พิมพ์หน้านี้
|
ความจริงใจ ความผูกพัน และการเรียนรู้ เกิดจากการเดินทางเสมอ ก่อนนั่งล้อมวงกลางลานบ้านกับครอบครัวหนึ่งในชุมชนทุ่งสว่าง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พร้อมอาหารเย็นชุดพิเศษสำหรับมื้อนี้ ที่ประกอบไปด้วยแกงไก่บ้านถ้วยใหญ่ น้ำพริกปลาร้า ผักอีก 3 ชนิดที่ลวกไว้อย่างเรียบร้อย อีกทั้งไข่เจียวจานโต ก่อนอาหารเหล่านี้จะมาวางอยู่ตรงหน้าผมและครอบครัวนี้นั้น ผมเองได้นั่งนิ่งๆอยู่บนศาลาข้างคอกวัวหน้าบ้านเพื่อดูการเคลื่อนไหวในวิถีชีวิตของเขาเหล่านั้น ที่เรียบง่ายและอบอุ่น ในแบบฉบับครอบครัวต่างจังหวัด ภาพวันนั้นผมเห็นแววตาและรอยยิ้มของยายที่นั่งตัดต้นกกอยู่หน้าบ้านเพื่อนำไปสานเป็นเสื่อ ส่วนตากำลังนำวัวหลายสิบตัวกลับเข้าคอก หลังจากไปเลี้ยงที่ทุ่งนาทั้งวัน พ่อกับแม่กำลังขับรถอีแต๋น กลับมาจากไร่มันสำปะหลังและรดน้ำแปลงผักชี ลูกชายคนกลางและเล็ก นั่งเล่นรถบังคับกันสองคนที่ลานดินหน้าบ้านอย่างสนุกสนาน ส่วนพี่ชายคนโตวิ่งไล่จับไก่อยู่หน้าบ้านกับเพื่อนอีกสามคน ด้วยแววตาที่มีความสุขในวัยของเขา และจัดการไก่บ้านตัวดังกล่าวให้เป็นอาหารเย็นมื้อพิเศษเพื่อเลี้ยงต้อนรับพวกเรา และเป็นโอกาสกินอาหารเย็นมื้อพิเศษร่วมกัน ใครหลายคนเรียกร้องอยากเห็น อยากเป็น อยากสัมผัสครอบครัวอบอุ่น ในวิถีชีวิตที่เรียบง่ายดิ้นรนเพียงเพื่อการอยู่รอด โดยไม่แข่งขันและหมุนตามไปกับโลกทุนนิยมในทุกวันนี้ เพียงเพื่อต้องการแค่ความอบอุ่นและการอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าของครอบครัวเล็กๆ การนั่งอยู่ตรงนั้นของผมสัมผัสได้ในทันทีและที่สำคัญหัวใจที่กำลังห่อเหี่ยวของผมก็พองโตขึ้นมา ผมเองก็มีครอบครัวที่นับว่าถ้าอยู่พร้อมหน้าก็คงอบอุ่น แต่นับครั้งได้ที่นั่งทานข้าวร่วมกัน แม้การทำอาหารเย็นร่วมกัน ก็แทบจะไม่มีให้เห็น ซึ่งผมก็เชื่อแน่ว่าหลายคนเองก็เจอความรู้สึกแบบนี้เช่นเดียวกัน เพียงแค่คำว่า ไม่มีเวลา ทำงานหนัก สองคำนี้เองที่หน้าที่เป็นกำแพงทำลายความผูกพันของครอบครัวไป ซึ่งถ้าค้นหาคำนิยามในพจนานุกรมของคำสองคำนี้ คงหาความหมายที่ตายตัวไม่ได้ เพราะความหมายของมันกว้างขวางเกินการจับต้องได้ด้วยเครื่องวัดใดๆทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าใครจะนิยามเอาไว้แค่ไหนตามขอบเขตวิถีชีวิตของตัวเอง หลายครั้งที่ผมเองพยายามนั่งนิยามหาความหมายของคำนั้น เพื่อตรวจสอบความสมดุลของการใช้ชีวิตส่วนตัวและชีวิตการงานในช่วงเวลาที่ผ่านมา แต่โอกาสในการนั่งนิ่ง ๆเพื่อตรวจสอบตัวเองนั้นก็น้อยเต็มที จนหาความสมดุลของชีวิตไม่ได้ เมื่อการงานเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดชีวิตและเป็นตัวกำหนดให้ผมต้องเดินทางออกต่างจังหวัดอยู่ตลอดเวลาเพื่อไปทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศ จนส่งผลให้เราต้องนอนน้อย กินน้อย ขอบตาดำคล้ำเป็นหมีแพนด้า ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แล้วยังต้องนอนวัด นอนบ้านชาวบ้าน นอนในโรงเรียน นอนในที่พัก นอนในรถ ต้องตากแดด เดินไกล ยืนนาน แบกกระเป๋าหนักที่เต็มไปด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์โน็ตบุค สมุดจด หนังสืออ่าน เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว หนำซ้ำต้องคิดๆๆๆๆ พูดๆๆๆๆ ตลอดเวลา และยังต้องแบกพลัง แบกใจที่เกินร้อยไปด้วยทุกครั้ง
แต่ด้วยความจริงใจ ความอบอุ่น ความผูกพัน ที่เกิดจากผู้คนที่ผมเองได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้ อีกทั้งความศรัทธาในตัวชิ้นงานที่กำลังทำอยู่ สิ่งนี้เองที่คอยเป็นสารหล่อลื่นให้หัวใจตัวเองพองโตอยู่ตลอดเวลา และเต็มใจทุกย่างก้าวของทุกเส้นทางที่เดินไป เพราะทุกครั้งที่ผมลงพื้นที่ ผมมักเจอเรื่องเล่าที่มีชีวิต ผ่านวิถีชีวิตของกลุ่มคนที่ได้มีโอกาสไปเรียนรู้ เพื่อถ่ายทอดชีวิตและชุมชนของเขาเหล่านั้นไปในพื้นที่สาธารณะ สร้างการเรียนรู้แก่คนจำนวนมากที่กำลังหาทางออกและวิธีการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนและครอบครัว และนั่นคือการทำงานที่ตรวจสอบความคิด และชีวิตของผมเองเหมือนกัน |