดยใช้คุณสมบัติของนักวิชาการที่ไล่รื้อระบอบทักษิณคนแรกๆ และจะมาการันตีว่าร่างฉบับนี้มีอะไรดีมากกว่าฉบับปี 2540 ถ้าจะให้สวมบทเป็นผู้สันทัดกรณีด้านเปรียบมวย ผมดูว่าสูสี เพราะฝ่ายรับร่างมีคนพูดเก่งเพียงคนเดียว คืออาจารย์เจิมศักดิ์ แต่ท่านจรัญฯ ถือเป็นหมัดขวาตรง พูดน้อยแต่ประเด็นหนัก ส่วนอาจารย์สมคิดจะแย็บรบกวนคู่ต่อสู้ได้ เพราะเป็นมวยพื้นฐานดี ส่วนฝ่ายไม่รับ อาจารย์วรเจตน์ ภาษีดีเพราะหนักแน่นด้วยหลักการ ส่วนหัวหน้าจาตุรนต์จะเสริมส่วนสัด ที่สันทัดด้วยสำนวนและโวหาร หมัดตายของฝ่ายนี้จึงอยู่ที่อาจารย์นิธิ ถ้าพูดเก่งเหมือนกับที่เขียนก็น่าสนใจ
|
| มาชมดูเรือพระราชพิธี | ||
อลังการแห่งนาวา |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | ||||