วันอังคาร ที่ 18 กันยายน 2550
ลาวดวงเดือน
Posted by
ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ
,
ผู้อ่าน : 337
, 13:11:54 น.
| หมวดหมู่ :
ดนตรีไทย
พิมพ์หน้านี้
|
หลาย ๆ ท่านคงที่จะเคยได้สัมผัสกับสุนทรียรสแห่งความไพเราะซาบซึ้งของเพลงลาวดวงเดือน แต่จะมีสักกี่ท่านที่ทราบว่าประวัติของเพลงเพลงนี้มีความเป็นมาอย่างไร เป็นเพลงของชาติลาวหรือ? ก่อนอื่นก็ขออนุาตอธิบายให้ทราบว่า เหตุใดเพลงไทยจึงมีชื่อของชาติอื่นนำหน้าชื่อเพลง เช่น จีนขิมเล็ก ญวนทอดแห พม่ารำขวาน เขมรไทรโยค มอญดูดาว ลาวดวงเดือน เป็นต้น เพลงต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเพลงที่นักดนตรีและบรมครูทางด้านดนตรีไทยได้ประพันธ์ขึ้น หาได้นำหรือลอกเลียนแบบมาจากชาติอื่นแต่อย่างใด แต่ได้นำสำเนียงเพลงของชาตินั้น ๆ เข้ามา และอาจจะมีการนำเอาเครื่องดนตรีประเภทประกอบจังหวะ คือ กลองชนิดต่าง ๆ เข้ามาประสมด้วย เช่น กลองตุ๊ก กลองยาว ตะโพนมอญ เพื่อให้เกิดความไพเราะและสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น คราวนี้ก็มาเข้าถึงเรื่องของเพลงลาวดวงเดือนสักทีนะครับ ตามประวัติที่ปรากฏนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เสด็จพระราชดำเนินเยือนมิตรประเทศในยุโรปเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.๒๔๔๐ นั้น ได้ทรงพาพระเจ้าลูกยาเธอชั้นที่เป็นเด็กเล็กตามเสด็จไปด้วย และหนึ่งในนั้น ก็มีพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ ซึ่งเป็นพระราชโอรสองค์ที่ ๓๘ ประสูติแต่ เจ้าจอมมารดามรกฎ รวมอยู่ด้วยพระองค์หนึ่ง พระองค์ทรงมีความสนพระทัยในเรื่องของการเพาะปลูกเป็นพิเศษมากกว่าพระเจ้าลูกยาเธอพระองค์อื่น จึงทรงหมายมั่นที่จะให้ทรงเข้าศึกษาเล่าเรียนในวิทยาลัยเกษตรกรรม เวลลิงตัน ฮอลล์ ในมณฑลลิงคอล์นไชร์ ประเทศอังกฤษ พระองค์เจ้าชายเพ็ญฯ ได้เสด็จเข้าเรียนเมื่อทรงมีพระชนมายุเพียง ๑๗ พรรษา ทรงศึกษาเล่าเรียนอยู่สามปีครึ่งก็จบหลักสูตรปริญญาตรี ก็เสด็จกลับพระนครเพื่อเตรียมพระองค์เข้ารับราชการในกระทรวงเกษตราธิการ ในสมัยนั้นถือว่าเป็นพระราชนิยมของในหลวงรัชกาลที่ ๕ ที่จะทรงโปรดฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอที่สำเร็จการศึกษามาจากต่างประเทศได้เสด็จเยี่ยมเยือนราษฎรในหัวเมืองที่สำคัญ ๆ อย่างที่พระองค์ทรงรับสั่งเป็นภาษาอังกฤษว่า to get familiarization ก่อนที่จะทรงโปรดฯ ให้รับราชการในตำแหน่งสำคัญ ๆ ต่อไป สำหรับพระองค์เจ้าชายเพ็ญฯ ทรงเลือกที่จะเสด็จหัวเมืองเหนือโดยไปตั้งหลักอยู่ที่นครเชียงใหม่ก่อน ที่ทรงเลือกเช่นนี้ เพราะพระยานริศราชกิจ ข้าหลวงต่างพระเนตรพระกรรณ ผู้กำกับราชการเมืองเชียงใหม่นั้นเป็นญาติวงศ์ของเจ้าจอมมารดามรกฎ พระองค์เจ้าชายเพ็ญฯ ทรงเสด็จไปเชียงใหม่โดยทางเรือ ตรงกับปีมะโรง พ.ศ.๒๔๔๗ ก็คงจะไม่เป็นที่สงสัยอันใดที่พอเสด็จถึงเชียงใหม่แล้ว จะไม่ทรงได้รับการต้อนรับอย่างเอิกเกริก เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในขณะนั้นได้แก่ เจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์ฯ (เจ้าองค์ที่ ๘ ยุคแห่งกบฏเงี้ยวเมืองแพร่) ก็ได้จัดงานเลี้ยงเพื่อเป็นการถวายการต้อนรับเป็นงานมโหฬารอย่างไม่เคยมีปรากฏในประวัติศาสตร์ของลานนาไทย และหลังจากงานเลี้ยงแล้ว เจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์ฯ ก็โปรดให้มีการแสดงละครให้ได้ทอดพระเนตร ซึ่งผู้แสดงแต่ละคนก็มีหน้าตาสะสวยงดงามยิ่งนัก แต่สำหรับพระองค์เจ้าชายเพ็ญฯ มิได้ทรงสนพระทัยในท่าร่ายรำหรือรูปโฉมอันวิไลของนางรำแต่อย่างใด ก็เพราะระหว่างที่ละครกำลังดำเนินติดต่อกันไปเรื่อย ๆ นั้น สายพระเนตรของพระองค์ทรงทอดไปที่ร่างของสาวน้อยที่กำลังแรกรุ่นจำเริญวัยนางหนึ่ง ซึ่งมาร่วมชมละครด้วยกิริยาท่าทางที่ไร้เดียงสา ทรงทราบต่อมาว่าสาวน้อยผู้นั้น คือ เจ้าชมชื่น ณ เชียงใหม่ เป็นธิดาคนโตวัย ๑๖ ของ เจ้าราชสัมพันธวงศ์ (ธรรมลังกา) และเจ้านางคำย่น พระองค์เจ้าชายเพ็ญฯ ทรงทนรอให้ค่ำคืนนั้นผ่านพ้นไปแทบจะไม่ได้ ทรงรอจนกระทั่งวันรุ่งขึ้น จึงทรงคาดคั้นให้พระยานริศราชกิจนำเสด็จไปยังคุ้มของเจ้าราชสัมพันธวงศ์เพื่อผูกไมตรีกับพ่อของฝ่ายหญิง เจ้านางชมชื่นถูกตามตัวให้ออกมาถวายการต้อนรับพระองค์เจ้าชายเพ็ฯ ตั้งแต่วันนั้นมาพระองค์เจ้าชายเพ็ฯ ก็ทรงเป็นแขกประจำคุ้มและทรงกลายเป็นช่างภาพประจำตัวของเจ้านางชมชื่นไป เรื่องพระเจ้าลูกยาเธอไปทรงผูกสมัครรักใคร่เจ้าหญิงในราชสกุลวงศ์ ณ เชียงใหม่ จะต้องเป็นเรื่องซุบซิบอย่างหนาหู และจะต้องทราบไปถึงเจ้าหลวงและแม่เจ้ามหาเทวีอย่างแน่นอน (เรื่องกำลังเข้มข้นจะเป็นอย่างไรขออนุาตต่อในฉบับหน้านะครับ) : ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ |