พิมพ์หน้านี้
|
เวลา 10.00 น. องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน ได้ออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ระหว่างอัยการสูงสุด โจทก์ พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตรที่ 1 คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่ 2 จำเลย องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาคำร้องของจำเลยทั้งสองว่ามีที่อยู่จริงอยู่ในต่างประเทศ คำฟ้องของโจทก์ไม่ระบุที่อยู่จริงมาในคำฟ้อง จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ได้ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด จึงเป็นคำฟ้องที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการผิดระเบียบของข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2543 ข้อ 8 วรรคสอง ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของศาลเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม และให้มีคำสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาในวันที่ 14 สิงหาคม 2550 ที่ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับที่อยู่จริงของจำเลยทั้งสอง และมีคำสั่งให้ออกหมายจับจำเลยทั้งสอง กับให้มีคำสั่งเพิกถอนหมายจับจำเลยทั้งสอง คำร้องฉบับที่สองอ้างว่า จำเลยทั้งสองต้องมาศาลในวันนัดพิจารณาครั้งแรก การที่ศาลออกหมายจับจำเลยทั้งสอง ก็เพื่อให้ได้ตัวจำเลยทั้งสองมาอยู่ในอำนาจศาล ในอันที่ศาลจะได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 27 วรรคสาม โดยอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยทั้งสองทราบให้เสร็จสิ้น เมื่อจำเลยทั้งสองยังไม่ได้อยู่ในอำนาจศาล ศาลจึงไม่อาจพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยทั้งสองได้ ขอให้ศาลงดการที่จะพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยทั้งสอง และขอให้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว โจทก์ได้รับยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ยังมิได้แถลงขอให้ศาลพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลย และศาลก็ยังมิได้มีคำสั่งให้มีการพิจารณา หรือไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลย จึงไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งระงับการพิจารณา และไต่สวนพยานหลักฐานลับหลัง และขณะนี้โจทก์ได้ดำเนินการให้มีการส่งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งต้องใช้เวลาดำเนินการภายในกำหนดประมาณ 90 วัน จึงยังมีโอกาสที่โจทก์จะนำตัวจำเลยทั้งสองมาปรากฏตัวต่อศาล ในวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปได้ โจทก์จึงขอคัดค้านการจำหน่ายคดีเพื่อรอผลการดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดนดังกล่าว องค์คณะผู้พิพากษาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ตามคำร้องฉบับแรกที่จำเลยทั้งสอง ขอให้เพิกถอนคำสั่งและเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ศาลมีคำสั่งเกี่ยวกับ ที่อยู่จริงของจำเลยทั้งสอง กับให้เพิกถอนหมายจับจำเลยทั้งสองนั้น ศาลได้พิจารณาและมีคำสั่งไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับวันที่ 14 สิงหาคม 2550 แล้วว่าเป็นคำสั่งและกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ไม่มีเหตุที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง สำหรับคำร้องฉบับที่สอง และคำร้องเพิ่มเติมฉบับลงวันที่ 24 กันยายน 2550 ที่จำเลยทั้งสองขอให้ศาลงดการที่จะพิจารณา และไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยทั้งสอง เห็นว่า การพิจารณาคดีอาญา เป็นกระบวนพิจารณาเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ หากศาลเห็นว่าจำเลยได้กระทำผิด ก็ให้ศาลลงโทษแก่จำเลยตามความผิด ดังนั้น ศาลจะพิจารณาคดีอาญาไปได้ ก็ต่อเมื่อจำเลยได้เข้ามาอยู่ในอำนาจศาลแล้ว เมื่อจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลและศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้บันทึกไว้ ถ้าจำเลยไม่ให้การก็ให้บันทึกไว้ตามบัญญัติไว้ใน มาตรา 27 วรรคสาม ภายหลังที่ศาลได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ศาลจึงจะมีอำนาจพิจารณาต่อไป โดยศาลอาจพิจารณาและไต่สวนพยานหลักฐานลับหลังจำเลยได้ ตามข้อกำหนดในข้อ 10 คดีนี้โจทก์ฟ้องโดยมิได้นำตัวจำเลยทั้งสองมาศาลในวันฟ้อง เมื่อศาลมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง และให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองตามที่อยู่ในคำฟ้อง จำเลยทั้งสองทราบนัดโดยชอบแล้ว แต่ไม่มาศาล จำเลยทั้งสองจึงยังไม่ได้เข้ามาอยู่ในอำนาจศาล ศาลไม่อาจดำเนินการต่อไปจนกว่าจะได้ตัวจำเลยทั้งสอง ส่วนที่จำเลยทั้งสองขอให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสารบบความเป็นการชั่วคราว เห็นว่า แม้โจทก์จะแถลงว่าจะใช้เวลาดำเนินการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ภายในกำหนดประมาณ 90 วัน กรณีก็ไม่อาจทราบได้แน่ชัดว่าจะได้ตัวจำเลยทั้งสองมาศาลเมื่อใด จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เมื่อได้ตัวจำเลยทั้งสองมาศาลแล้ว จะได้ยกคดีขึ้นพิจารณาต่อไป |
| มาชมดูเรือพระราชพิธี | ||
อลังการแห่งนาวา |
||
|
View All |
||
| << | กันยายน 2007 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||