พิมพ์หน้านี้
|
ปราสาทพระวิหาร ที่กัมพูชาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทำให้ พระวิหาร กลายเป็นมรดกโลกที่อยู่นอกพรมแดนไทย และทำให้เกิดผลกระทบต่อปัญหาของพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งคนไทยต้องต่อสู้เพื่อ ทวงคืน ต่อไป แต่สิ่งที่เราต้องควรภาคภูมิใจ และต้องช่วยกันดูแลประคับประคองมรดกโลกที่อยู่ในประเทศไทย ซึ่งกำลังตกอยู่ในอันตรายจากการที่เราไม่ได้เหลียวแล!!!
หากนับรวม แหล่งสถานที่ในประเทศไทย ที่คณะกรรมการองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ (UNESCO) ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก มีอยู่ 6 แห่งด้วยกันคือ มรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง แหล่งมรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา มรดกโลกทางธรรมชาติ คือ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร และป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ มรดกความทรงจำของโลก คือ ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือจารึกวัดโพธิ์
ผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ใน พ.ศ. 2548 เพราะมีความโดดเด่นด้วยความหลากหลายทางชีวภาพสูงยิ่งแห่งหนึ่งของโลก มีพันธุ์พืชประมาณ 2,500 ชนิด มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประมาณ 112 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกประมาณ 209 ชนิด นกประมาณ 392 ชนิด และยังเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญที่หล่อเลี้ยงประชากรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางของไทย ป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ กำลังถูกคณะกรรมการว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก จับตาถึงการขยายทางหลวงถึงตัดผ่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และอุทยานแห่งชาติทับลาน จาก 2 เลนถึง 4 เลน (ถนนสายกบินทร์บุรี-ปักธงชัย) ซึ่งได้มีการถางพื้นที่ป่าออกไปเป็นจำนวนมาก รวมทั้งถนนสายดังกล่าว ยังทำให้สัตว์ป่าต้องล้มตายระหว่างอพยพข้ามถนน ปัญหานี้ได้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปลายปี 2548 โดยรัฐบาลไทยยังไม่มีมาตรการปัญหาที่เกิดขึ้น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหวยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวน 67 ชนิด นก 355 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 77 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 29 ชนิด และสัตว์จำพวกปลาอีก 54 ชนิด โดยมีสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ อาศัยอยู่จำนวน 21 ชนิด และสัตว์ป่าที่ถูกคุกคาม จำนวน 55 ชนิด เช่น นกเป็ดป่า นกยูงไทย นกเงือกคอแดง ลิงภูเขา ชะนีมือขาว หมาใน เก้งหม้อ เนื้อทราย วัวแดง กระทิง ควายป่า เลียงผา ปลาสะตือ และปลากระโห้ เป็นหนึ่งในผืนป่าตะวันตกของไทยที่มีอยู่จำนวน 12 ผืนป่า ซึ่งเรียงรายตั้งแต่อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ในจังหวัดกำแพงเพชร ไปจรดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ในจังหวัดกาญจนบุรี การได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร เกิดขึ้นจากแนวคิดของนายสืบ นาคะเสถียร เมื่อครั้งเป็นหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง โดยความพยายามเป็นผลสำเร็จเมื่อปี 2534 แต่ สืบ ไม่ได้มีชีวิตอยู่ร่วมเฉลิมฉลองแล้ว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2537 ได้ประกาศให้วันที่ 9 ธันวาคมของทุกปี เป็นวัน ห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร เพื่อให้ชาวไทยได้ตะหนักถึงความสำคัญของแหล่งต้นน้ำลำธาร และช่วยกันบำรุงดูแลรักษาผืนป่าแห่งนี้ แต่ผืนป่าห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่ กลับพบปัญหาการลักลอบตัดไม้ ลักลอบล่าสัตว์ การแผ้วถางพื้นที่ และปัญหาไฟป่าทั้งที่เกิดจากธรรมชาติ และน้ำมือของมนุษย์ โดยผู้เกี่ยวข้องยอมรับว่าปัญหาดังกล่าว เกิดกว่าที่หน่วยราชการจะแบกรับไว้ได้โดยลำพัง
แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง ตั้งอยู่ในจังหวัดอุดรธานี คณะกรรมการมรดกโลกได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลก เพราะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ถึงหลักฐานทางอารยธรรมของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ถึง 5,000 ปี โดยการค้นพบเครื่องปั้นดินเผาของแหล่งบ้านเชียง แบ่งออกเป็น 3 ยุค คือ ภาชนะดินเผาสมัยต้น อายุ 5,600-3,000 ปี มีลายเชือกทาบไปบนภาชนะ ภาชนะดินเผาสมัยกลาง อายุ 3,000 ปี-2,300 เริ่มมีการขีดทาสีแดงบนตัวภาชนะ และภาชนะดินเผาสมัยปลาย อายุ 2,300 ปี-1,800 ปี เป็นยุคที่มีลวดลายที่สวยงามที่สุด ลวดลายพิสดาร และเคลือบน้ำโคลนสีแดงขัดมัน ที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ต้องปิดตัวลงมาเป็นเวลากว่า 2 ปี เนื่องจากปัญหาหลายประการ คือปัญหาการขาดแคลนงบประมาณ บุคลากร และปัญหาความชำรุดทรุดโทรม เพราะนับตั้งแต่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก แหล่งโบราณคดีบ้านเชียงไม่เคยได้รับการฟื้นฟูบูรณะอย่างเอาใจใส่ จนเกิดปัญหาน้ำท่วมกัดเซาะหลุมขุดค้นหลายหลุม โดยเฉพาะหลุดขุดค้นวัดโพธิ์ทองใน ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่โครงกระดูก ภาชนะดินเผา เครื่องประดับ เครื่องมือ เครื่องใช้ในยุคสำริดเป็นจำนวนมาก ขณะนี้พิพิธภัณฑ์บ้านเชียง ได้เปิดทำการอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดให้บริการได้ทุกวัน เพราะขาดแคลนงบประมาณในการว่าจ้างบุคลากร ตลอดจนการปิดทำการมาอย่างยาวนาน ทำให้โปรแกรมทัวร์ต่างๆ ไม่ได้จัดมาลงที่บ้านเชียงมาเป็นเวลานานแล้ว
แหล่งมรดกโลกสุโขทัย ศรีสัชนาลัย กำแพงเพชร ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ตั้งแต่ปี 2534 โดยยกย่องให้เป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะ ที่สร้างสรรค์ด้วยความชาญฉลาด และยังเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น พระอัจนะ ภายในมณฑปวัดศรีชุม , เจดีย์ทรงลังกา วัดช้างล้อม หรือจะเป็นโบราณสถานนอกเมือง หรือเขตอรัญญิกของกำแพงเพชร ล้วนแล้วแต่เป็นมรดก อันทรงคุณค่า ที่บรรพบุรุษฝากไว้ให้กับเรา อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เคยเป็นพระนครที่ยิ่งใหญ่ของคนไทย มีโบราณสถานกระจายอยู่ไม่ต่ำกว่า 200 แห่ง ทั้งที่ขุดแต่งบูรณะแล้ว และที่ยังขุดค้นไม่สำเร็จลุล่วง แต่ก็ได้รับความสนใจจากท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ มาเยี่ยมชมอยู่เป็นประจำ แต่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการมรดกโลก ได้ท้วงติงการจัดภูมิทัศน์ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่อาจเป็นการบดบังทัศนียภาพของอุทยานประวัติศาสตร์ เช่น การติดตั้งเสาไฟฟ้ารูปหงส์ ซึ่งราชการได้กระทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
มิพักจะต้องพูดถึงการไม่บำรุงดูแล ไม่เอาใจใส่ แต่ตักตวงเอาแต่ประโยชน์จากการที่โบราณสถานต่างๆ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กระทั่งการเปิดพื้นที่มรดกโลกให้ธุรกิจต่างๆ เข้ามากระทำย่ำยีต่อสถานที่ เช่น การนำกองถ่ายภาพยนตร์ระดับโลก เข้ามาช่วงใช้พื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย โดยความเสียหายที่เกิดขึ้นประมาณค่ามิได้ และผู้อนุญาตย่อมไม่สามารถแก้ไขให้ทุกอย่างคืนคงดังเดิม องค์การยูเนสโก ได้มีมติรับรองศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร หรือจารึกวัดโพธิ์ ขึ้นทะเบียนเป็นเอกสาร มรดกความทรงจำของโลก
วัดพระเชตุพนฯ เดิมชื่อว่า วัดโพธาราม เป็นวัดโบราณที่ราษฎรสร้างมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี มาจนในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงปฎิสังขรณ์วัดโพธาราม โดยรวบรวมช่างฝีมือชั้นครู มาร่วมสร้างงานที่วิจิตรงดงาม บริบูรณ์ด้วยศิลปะอันประณีตทั้งสิ้น และภายหลังวัดนี้ก็ได้ถือว่าเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 1
ส่วนจารึกวัดโพธิ์ สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ที่ต้องการให้พระอารามนี้เป็น มหาวิทยาลัย สำหรับประชาชนทั่วไป พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้นำเอาสรรพศิลปวิทยาการต่างๆ เช่น ตำราการแพทย์ โบราณคดี และวรรณกรรม โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอนทั้งหลายมาจารึกไว้ตามเสาพระระเบียงรอบพระอุโบสถ และศาลารายรอบพระมณฑป วัดพระเชตุพนฯ ยอมรับว่าที่ผ่านมาจารึกวัดโพธิ์ ไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าที่ควร โดยส่วนที่ได้รับการบูรณะ มีการขอรับเงินบริจาคมาจากญาติโยมตามกำลังที่มี ทำให้มีบางส่วนที่ชำรุดเสียหาย และสูญหายไป ไม่ครบสมบูรณ์เหมือนยุคแรก ดังนั้นเมื่อได้รับการยกย่องแล้ว กระทรวงวัฒนธรรมควรเข้ามาช่วยดูแล รวมทั้งปัญหาเรื่องการจัดระเบียบรถโดยสารขนาดใหญ่ที่นำนักท่องเที่ยวจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดปัญหากัดกร่อนด้านมลภาวะ |
| มาชมดูเรือพระราชพิธี | ||
อลังการแห่งนาวา |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||