• ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worrapojm@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 14291
  • จำนวนผู้โหวต : 18
  • ส่ง msg :
ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ
ดนตรีไทย เอกลักษณ์ มรดกของชาติไทย ที่นับวันจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่อยากให้มองว่าที่ชาติเราอยู่ได้ทุกว้นนี้ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ถูกมองว่าโบราณ คร่ำครึ เหล่านี้หรือ?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/worrapojm
วันอาทิตย์ ที่ 23 กันยายน 2550
ความรู้เรื่องดนตรีไทย (๑)
Posted by ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ , ผู้อ่าน : 895 , 00:40:33 น.   | หมวดหมู่ : ดนตรีไทย  
พิมพ์หน้านี้


สวัสดีครับ ท่านผู้ชม-ผู้อ่านที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน วันนี้ผมจะขออนุญาตเสนอความรู้ในเรื่องของดนตรีไทยนะครับ

                ตามหลักฐานงานค้นคว้าของนักประวัติศาสตร์   ได้เปิดเผยว่า      ในสมัยโบราณชนชาติไทยได้ตั้งถิ่นฐานภูมิลำเนาอยู่ในดินแดนตอนกลางระหว่างลุ่มแม่น้ำฮวงโหและแม่น้ำแยงซี ในประเทศจีนปัจจุบัน แต่ด้วยความกดดันจากชนชาติจีน หรือด้วยความจำเป็นในการทำมาหากิน หรือทั้งสองอย่าง ชนชาวไทยจึงต้องอพยพกระจัดกระจายและถอยร่นลงมาทางใต้      และแยกย้ายกันไปโดยลำดับ    (นักค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ผู้หนึ่งได้เสนอหลักฐานว่า เมื่อระหว่างเวลาก่อนพุทธศักราช ๑๗๑๒ ปี ถึงก่อนพุทธศักราช ๑๖๖๒ กล่าวคือประมาณ ๔๒๑๒ ปีมาแล้ว ปรากฏว่าทางใต้ของประเทศจีนมีอาณาจักรไทย ชื่อ ฉ่องหวู่ (Tsaung-wu) ตั้งอยู่ในท้องที่ซึ่งเป็นมณฑลฮูนาน    กวางตุ้ง  และกวางสี บัดนี้รวมกัน และยืนยันว่าประชาชนพลเมืองแห่งอาณาจักรใต้นี้ เป็นผู้มีความสามารถในศิลปทางดนตรีอย่างเป็นที่น่าสังเกต โดยเฉพาะดนตรีของจีนในปัจจุบันนี้ได้กำเนิดมาจากอาณาจักรใต้นี้เป็นส่วนมาก แม้การค้นคว้าจะไม่แสดงผลเป็นรายการติดต่อกัน แต่ก็ปรากฏว่า ต่อมาเมื่อสมัยราว ๓๐๐๐ ปีมาแล้ว กล่าวคือ ระหว่างราวก่อน พ..๕๐๐ ถึงก่อน พ..๓๐๐ ก็ได้มีอาณาจักรไทยตั้งขึ้นในตอนใต้ของประเทศจีนหลายอาณาจักร เช่น แคว้นลุง  แคว้นปา และแคว้นจก ในมณฑลเสฉวน ทั้งกษัตริย์ผู้ครองแคว้นฌ้อ ในมณฑลฮูเป         ซึ่งปรากฏพระนามตามพงศาวดารจีนว่า ฌ้อปาอ๋อง ครองราชย์เมื่อ     ระหว่าง พ..๓๑๐–๓๔๓ นั้น นักประวัติศาสตร์บางท่านยืนยันว่าเป็นเชื้อชาติไทย) และปรากฏต่อมาว่า ชนชาติไทยและกษัตริย์ไทยได้ตั้งอาณาจักรไทยขึ้นในดินแดนของประเทศจีนตอนใต้อีกหลายแคว้น อาณาจักรไทยที่รู้จักกันดีในประวัติศาสตร์ คือ อาณาจักรน่านเจ้า นอกจากนั้น ยังมีชนชาวไทยอีกหลายพวกอพยพไปทางตะวันตก ก็ไปเป็นไทยอาหม และไทยอัสสัม ในแคว้นอัสสัม    ส่วนพวกที่อพยพลงมาทางตะวันตกเฉียงใต้ ก็มาเป็นพวกไทยน้อย ในแคว้นสิบสองจุไทย   และพวกไทน้อยนี้ต่อมาก็พากันแยกย้ายลงมาตั้งอาณาจักรไทยขึ้นในแหลมอินโดจีนตอนเหนืออีกหลายอาณาจักร มีโยนก หรือลานนา และลานช้าง เป็นต้น เมื่ออาณาจักรน่านเจ้าของไทยถูกรุกรานสิ้นอิสรภาพไปเมื่อ พ..๑๗๙๗ แล้ว ก็ปรากฏมีชนชาติไทยอพยพตามกันลงมาอีก จึงเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ตลอดเวลามานั้น ชนเชื้อชาติไทย พวกที่ยังคงตั้งภูมิลำเนาอยู่  ณ ดินแดนในประเทศจีนตอนใต้ก็ดี พวกที่อพยพลงมาตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองอยู่ในถิ่นต่าง ๆ ก็ดีต่างนิยมความเป็นไทยอันเป็นสัญลักษณ์ของชาติ และมีความสัมพันธ์กัน น้อยหรือมาก ห่างไกลหรือใกล้ชิดตามสายแห่งการคมนาคมตลอดมา เช่น ปรากฏในพงศาวดารลานช้าง ส่อแสดงว่าอาณาจักรไทยเหล่านั้น มีความสัมพันธ์กันทางวัฒนธรรม มีนักดนตรีและละครฟ้อนรำบางพวก ในอาณาจักรไทยในดินแดนเดิมนั้นได้นำเอาศิลปะทางดนตรีละครฟ้อนรำติดตามลงมาเผยแพร่สั่งสอนพวกไทยด้วยกันทางใต้นี้ด้วย และในสมัยเดียวกันนั้น ชนชาวไทยพวกที่อพยพลงมาทางใต้ในแหลมอินโดจีน ก็ได้ตั้งอาณาจักรขึ้นทางใต้   เช่น   สุโขทัย    และอยุธยา   ในปัจจุบันนี้ชนชาติไทยในแหลมอินโดจีนได้รวมเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของตน ตั้งขึ้นเป็นประเทศเอกราช มีรัฐบาลของตนเองปกครองอยู่ ๒ ประเทศ ตั้งอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำโขง คือ ประเทศไทย ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาหรือฝั่งตะวันตก     มีกรุงเทพมหานครเป็นนครหลวง และประเทศลาว ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายหรือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำโขง      มีนครเวียงจันทน์เป็นนครหลวง ทั้งสองประเทศต่างปกครองโดยระบบเสรีประชาธิปไตย มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติของแต่ละประเทศ

                ชนชาติไทยคงจะได้รู้จักประดิษฐ์เครื่องดนตรีขึ้นเอง หรือเลียนแบบอย่างแล้วนำมาประดิษฐ์ขึ้นใช้เป็นของตนเอง มาแต่สมัยโบราณเมื่อครั้งยังตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนของตนในประเทศจีน เพราะปรากฏตามตำนานว่า ไทยเป็นผู้มีนิสัยรักการดนตรีและขับร้องมาแต่โบราณกาล ดังจะเห็นได้จากหลักฐานดังกล่าวมาแล้วข้างต้นว่า ชนชาวไทยมีความสามารถในศิลปทางดนตรี ตั้งแต่สมัยอยู่ในอาณาจักรฉ่องหวู่ ซึ่งนักค้นคว้าทางประวัติศาสตร์ยืนยันว่า ดนตรีของจีนในปัจจุบันนี้ ได้กำเนิดไปจากอาณาจักรฉ่องหวู่ของไทยหลายอย่าง แต่อย่างไรก็ดีตลอดเวลาที่คนไทยกับคนจีนยังตั้งถิ่นฐานอยู่ใกล้ชิดติดต่อกันเช่นนั้น ก็คงจะแลกเปลี่ยนหรือเอาอย่างกันและกัน ซึ่งไทยเราเองก็คงจะรับเอาเครื่องดนตรีบางชนิดของจีนมาใช้และเอามาเป็นแบบอย่างบ้าง นอกนั้นยังมีเครื่องดนตรีอีกหลายชนิด ซึ่งเข้าใจว่า เป็นของชนชาติไทยประดิษฐ์ขึ้นใช้กันอยู่ก่อนที่จะลงมาพบวัฒนธรรมแบบอินเดีย ซึ่งแพร่หลายอยู่ในท้องที่ตอนใต้ของแหลมอินโดจีนก่อนที่ชนชาวไทยจะอพยพลงมา จะสังเกตให้เห็นว่า เครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทย      บัญญัติชื่อขึ้นเรียกตามเสียงด้วยคำโดดในภาษาไทย (ไม่มีคำควบ  คำคู่  คำแผลง หรือคำต่างประเทศเข้ามาปะปน) เช่น เกราะ, กรับ, ฉาบ, ฉิ่ง, ปี่, ขลุ่ย, เพี้ยะ, ซอ, ฆ้อง และกลอง เป็นต้น ต่อมาเมื่อรู้จักประดิษฐ์เครื่องดนตรีให้ก้าวหน้าขึ้น เช่น เอาไม้มาทำอย่างกรับแต่วางเรียงไป และเอาฆ้องหลาย ๆ ใบมาทำเป็นวง จึงบัญญัติชื่อเป็นคำแผลงและคำผสมขึ้นเรียกเครื่องดนตรีเหล่านั้นว่า ระนาด  ฆ้องวง ฯลฯ

                เครื่องดนตรีของไทยแต่เดิมดังกล่าวนั้น ส่วนใหญ่คงจะใช้สำหรับให้สัญญาณนัดหมายและกำหนดเวลา เช่น เกราะ, โกร่ง, ฆ้อง, กลอง และใช้สำหรับการสนุกสนานรื่นเริง เช่น กรับ, ฉาบ, ฉิ่ง, ปี่, ขลุ่ย, เพี้ยะ, ซอ และแคน ส่วนกฎเกณฑ์ในการรวมวงก็คงมีบ้าง แต่คงมิได้วางระเบียบไว้เป็นการแน่นอน คงจะร่วมเล่นกันตามที่จะเห็นว่าไพเราะและสุดแต่สะดวกในการปฏิบัติ ต่อมาเมื่อชนชาวไทยได้อพยพลงมาตั้งถิ่นฐานทางใต้ตลอดจนก่อตั้งอาณาจักรขึ้นในแหลมอินโดจีน และได้มาพบวัฒนธรรมแบบอินเดียหลายอย่าง โดยเฉพาะเครื่องดนตรีของอินเดีย ซึ่งชนชาติมอญเขมรรับไว้แต่ก่อน ชนชาวไทยซึ่งมีนิสัยทางดนตรีอยู่แล้ว จึงรับเอาวัฒนธรรมทางดนตรีแบบอินเดียผสมกับแบบมอญเขมร เข้ามาปะปนคลุกเคล้ากับเครื่องดนตรีเดิมของตน จึงเกิดเครื่องดนตรีชนิดใหม่ ๆ ขึ้นในวงการดนตรีไทยหลายอย่าง เช่น พีณ, สังข์, ปี่ไฉน, บัณเฑาะว์, กระจับปี่, จะเข้ และโทน ทับ เป็นต้น     ดังมีระบุถึงไว้ในหนังสือไตรภูมิพระร่วงและในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย และในกฎมณเฑียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาเมื่อมีความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน และเรานิยมศิลปะทางดนตรีและการละเล่นของเพื่อนบ้านใกล้เคียงเหล่านั้น ไทยเราจึงนำเอาเพลงขับร้องที่เรียกว่า “เพลงภาษา” และนำเอาทั้งเครื่องดนตรีบางอย่างของเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาเล่นในวงดนตรีของไทยด้วย เช่น กลองแขกของชวา, กลองมลายูของมลายู, เปิงมางของมอญ, และกลองยาวของไทยใหญ่ซึ่งพม่านำมาใช้ ทั้งได้หวนกลับไปนำเอาเครื่องดนตรีของจีนมาเล่นผสมวงด้วย เช่น ขิม  ม้าล่อ และกลองจีน เป็นต้น ต่อมาเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับชาวประเทศตะวันตกและอเมริกา    ก็ได้นำเอากลองฝรั่งมาใช้บรรเลงร่วมวง       เช่นที่เรียกกันว่า กลอง (อเ) มริกัน ตลอดจนเครื่องดนตรีฝรั่งอื่นๆ มีไวโอลิน และออร์แกน เป็นต้น

                เมื่อพิจารณาตามชื่อของเครื่องดนตรีที่กล่าวมา พอจะกำหนดได้ว่าเครื่องดนตรีชนิดที่เป็นสมบัติโบราณของไทยแต่เดิมมา เราบัญญัติชื่อตามเสียงด้วยคำโดดในภาษาไทย แล้วต่อมาขนานชื่อตามรูปร่างลักษณะบ้าง ตามแบบแผนที่ใช้ประกอบการเล่นบ้าง ตามตำนานที่ได้มาจากของชาติอื่นและตามชื่อที่เรียกกันอยู่ก่อนในภาษาเดิมบ้าง ดังจะเห็นได้จากชื่อของเครื่องดนตรีบางชนิดต่อไปนี้ :-

     . ชื่อตามเสียง                                        เช่น    โกร่ง, กรับ, ฉาบ, ฉิ่ง, ปี่, ขลุ่ย ฯลฯ

     . ชื่อตามรูปร่างลักษณะ                       เช่น    ซอสามสาย, จะเข้, กลองยาว, สองหน้า ฯลฯ

     . ชื่อตามประกอบการละเล่น                เช่น    ฆ้องระเบง, กลองชาตรี ฯลฯ

     . ชื่อตามตำนาน                                    เช่น    กลองแขก, ปี่ชวา, กลองมลายู, กลอง (อเ) มริกัน ฯลฯ

     . ชื่อตามภาษาเดิม                                เช่น    พีณ, สังข์, ปี่ไฉน, บัณเฑาะว์ ฯลฯ

 

ปล. ในเรื่องความรู้เกี่ยวกับดนตรีไทยยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ โอกาสหน้าผมจะมาลงให้ท่านได้รับทราบกันอีกครั้ง ขอบคุณมากครับ


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
โกวิทย์และกฤษฎาธาร วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 21.59 น.
http://www.oknation.net/blog/kasembunditcult
โกวิทย์และกฤษฎาธาร

ดีจังเลยความรู้อีกแล้ว
ขอบคุณครับ
ความคิดเห็นที่ 2
คีตพจน์ วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 03.10 น.
http://www.oknation.net/blog/tcmc
ประเทศถิ่นแผ่นดินสยามงาม เลื่องลือนามว่าไทยดีหนักหนา                วัฒนธรรมประเพณีแต่เดิมมา สิ่งล้ำค่าเอกลักษณ์ความเป็นไท******************************************************เกิดเป็นไท รักเมืองไทย ใช้เลขไทย  และภาษาไทยให้ถูกต้องนะครับ             เชิญแวะเที่ยวชม blog  ดนตรีไทย  ของคีตพจน์ครับ http://www.oknation.net/blog/tcmc                                                    ขอให้ทุกคนที่ความสุข  สำราญ  รื่นรมย์  โสมนัส  ปรีเปรม ปราโมทย์  ทั่วหน้ากันครับ

แหะ ๆ
แวะมาตามกลิ่นดนตรีไทยอันหอมหวลครับ
แล้วก็ขออนุญาตสมัครเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนนะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 23/09/2007 เวลา : 00.40 น.
http://www.oknation.net/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

แวะมาทักทายค่ะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน