วันพุธ ที่ 3 ตุลาคม 2550
สาแหรก บิ๊กบัง จากหนังสือวันเกิด
Posted by
ไปรษณีย์
,
ผู้อ่าน : 520
, 11:36:59 น.
| หมวดหมู่ :
ถังข่าว
พิมพ์หน้านี้
|
 
"บิ๊กบัง" พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ที่วันนี้กลายเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบก และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ โดยได้รับการปูนบำเหน็จเป็น "รองนายกรัฐมนตรี" คนใหม่ใน ครม. ก่อนหน้านี้ผู้คน โดยเฉพาะชาวมุสลิมต่างค้นหาสาแหรกที่แท้จริงของ "บิ๊กบัง" ว่าเป็นสายไหนกันแน่
ตระกูล "บุญยรัตกลิน" เป็นนามสกุลพระราชทาน ตามทะเบียนพระราชทานนามสกุล โดย ร.6 พระราชทานให้แก่ นายนาวาตรี หลวงพินิจกลไก (บุญรอด) กองหนุนชั้นที่ 1 กระทรวงทหารเรือ
ซึ่งหากจะพินิจพิจารณาจากนามสกุลแล้ว หาได้เป็น "มุสลิมชีอะห์" เหมือนกับหลายฝ่ายได้กล่าวอ้าง แต่นามสกุลนี้หากเขียนตามที่ได้รับพระราชทาน คือ "บุณยรัตกลิน" ซึ่งต้นตระกูลถือเป็น "มอญที่ชำนาญการเดินเรือ"
หนังสือ "ชีวิตและผลงาน พลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก" ที่มอบให้ผู้ไปอวยพรวันเกิดที่บ้านเกษะโกมล วันนี้ เขียนถึงที่มาที่ไปของนามสกุลนี้ว่า เป็นการขอยืมมา เพราะเดิมนั้น บิดาของพลเอกสนธิ คือ พันเอกสนั่น บุญยรัตกลิน ใช้นามสกุล "อหะหมัดจุฬา" แต่เนื่องจากนโยบายของรัฐสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่กำหนดให้ข้าราชการที่ใช้ "...นามสกุลที่ไม่คล้ายกับคนไทยให้เปลี่ยน ห้ามใช้" พันเอกสนั่น จึงมาใช้นามสกุลแม่ โดยในหนังสือบันทึกไว้ตามคำพูดของพลเอกสนธิว่า "นามสกุลจริงๆของคุณย่าคือ บุณยรัตกลิน ในสมัยก่อนเป็น "ณ" แต่ไม่รู้ว่าพิมพ์ผิดอย่างไร เลยกลายมาเป็น "ญ" ฉะนั้นอาน้องของคุณพ่อทั้ง 2 คน ก็ยังใช้ "ณ" อยู่ มันผิดมาเรื่อย จนกระทั่งผมเลยกลายเป็น "ญ" ทางคุณพ่อพี่เกาะ (พลเอกสมทัต อัตนันทน์) เป็นคนให้คุณพ่อผมใช้นามสกุลนี้ คุณพ่อก็เลยไปขอจากน้องย่าหรือพี่ของย่าไม่ทราบ ขอมาใช้นามสกุลนี้ แล้วก็ใช้มาโดยตลอด..."

หากกล่าวถึงตระกูล "อหะหมัดจุฬา" ที่เดิมพ่อของพลเอกสนธิ ใช้นามสกุลนี้ ตามทะเบียนพระราชทานนามสกุล ได้พระราชทานแก่ พระยาจุฬาราชมนตรี (สัน) จางวางกรมท่าขวา ผู้ช่วยเจ้ากรมกองแสตมป์ กระทรวงยุติธรรม เฉกอะหะหมัดเป็นต้นสกุล เข้ามาแต่แผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม บุตรหลานรับราชการสืบกันมาจนถึงพระยาจุฬาราชมนตรี (ก้อนแก้ว) ในรัชกาลที่ 1
แสดงให้เห็นได้ว่า พลเอกสนธิ เป็นมุสลิม "ชีอะห์อิสนาอะชะรี" (นิกายสิบสองอิหม่าม) สายเฉกอะหมัด ซึ่งมาแต่อาณาจักรเปอร์เซีย-อิหร่าน และรับราชการจนได้เป็นที่ "เจ้าพระยาบวรราชนายก"เพราะความดีความชอบในการปราบปรามกบฎแขกปักษ์ใต้ สมัยแผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง เฉกอะหมัด มีเชื้อสายต่อมาคือ เจ้าพระยาอภัยราชา (ชื่น) มีลูกต่อมา คือเจ้าพระยาชำนาญภักดี (สมบุญ) ที่สมุหนายก อัครมหาเสนาบดีฝ่ายเหนือ ในแผ่นดินพระเจ้าทรงธรรม ต่อมามีลูกคือพระยาเพ็ชรพิไชย (ใจ) จางวางกรมล้อมพระราชวัง และให้ว่าที่กรมอาสาจามและอาญาญี่ปุ่น ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่บรมโกศ
"พระยาเพ็ชรพิไชย" นี่เอง ที่ตอนหลังได้เข้ามานับถือศาสนาพุทธ ทำให้ลูกสืบสายสกุลแบ่งแยกออกเป็น 2 สาย คือ สายของ พระยาจุฬาราชมนตรี (เชน) ที่นับถืออิสลามต่อไป และสายของ เจ้าพระยามหาเสนา (เสน) ที่นับถือพุทธตามพ่อ โดยสายพุทธนั้นต่อมา ได้รับพระราชทานนามสกุลว่า "บุนนาค" และต่อมายังมีการแตกจากสายนี้ไปเป็นหลายสาย เช่น นามสกุล "จุฬารัตน" "ศรีเพ็ญ" "บุรานนท์" "จาติกรัตน์"
โดยภายหลังผลัดแผ่นดินแล้ว วงศ์เฉกอะหมัดทั้งมุสลิม และพุทธ ต่างผลัดพรากจากกันไป แตกกันไปเป็นหลายสายแต่ก็ได้รับราชการในสมัยรัตนโกสินทร์ต่อมา จนถือว่าเป็นสายวงศ์สกุลที่มีอิทธิพลมากที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยสายมุสลิมส่วนใหญ่ลูกหลานจะสืบตำแหน่ง "จุฬาราชมนตรี" จางวางกรมท่าขวา ซึ่งรับผิดชอบงานด้านการค้าขายทางเรือ และการต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง ...ส่วนสายพุทธ ส่วนใหญ่ก็จะได้ครองตำแหน่งสมุหนายก หรือสมุหพระกลาโหม ซึ่งเป็นอัครมหาเสนาบดี ดูแลทั้งฝ่ายเหนือ และฝ่ายใต้ ...นอกจากนั้นเหล่าบุตรีของวงศ์เฉกอะหมัด ยังได้เป็นทั้งหม่อมห้าม นางใน พระสนมอยู่หลายองค์
ส่วนบิดาของพลเอกสนธิ คือพันเอกสนั่นนั้น สืบเชื้อสายมาจากท่านสง่า อะหะหมัดจุฬา ลูกของท่านช่วง ซึ่งเป็นลูกของท่านครูชื่น ที่นับถือกันเป็นนักปราชญ์ของมุสลิมฝ่ายชีอะห์ โดยสาแหรกนี้ถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน ในศูนย์ข้อมูลประวัติศาสตร์ชุมชนธนบุรี โดยนายทำเนียบ แสงเงิน ปรากฏอยู่ที่มัสยิดต้นสน
|