พิมพ์หน้านี้
|
เดินทอดน่องท่อง..พิมาย...เพียงลำพัง (2)
เดินเรื่อยมา เป้าหมายของผมอยู่ที่สนามแข่งเรือยาวประเพณีพิมาย วันนี้เป็นวันที่สองของการแข่งขัน เดินเรื่อยมาในช่วงเวลาเช้าตรู่ ผู้คนไม่ค่อยมี ร้านค้ายังไม่ค่อยเปิด อากาศหนาวก็พัดมาโดนหน้าผมเป็นระลอก คิดในใจว่าทำไมลมถึงแรงจัง ลมหนาวโชยขนาดนี้เดินเดียวโดยลำพัง ทำให้ใจคิดเตลิดไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ ลำน้ำมูล แม่น้ำสายหลักอีกสายของภาคอีสาน เส้นทางผ่านอำเภอพิมายด้วยเช่นกัน ผมไปยืนรับลมหนาวกลางสะพานข้ามแม่น้ำมูล ลมเย็น สายน้ำไหลเอื่อยๆๆๆ และลู่ร่องน้ำแข่งเรือยาวทอดยาวอยู่ข้างหน้า และดูการซ้อมเรือของทีมเรือมากมายหลากสีกลางลำน้ำ และแล้วอารมณ์เปลี่ยวเที่ยวหาสุนทรียะของผมก็จบลง ไปทำงานได้แล้ว ผมคุยกะตัวเอง เดินหาฝีพายเรือที่มาจากจังหวัดพิจิตร ในทีมครูเบื๊อก (ศิลปะชัย ชูศรี) วันนี้พายเรือชือ่ว่า เทพธรรมรัตน์ซึ่งผมนัดสัมภาษณ์ไว้ พอเจอหน้าครุเบื๊อกความวุ่นวายกับการลงแข่งขัน วันนี้ผมได้มีโอกาสคุยถึงชีวิตจิตใจฝีพายเรือ สัมภาษณ์(คุย)ยาว ๆ ทั้งหมด 3 คน ทั้งครูเบื๊อก (หรือ ดร.เบื๊อก) พี่ลักษณ์(ศิษย์ครูเบื๊อกที่ตอนนี้ไปเป็นโค้ชอยู่ที่อุบลฯ) และน้องนิว ฝีพายหนุ่มจากหนองคาย ขอบคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือกับการสนทนาอย่างดีครับ คุยนาน คุยยาว คุยติด ๆ ขัด ๆ เพราะว่าต้องลงแข่งเรือ พอขึ้นก็เข้าไปคุย พอลงก็นั่งดูแข่งเรือ (พร้อมเชียร์) จนสี่โมงเย็น หมดแรงแล้วครับ
ขออิ่มเอมกับบรรยากาศโดยรอบ กับบรรยกาศการเชียร์เรือ การพายเรือ ทั้งฝีพาย 30, 40 , 55 สนุกดีครับ อากาศดีมาก ๆ ครับ ต่อจากนั้นคว้ากาแฟสดได้หนึ่งแก้วก็เดินต่อไป ยังอุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ค่บัตรเข้าชม 10 บาท ก็เดินๆๆๆๆชมปราสาทหินไปเรื่อย ๆ คนเดียว เคร่งขรึม ตั้งใจ และถ่ายรุปอย่างสนุกสนาน (ดูตามรูปนะครับ) แต่วันนี้คนเยอะและดูเลอะเทอะไปทั่วบริเวณ หาความเงียบสงบไม่เจอเมื่อมีเวที เก้าอี้ ไฟ นั่งร้าน ผู้คน เต็มบริเวณไปหมด เพราะว่า จะมีงานแสดงแสง สี เสียง เกิดขึ้น ค่าบัตรสนนราคาก็ 400 , 200 เลยครับ ผมไมได้ดูหรอก เพราะไม่ค่อยชื่นชอบอะไรเท่าไหร่อยู่แล้ว หกโมงเย็นแล้ว กลับกรุงเทพฯดีกว่า ไปถึงถนนเพื่อรอรถถามว่า รถไปโคราชมากี่โมงครับ พี่ อปพร.ก็บอกว่าเพิ่งไปเมือ่กี้เองน้อง เมือ่ 5 นาทีที่ผ่านมาเอง โอเคไม่เป็นไรนั่งรอ ก็นั่งอยุ่ริมฟุตบาทข้างถนน บริเวณหอนาฬิกา ดูผู้คน ความพลุกพล่านและการทำมหากินของผู้คนในบริเวณ รถปรับอากาศ ชั้น 2 โคราช พิมาย ชุมพวง ก็มาถึง พอกระโดดขึ้นรถในทันที โอ้ โห คนเยอะมากครับ ยืนเรียงแถวกันตามที่ว่าง ทุกซอกทุกมุมก็มีคน เนื่องจกาเป็นรถสองชั้นซึ่งชั้นล่างก็มีที่นั่งล้อมวงกัน ทุกจุดมีแต่ คน ๆๆๆๆ เอ้าทำงัยดี กระเป๋าก็หนัก ผมเลยตัดสินใจเดินลงมาชั้นล่างที่มีการนั่งเก้าอี้ล้อมวงกันนั้น ผมหันซ้ายหันขวา แล้วก้ไปแหวกว่ายกระเป๋าที่วางอยุ่หน้าห้องน้ำและนั่งลงในทันที ผู้คนก็หันมาหัวเราะ และยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ใส่ผม ผมเองก็ไม่สนใจนั่งได้หยิบเงินมา 50 บาท จ่ายค่าตั๋วรถ และคว้าหนังสือพิมพ์มติชนที่ซื้อมาตอนเช้าขึ้นอ่าน และหยิบหนังสือ ต้นทางมะละแม่ง ของพี่องค์ บรรจุน พี่ที่สนิทกันพอสมควร และหนังสือเล่มนี้ก็ได้รางวัลพิเศษรางวัลอมรินทร์อวอร์ด ในปี 2549 อีกด้วย ผมอ่านเกือบจบเล่มแล้วหล่ะ เมื่อมานั่งที่ดีขนาดนี้ หน้าห้องน้ำ กับกองกระเป๋า และไฟที่ส่องลงมาที่หนังสือพอดี ช่างเป้นที่นั่งอ่านได้อย่างดี จบเล่ม ถึงสถานีขนส่งนครราชสีมา แห่งที่ 2 อย่างปลอดภัย และนั่งอย่างมีความสุข กระโดดขึ้นรถปรับอากาศชั้น 1 กับเงินที่จ่ายค่าเดินทาไงป 212 บาท หลับยาวจนถึงหมอชิต เดินทางโดยลำพัง มักค้นพบอะไรที่เรามองไม่เห็นเสมอ ได้งาน ได้ความรู้ที่ดี ได้ประสบการณ์ที่น่าสนใจ -พิมาย เสน่ห์อยุ่แค่มอง- - รอ-
-ประสาทประธาน-
-ปรางค์พรหมทัต- |