วันพุธ ที่ 25 กรกฎาคม 2550
ศาลฎีกาสั่งประหารชีวิตหมอวิสุทธิ์ ฆ่าเมีย
Posted by
ไปรษณีย์
,
ผู้อ่าน : 959
, 11:35:35 น.
| หมวดหมู่ :
ถังข่าว
พิมพ์หน้านี้
|

ในที่สุดคดีนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ฆ่าแพทย์หญิงผัสพร ผู้เป็นภรรยา ก็ต่อสู้คดีมากว่า 6 ปี ก็ถึงที่สุดแล้ว เมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว
ศาลอาญากรุงเทพใต้ อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาให้ประหารชีวิตนายแพทย์วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จำเลยในคดีฆ่าชำแหละศพ แพทย์หญิงผัสพร บุญเกษมสันติ สูตินรีแพทย์ โรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากร หรือโรงพยาบาลรถไฟ ภรรยาของตนเอง หลังจากศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานโจทก์สอดคล้องกันและเชื่อได้ว่านายแพทย์วิสุทธิ์ เป็นผู้สังหารภรรยาจริง ส่วนประเด็นที่จำเลยนำมาต่อสู่ชั้นฎีกา ศาลพิจารณาแล้วรับฟังไม่ขึ้น
คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ และนายโชติ วัฒนเชษฐ์ บิดาแพทย์หญิงผัสพร ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้อง นายแพทย์วิสุทธิ์ ในความผิดฐานฆ่า แพทย์หญิงผัสพร ภรรยาตนเอง โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซ่อนเร้น ทำลายศพ กักขังหน่วงเหนี่ยว ปลอมเอกสาร
คดีนี้เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2544 เมื่อ นายแพทย์วิสุทธิ์ เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน พญาไท ว่า แพทย์หญิงผัสพร ภรรยาหายตัวไป กระทั่งตำรวจสืบสวนจนพบว่า นายแพทย์วิสุทธิ์ เป็นคนสุดท้ายที่พบผู้ตาย โดยนัดหมายไปรับประทานอาหารที่ร้านโออิชิ ศูนย์การค้าสยามดัสคัฟเวอรี่ ก่อนที่จะไม่มีใครพบแพทย์หญิงผัสพรอีกเลย กระทั่งตำรวจไปพบชิ้นส่วนร่างกายของ แพทย์หญิงผัสพร ที่อาคารวิทยบริการ ภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และที่โรงแรมเซ็นทรัลโซฟิเทล ลาดพร้าว ซึ่งจากการสอบสวนพบว่า นายแพทย์วิสุทธิ์มีความขัดแย้งกับผู้ตายเรื่องทรัพย์สิน และเรื่องชู้สาวก่อนจะมีการเข้าจับกุมนายแพทย์วิสุทธ์ ซึ่งแม้นายแพทย์วิสุทธิ์ จะไม่เคยเปิดปากรับสารภาพว่า เป็นผู้ฆ่าภรรยาตัวเอง แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิเคราะห์จากพยานและหลักฐานแล้วเห็นควรให้พิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ทั้งนี้ประเด็นที่จำเลยใช้ต่อสู้ในชั้นฎีกามีถึง 13 ประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่ผู้ตายกับจำเลยไม่มีความขัดแย้งกันในเรื่องทรัพย์สินหรือเรื่องชู้สาวกับคนไข้และไม่ได้หย่าขาดกัน รวมถึงการตายของแพทย์หญิงผัสพร น่าจะคลาดเคลื่อนต่อความจริง
อีกทั้งจำเลยไม่ใช่บุคคลสุดท้ายที่อยู่กับผู้ตาย แต่น่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโรงพยาบาลบุรฉัตรไชยากรที่ผู้ตายนำรถไปจอดและหากจำเลยเป็นผู้ฆ่าจริงคงไม่แจ้งความว่าภรรยาหายตัวไป นอกจากนี้จำเลยยังได้ลำดับเหตุการณ์ถึงข้อพิรุธต่างๆเพื่อลบล้างพยานหลักฐานโจทก์ในเรื่องชิ้นเนื้ออวัยวะส่วนสำคัญของผู้ตายว่าเป็นชิ้นเนื้อผู้ตายหรือไม่
|