พิมพ์หน้านี้
|
มีการเปิดตัวและที่ตั้งของโรงไฟฟ้าไอพีพีที่จะมีการยื่นซองประมูลในวันที่ 19 ตุลาคม 2550 นี้ ได้ไม่ทันไร บริษัทไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หนึ่งในตัวเก็งที่มีแนวโน้มว่าจะชนะการประมูลครั้งนี้ก็ต้องเจอกับศึกหนักซะแล้ว เมื่อชาวระยองเกือบหมื่นคนออกมากดดันให้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินขนาด 3,200 เมกะวัตต์ ที่พร้อมจะผุดขึ้นทันทีหาก ไออาร์พีซี ชนะการประมูล
นาย ทุกวันนี้แหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียงปนปื้อนไปด้วยถ่านหิน ทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงพืชผักในน้ำต้องตายหมด ชาวบ้านที่ลงไปน้ำ ขึ้นมาก็มีอาการเป็นผื่นคันและอักเสบ ไม้ยืนต้นต่างๆ หากไม่ยืนตายเป็นแถวๆก็มีอาการแคระแก็นไม่โต นายสุธน กล่าวและชี้แจงอีกว่า นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อสุขภาพ ทำให้ชาวบ้านเป็นโรคทางเดินหายใน โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคอื่นๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งดูได้จากจำนวนผู้ป่วยที่โรงพยาบาลสิริกิตต์ ในอำเภอสัตหีบ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่ชาวบ้านส่วนใหญ่นิยมเข้าไปรับการรักษา ทั้งนี้ใน 1 เดือนจะมีผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง และระบบทางเดินหายใจประมาณ 300 คน โดยจำแนกได้ว่าเป็นผู้ป่วยที่มาจากบริเวณเขตอุตสาหกรรมมาบตาพุดถึง 200 คนทีเดียว พวกเราไม่อยากต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ โรงไฟฟ้าของเก่าก็สุดจะทนแล้ว ยังเอาของใหม่มาให้เราอีก ฉะนั้นไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พวกเราจะเดินหน้าคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่ให้ถึงที่สุด นายสุธน กล่าวทิ้งท้าย นาย ด้านนาย เมื่อซูมเข้ามาดูตัวอย่างจาก โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ขนาด 1,434 เมกะวัตต์ ที่ก่อสร้างอยู่บนพื้นที่ถมทะเลของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ข้อมูลจากกรีนพีช ระบุว่า โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพีได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ ซึ่งเป็นสาหตุหลักของภาวะโลกร้อนออกสู่ระบบบรรยากาศถึง 229.4 ล้านตันในช่วง 20 ปีของการดำเนินงานทีเดียว ทั้งนี้ ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในบรรดาเชื้อเพลิงฟอสซิลทั้งหลาย โดยมีสัดส่วนการปล่อยคาร์บอนต่อหน่วยพลังงานมากกว่าน้ำมันร้อยละ 29 และมากกว่าก๊าซร้อยละ 80 และยิ่งเผาไหม้ถ่านหินมากขึ้นเท่าไหร่ สภาพภูมิอากาศของโลกก็จะถูกทำลายสมดุลขึ้นไปมากเท่านั้นด้วย โดยผลกระทบเหล่านี้ พิสูจน์ได้จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ยังคงรุนแรงและเกิดถี่มากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทย จะได้รับผลกระทบมากขึ้นจากสภาวะภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง พายุ และการเกิดปะการังฟอกขาว รวมถึงระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ธารน้ำแข็งซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำจืดของประชากรนับล้าน กำลังละลายอย่างรวดเร็วและหมดไป นี่แค่ตัวอย่างเดียวจาก โรงไฟฟ้าถ่านหินบีแอลซีพี ซึ่งยังมิได้รวมไปถึงมลพิษของนิคมอุตาหกรรมมาบตาพุดในภาพรวมทั้งหมด และถ้ายิ่งมองให้ยาวๆ หากเป็นภาพรวมของนิคมอุตสาหกรรมทั้งประเทศล่ะ ผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นจะมากมายมหาศาลขนาดไหน..
เหตุผลซ้ำซากนานับประการเหล่านี้ ผู้ประกอบการทั้งหลายรวมถึงรัฐบาลอาจจะฟังมาจนเบื่อแล้ว แต่ตราบใดที่ตัวคุณหรือครอบครัวของคุณยังมิได้ประสพกับชะตากรรมเช่นนี้เอง หรือยังไม่ได้เจอกับมหันตภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง คุณก็จะไม่มีวันเข้าใจเหตุผลทั้งหลายของชาวระยองเกือบหมื่นคนได้อย่างแน่นอน
ข้อมูล/อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักข่าวชาวบ้าน www.thaipeoplepress.com |