• ไปรษณีย์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : wor17@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-04
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 25554
  • จำนวนผู้โหวต : 82
  • ส่ง msg :
เพียงลมพัดผ่าน
ที่เสียดแทงผิวกาย ที่พลิ้วผ่านพัด อะไรที่เข้ามาสัมผัส และอะไรที่เราไม่อาจเก็บไว้ในใจ
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wor1789
วันจันทร์ ที่ 5 พฤศจิกายน 2550
เรือพระราชพิธี และกระบวนพยุหยาตราชลมารค
Posted by ไปรษณีย์ , ผู้อ่าน : 1824 , 14:41:18 น.   | หมวดหมู่ : พระมหากษัตริย์ของข้าพเจ้า  
พิมพ์หน้านี้


              พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน เป็นประเพณีของไทย ที่เป็นเมืองพุทธ หลังจากผ่านพ้นช่วง "เข้าพรรษา" เหล่าอุบาสก-อุบาสิกา  ก็ถึงเวลาจอง "กฐิน" ไปทอดยังวัดต่างๆที่เป็นวัด "ราษฎร์" ส่วนวัด "หลวง" ซึ่งจะแบ่งเป็นตรี โท เอก ตามขนาดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ และตามลักษณะความสำคัญ เป็นหน้าที่ของกระทรวง ทบวง กรมต่างๆ จะเป็นเจ้าภาพ ส่วนใหญ่ก็จะขอพระราชทานกฐินไปทอดยังวัดต่างๆ

พระอารามหลวงชั้นเอก ดูได้จากการมีพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่ หรือไม่ก็มี "พระมหาเจดีย์" เป็นลักษณะของวัดคู่บ้านคู่เมือง "วัดหลวง" เหล่านี้ จะมีสร้อยต่อจากชื่อวัด เช่น วรวิหาร ราชวรวิหาร แต่ส่วนใหญ่พระอารามหลวงชั้นเอก พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล่าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ ไปถวายผ้าพระกฐินแทน

ปีนี้ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร (อันนี้แหละที่เป็นสร้อยท้าย ..อันนี้แปลว่าเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก พิเศษ) ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับพระราชทาน ผ้าพระกฐิน ประกอบกับปีนี้เป็นปีมหามงคล มีพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา เป็นพระราชประเพณีของในหลวงองค์ปัจจุบัน ที่ทรงโปรดฯ ให้ "จัดกระบวนพยุหยาตราชลมารค" ในพระราชพิธีทรงบำเพ็จพระราชกุศล ถวายผ้าพระกฐิน จึงไม่ใช่พิธีที่เราเคยได้เห็นกันมาในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำ "เอเปค" หรือในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เนื่องจาก "ในหลวง" ทรงโปรดฯให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เป็นผู้แทนพระองค์ เสด็จโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค

"เรือพระราชพิธี" เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่ไม่ปรากฎ แต่มีหลักฐานกล่าวถึง กระบวนการพยุหยาตราชลมารค ในพระราชพิธีลอยพระประทีป พระราชพิธีจองเปรียญ มาตั้งแต่กรุงสุโขทัย

แต่ที่มีหลักฐานในพระราชพงศวดาร มาปรากฏสมัยอยุธยา ซึ่งระบุถึง "เรือพระที่นั่ง" มาตั้งแต่ "พระบรมไตรโลกนาถ" เป็นครั้งแรก พ.ศ.๑๙๐๐ ซึ่งทรงให้ตรากฎมณเฑียรบาล เกี่ยวกับพระราชพิธี "อาสยุธพิธี" คือการแข่งเรือเสี่ยงทาย โดยใช้เรือพระที่นั่งสมรรถไชย และเรือพระที่นั่งไกรสรมุข  "ถ้าปีไหนเรือพระที่นั่งสมรรถไชยแพ้ ปีนั้นข้าวจะเหลือ เกลือจะอิ่ม ปวงประชาสุขเกษม หากปีไหนเรือพระที่นั่งสมรรถไชยชนะ จะเกิดยุคเข็ญ"  ต่อมาเวลาแข่งฝีพายพระที่นั่งสมรรถไชย จึงออมฝีมือให้เรือพระที่นั่งไกรสรมุข

 

สมัย "พระชัยราชา" ทรงเสด็จไปตรีเมืองเชียรไกร เชียงกราน คืนจากพม่า ใน พ.ศ.๒๐๘๑ โดยเสด็จไปด้วยเรืออ้อมแก้วแสนเมืองมา และเรือไกรแก้ว

หลังจากนั้นมีปรากฏเหตุการที่ ขุนพิเรนทรเทพ นำเรือพระที่นั่งไชยสุวรรณหงส์ มาอัญเชิญ "พระเฑียรราชา" ซึ่งทรงผนวชอยู่ที่วัดราชประดิษฐ ขึ้นเสวยราชสมบัติเป็น "พระมหาจักรพรรดิ" หลังปราบกบฏ "ท้าวศรีสุดาจันทร์-ขุนวรวงศาธิราช"

หลังจากเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติแล้ว "พระมหาจักรพรรดิ" ทรงโปรดให้ดัดแปลง เรือแซ (คือเรือที่ใช้ลำเลียงทั่วไป) ให้เป็น เรือไชย และเรือศรีษะสัตว์ หรือเรือรูปสัตว์ (เรือทั้งสองชนิด เป็นเรือไว้ลำเลียงพลรบ ยุทโธปกรณ์ คล้ายๆกัน แต่แตกต่างกันตรงที่เรือไชย โขน หรือหัวเรือ ไม่แกะสลักเป็นรูปสัตว์)

(เรือลำดำที่อยู่ใกล้สุด คือเรือแซง ที่ดัดแปลงจากเรือแซ  ในรูปเรือแซง ๗)

(เรือรูปสัตว์ หรือเรือศรีษะสัตว์ ที่เห็นในรูปเรือสุครีพครองเมือง)

สมัยต่อมาเริ่มสร้าง "เรือพระที่นั่ง" เป็นเรื่องเป็นราวมากขึ้น โดยปรากฏว่า "สมเด็จพระนารายณ์" โปรดให้สร้างเรือพระที่นั่งขึ้น ดังนี้

เรือพระที่นั่งอลงกตนาวา  เรือพระที่นั่งศรีสมรรถไชย เรือพระที่นั่งพระครุฑพาหะ เรือพระที่นั่งชลวิมานกาญจนบวรนาวา เรือพระที่นั่งนพรัตนพิมานกาญจนอลงกตมหานาวาเอกชัย เรือพระที่นั่งจิตรพิมานกาญจนมณีศรีสมรรถชัย เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์

รวมทั้วยังโปรดให้สร้างเรือในกระบวน คือ เรือดั้ง เรือกัน เรือชัย เรือรูปสัตว์ และเรือขนาน เพิ่มเติมขึ้นอีก

จริงๆแล้ว ไทยเรามีเรือรบที่ใช้ในแม่น้ำ หรือเรือรบทางทะเลมานานแล้ว แต่เรือรบในลำน้ำมีความสำคัญมากกว่า หากมีพระราชสงครามก็จะยกขบวนพยุหยาตราทั้งทางน้ำ และทางบก เพื่อต่อสู้กับราชศัตรู จนมีการเรียก "เจ้ากรมอาสาหกเหล่าฝ่ายซ้าย หรือออกญาสีหราชเดชะชัย อภัยพิริยปรากรมพาหุ" ว่า "ออกญาท้ายน้ำ" เนื่องจากต้องตั้งกองระวังเหตุ เวลาถอยทัพกลับทางน้ำ เพื่อไม่ให้ศัตรูตีโต้กลับได้

เมื่อว่างเว้นศึกสงคราม ก็จะมีการฝึกซ้อมกระบวนเรือ เพื่อใช้ในพระราชพิธีต่างๆ ซึ่งถือเป็นพระราโชบายของกษัตริย์ไทย เพื่อฝึกซ้อมกระบวน "ยุทธ" และสมรรถภาพในการราบของฝีพาย และเพื่อเป็นการบำรุงขวัญราษฎร

สมัยสมเด็จพระนเรศวร ปรากฏในพงศาวดารว่า ทรงเสด็จลงเรือพระที่นั่งเลียบพระนคร เพื่อตรวจตราความสงบของบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรู ร่วมกับสมเด็จพระเอกาทศรถอยู่เนืองๆ และยังเกิดเหตุขุนนางเขมร พระยาจีนจันตุเป็นขบถ จึงทรงยกทัพเรือไปปราบ ถึงกับได้ทรงพระแสงปืนยิงสู้ข้าศึก กระสุนปืนข้าศึกถูกรางพระแสงปืน แต่หาถูกพระองค์ไม่ ถือเป็นครั้งแรกที่มียุทธนาวีในรัชสมัยของพระองค์

ราชพงศาวดาร ยังได้บันทึกถึงเหตุการณ์เสด็จไปตีเมืองเมาะตะมะโดยชลมารค ซึ่งครั้งนั้นใช้เรือพระที่นั่งศรีสุพรรณหงส์ ประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรนพคุณ และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นำกระบวนทัพออกไปก่อน เพื่อความเป็นสิริมงคล

 สมัยพระเจ้าทรงธรรม พ.ศ.๒๑๔๙ เสด็จพระราชดำเนินจากกรุงศรีอยุธยา ขึ้นไปทอดพระเนตรรอยพระพุทธบาท แล้วเสด็จกลับทางชลมารค ฝีพายเรือพระที่นั่งได้นำเอา "กิ่งดอกเลา" มาปักไว้ท้ายเรือ ทรงทอดพระเนตรเห็น ตรัสชมว่างามดี ครั้นเสด็จกลับถึงกรุงศรีอยุธยา จึงทรงให้แปลงท้ายเรือไชย ให้เป็นลักษณะเหมือนกิ่งดอกเลา จึงมีการเรียกเรือพระที่นั่งชั้นสูงสุดว่า "เรือพระที่นั่งกิ่งดอกเลา" และต่อมาก็เรียกว่า "เรือพระที่นั่งกิ่ง" มาจนถึงบัดนี้ โดยเหตุการณ์ครั้งนั้นถือเป็นครั้งแรก ที่ถวายผ้าพระกฐิน เสด็จโดยกระบวนพยุหยาตราชลมารค

แผ่นดินพระเจ้าเสือ ปรากฏชื่อเรือ "พระที่นั่งเอกชัย" เป็นครั้งแรก ซึ่งเดิม "เรือไชย" เป็นเรือที่ให้ข้าราชการนั่งในริ้วขบวน โดยเมื่อดัดแปลงเป็นเรือพระที่นั่งเอกชัยแล้ว มีโขนเรือ (หัวเรือ) สูง เมื่อคราวเสด็จประพาสเพื่อทรงเบ็ด ณ ปากน้ำ เมืองสาครบุรี ในพ.ศ. ๒๒๔๗ ผ่านทางคลองโคกขาม ซึ่งมีความคดเคี้ยว พันท้ายนรสิงห์คัดไม่ทัน โขนเรือโดนกิ่งไม้หักลง พันท้ายนรสิงห์ขอพระราชทานอาญาโทษประหาร แม้จะเป็นพระสหาย แต่ไม่ขอเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้จะมาทำราชการต่อไป

(ลักษณะของโขนเรือของเรือเอกชัยที่มีลักษณะสูง ในรูปเรือเอกชัยหลาวทอง)

สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงโปรดให้ชำระตำรับกระบวนพยุหยาตราชลมารค ทั้งทางสถลมารค (ทางบก) และทางชลมารคใหม่เป็น 5 กระบวน เรียกชื่อว่า "กระบวนพยุหยาตราเพชรพวง" ใช้เรือพระที่นั่ง และเรือในกระบวนมากกว่า 100 ลำ สมัยพระนารายณ์นี้เอง ที่เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ไชยเชษฐ์สุริยวงศ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ได้ทรงแต่งบทเห่เรือ ซึ่งเป็นแบบเรียนสำหรับนักเรียน-นักศึกษามาจนถึงปัจจุบัน

รัชกาล "พระเพทราชา" ปรากฏชื่อเรือพระที่นั่งใหม่ ๒ ลำ คือเรือพระที่นั่งไกรสรมุขพิมาน และเรือพระที่นั่งบัลลังก์ม่านทอง

 


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30