• ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : worrapojm@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-09-17
  • จำนวนเรื่อง : 13
  • จำนวนผู้ชม : 14289
  • จำนวนผู้โหวต : 18
  • ส่ง msg :
ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ
ดนตรีไทย เอกลักษณ์ มรดกของชาติไทย ที่นับวันจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา แต่อยากให้มองว่าที่ชาติเราอยู่ได้ทุกว้นนี้ ไม่ใช่เพราะสิ่งที่ถูกมองว่าโบราณ คร่ำครึ เหล่านี้หรือ?
Permalink : http://www.oknation.net/blog/worrapojm
วันอังคาร ที่ 25 กันยายน 2550
ความรู้เรื่องดนตรีไทย (องค์ประกอบของดนตรีไทย)
Posted by ขุนสมบูรณ์เป่าเสนาะ , ผู้อ่าน : 1919 , 20:20:00 น.   | หมวดหมู่ : ดนตรีไทย  
พิมพ์หน้านี้


          สวัสดีครับ ท่านผู้ชม-ผู้อ่าน ที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน      โอกาสนี้จะขอเสนอความรู้เกี่ยวกับองค์ประกอบของดนตรีไทยนะครับ หวังว่าทุก ๆ ท่านคงยังไม่เบื่อนะครับ แล้วโอกาสหน้าผมจะสรรหาเรื่องของเพลงมาฝากกันนะครับ

องค์ประกอบของดนตรีไทย

                บทเพลงที่ดีจะต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนสมสัดส่วน ทั้งเครื่องดนตรี  บทเพลง  จังหวะ ฯลฯ

เครื่องดนตรีไทย  เครื่องดนตรีไทยสามารถแบ่งได้เป็นตี  เป่า  ดีด และสี  ดังนี้

เครื่องตี  สามารถจำแนกได้ ๒ ลักษณะ  คือ

.   แบ่งตามประเภทของวัสดุที่ใช้ผลิต  คือ

-          ทำจากไม้  ได้แก่  ระนาดเอก  ระนาดทุ้ม  กรับ  เกราะ  โปงลาง ฯลฯ

-          ทำจากโลหะ  ได้แก่  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  ระนาดเอกเหล็ก ระนาดทุ้มเหล็ก  ฉิ่ง  ฉาบ  โหม่ง ฯลฯ

-          ขึงด้วยหนังสัตว์  ได้แก่  กลองชนิดต่าง ๆ

.  แบ่งตามหน้าที่ของการบรรเลง  คือ

-          เครื่องทำทำนอง  ได้แก่  ระนาดเอก  ระนาดทุ้ม  ระนาดเอกเหล็ก  ระนาดทุ้มเหล็ก  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  โปงลาง

-          เครื่องทำจังหวะ  ได้แก่  ฉิ่ง  ฉาบ  กรับ  โหม่ง  กลองชนิดต่าง ๆ

เครื่องเป่า  แบ่งได้ ๒ ประเภท  คือ

.  เครื่องเป่าที่มีลิ้น  ได้แก่  ปี่ใน  ปี่กลาง  ปี่นอก  ปี่ชวา  ปี่มอญ  แคน ฯลฯ

.  เครื่องเป่าที่ไม่มีลิ้น  ได้แก่  ขลุ่ยเพียงออ  ขลุ่ยอู้  ขลุ่ยหลิบ  สังข์ ฯลฯ

เครื่องดีด  ได้แก่  กระจับปี่  จะเข้  พิณเพี้ยะ (เปี้ยะ)  พิณน้ำเต้า  ซึง ฯลฯ

เครื่องสี  ได้แก่  ซอสามสาย  ซอด้วง  ซออู้  สะล้อ  ซอบั้งหรือซอกระบอก ฯลฯ 

วงดนตรีไทย  สามารถแบ่งได้เป็น ๓ ประเภทใหญ่ ๆ คือ

.    วงเครื่องสาย  เป็นวงที่มีเครื่องดีดและเครื่องสีเป็นหลัก

.๑ วงเครื่องสายเครื่องเดี่ยว (เครื่องสายวงเล็ก)  มีเครื่องดนตรี คือ จะเข้  ซอด้วง  ซออู้  ขลุ่ยเพียงออ  ฉิ่ง  โทน  รำมะนา

.๒ วงเครื่องสายเครื่องคู่  มีเครื่องดนตรี คือ จะเข้ ๒ ตัว  ซอด้วง ๒ คัน  ซออู้ ๒ คัน  ขลุ่ยเพียงออ  ขลุ่ยหลิบ  ฉิ่ง  โทน  รำมะนา

.๓ วงเครื่องสายผสม  มีเครื่องดนตรีเหมือนกับวงเครื่องสายวงเล็ก หรือเครื่องคู่ แต่จะนำเครื่องดนตรีอื่นมาบรรเลงร่วม เช่น ถ้านำขิมมาบรรเลงร่วมก็จะเรียกว่าวงเครื่องสายผสมขิม หรือนำออร์แกนมาบรรเลงร่วมก็จะเรียกว่าวงเครื่องสายผสมออร์แกน เป็นต้น

.    วงปี่พาทย์  เป็นวงที่มีเครื่องเป่าและเครื่องเป็นหลัก

         .๑ วงปี่พาทย์เครื่องห้า  มีเครื่องดนตรี คือ ปี่ใน  ระนาดเอกไม้ (มีในสมัยอยุธยา)  ฆ้องวงใหญ่  ฉิ่ง  ตะโพน  กลองทัด

         .๒ วงปี่พาทย์เครื่องคู่  มีเครื่องดนตรี คือ   ปี่ใน  ปี่นอก  ระนาดเอกไม้  ระนาดทุ้มไม้  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็กตะโพน  กลองทัด

         .๓ วงปี่พาทย์เครื่องใหญ่  มีเครื่องดนตรี คือ ปี่ใน  ปี่นอก  ระนาดเอกไม้  ระนาดทุ้มไม้  ระนาดเอกเหล็ก  ระนาดทุ้มเหล็ก  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  ตะโพน  กลองทัด

         .๔ วงปี่พาทย์เสภา  มีเครื่องดนตรี  คือ ปี่ใน  ระนาดเอกไม้  ระนาดทุ้มไม้  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  ฉิ่ง  กลองสองหน้า 

         .๕ วงปี่พาทย์ไม้นวม  มีเครื่องดนตรี คือ ระนาดเอกไม้ (ตีด้วยไม้นวม)  ระนาดทุ้มไม้  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  ขลุ่ยเพียงออ  ซออู้  ฉิ่ง  กลองแขก

         .๖ วงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์  มีเครื่องดนตรี คือ  ระนาดเอกไม้ (ตีด้วยไม้นวม)  ระนาดทุ้มไม้  ระนาดทุ้มเหล็ก  ฆ้องวงใหญ่  ขลุ่ยเพียงออ  ขลุ่ยอู้  ซออู้  ฉิ่ง  ตะโพน  กลองทัด  ฆ้องหุ่ย (มี ๗ ใบ)

         .๗ วงปี่พาทย์นางหงส์  มีเครื่องดนตรี คือ ระนาดเอกไม้  ระนาดทุ้มไม้  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  ปี่ชวา  ฉิ่ง  กลองมลายู  ใช้บรรเลงเฉพาะในงานศพเท่านั้น

.    วงมโหรี  เป็นวงที่มีเครื่องดนตรีครบทุกประเภท

         .๑ วงมโหรีเครื่องเดี่ยว (วงมโหรีวงเล็ก)  มีเครื่องดนตรี คือ ระนาดเอกไม้มโหรี (มีขนาดเล็กกว่าระนาดเอกปี่พาทย์)  ฆ้องกลาง  จะเข้  ซอสามสาย  ซอด้วง  ซออู้  ขลุ่ยเพียงออ  ฉิ่ง  โทน  รำมะนา

         .๒ วงมโหรีเครื่องคู่  มีเครื่องดนตรี คือ ระนาดเอกไม้มโหรี  ระนาดทุ้มไม้มโหรี  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  จะเข้ ๒ ตัว  ซอสามสาย  ซอสามสายหลิบ  ซอด้วง ๒ คัน  ซออู้ ๒ คัน  ขลุ่ยเพียงออ  ขลุ่ยหลิบ  ฉิ่ง  โทน  รำมะนา

         .๓ วงมโหรีเครื่องใหญ่  มีเครื่องดนตรี คือ ระนาดเอกไม้มโหรี  ระนาดทุ้มไม้มโหรี  ระนาดเอกเหล็กมโหรี  ระนาดทุ้มเหล็กมโหรี  ฆ้องวงใหญ่  ฆ้องวงเล็ก  จะเข้ ๒ ตัว  ซอสามสาย  ซอสามสายหลิบ  ซอด้วง ๒ คัน  ซออู้ ๒ คัน  ขลุ่ยเพียงออ  ขลุ่ยหลิบ  ฉิ่ง  โทน  รำมะนา

จังหวะ  แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท คือ

.    จังหวะสามัญ  ใช้ชีพจรกำหนด ใช้เท้าเคาะหรือมือเคาะเอา

.    จังหวะฉิ่ง  ใช้ฉิ่งตีกำกับ บางเพลงก็ตีเสียง ฉิ่ง-ฉับ  บางเพลงก็ตี ฉิ่ง ฉิ่ง ฉับ  บางเพลงก็ตี

ฉิ่ง ฉิ่ง ฉิ่ง หรือ ฉับ ฉับ ฉับ ไปเรื่อย ๆ ต้องสังเกตและจดจำเอา

.    จังหวะหน้าทับ  ซึ่งจะใช้เครื่องหนัง (โทน, ทับ, ตะโพน, กลองแขก ฯลฯ) เข้ามาตีประกอบจังหวะฉิ่ง (ฉาบ กรับ โหม่ง) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ หน้าทับสองไม้ หน้าทับปรบไก่ และหน้าทับพิเศษ เพลงใดจะใช้หน้าทับใดคีตกวีจะเป็นผู้พิจารณากำหนดเอง

เพลงไทย  สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ลักษณะของการใช้

.    เพลงประเภทใช้ดนตรีล้วน ๆ

         .๑ เพลงโหมโรง  หมายถึง เพลงที่ใช้ประโคมเบิกโรงหรือเพลงที่เราเล่นนำก่อนการแสดงจริง ๆ เพื่อบอกให้ชาวบ้านทราบว่าที่นี่เขามีอะไรกัน นอกจากนั้นเป็นการอัญเชิญเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายมาชุมนุมกัน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่งานนั้น

                นอกจากนี้ก็เป็นการโหมโรงเพื่อ

- เป็นการรำลึกถึงครูบาอาจารย์ที่ได้ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ให้

- เป็นการตรวจความเรียบร้อยของเครื่องดนตรีก่อนการแสดง

         .๒ เพลงหน้าพาทย์  ใช้นำประกอบกิริยาของโขนละครเป็นการบรรเลงดนตรีล้วน แบ่งเป็นพาทย์หน้าพาทย์ชั้นสูง  หน้าพาทย์ชั้นกลาง และหน้าพาทย์ธรรมดา และเพลงหน้าพาทย์ยังเป็นเพลงที่ “ใช้สำหรับบรรเลงอัญเชิญพระผู้เป็นเจ้า  ฤาษี  เทวดา  ครูบาอาจารย์ทั้งหลายให้มาร่วมในพิธีไหว้ครูหรือพิธีมงคลต่าง ๆ”

         .๓ เพลงเรื่อง  เป็นเพลงที่ใช้ดนตรีล้วน ๆ อีกประเภทหนึ่ง ซึ่งใช้สำหรับบรรเลงปี่พาทย์เท่านั้น ที่เรียกว่าเพลงเรื่องคือ เอาเพลงหลายเพลงที่มีลักษณะใกล้เคียง มารวมกันเข้าเพื่อให้สามารถบรรเลงติดต่อกันได้เป็นชุด

         .๔ เพลงลูกหมด  เป็นเพลงสั้น ๆ มีจังหวะเร็ว เทียบเท่ากับจังหวะหน้าทับสองไม้ชั้นเดียวหรือครึ่งชั้น สำหรับบรรเลงต่อท้ายเพลงต่าง ๆ เพื่อแสดงว่าจบ (หมด)

         .๕ เพลงออกภาษา  เป็นเพลงชุดเดียวกับเพลงท้ายเครื่องแต่แทนที่จะเอาเพลงไทยภาษาใดภาษาหนึ่งมารวมกันเข้าเป็นชุดละภาษาก็เอาเพลงหลาย ๆ ภาษามารวมกันเข้าเป็นชุด แบบแผนที่โบราณใช้บรรเลงกันมี ๔ ภาษา คือ จีน  เขมร  ตะลุง และพม่า ถ้าจะออกภาษาก็ต้องเล่น ๔ ภาษานี้ก่อน แล้วจึงเลือกภาษาขึ้นมาเรียงลำดับตามความเหมาะสม

.    เพลงประเภทขับร้อง

         .๑ เพลงเถา  คือ เพลงที่บรรเลงตั้งแต่ สามชั้น  สองชั้น ลงมาจนถึงชั้นเดียว เปรียบเหมือนปิ่นโตซึ่งมีอยู่ ๓ ใบเถานั่นเอง เช่น “เพลงนางครวญ (เถาก็หมายความว่า เริ่มบรรเลงตั้งแต่เพลงนางครวญสามชั้น  นางครวญสองชั้น ลงมาจนถึงนางครวญชั้นเดียว ในปัจจุบันนี้คำว่า “เถา” มีความหมายแบ่งตัวมากขึ้นไปอีกคือ อาจมีตั้งแต่สี่ชั้นลงไปจนถึงครึ่งชั้นหรือเสี้ยวชั้น

         .๒ เพลงตับ  เพลงตับนี้โดยมากได้แก่เพลงสองชั้นหลาย ๆ เพลงมาปะติดปะต่อกันเข้าให้เป็นเรื่อง เรื่องหนึ่งเรียกว่า “ตับ” หนึ่ง ทำนองเดียวกับเอาจากมาหลาย ๆ ใบมามัดให้เป็นจากตับหนึ่ง

                เพลงตับนี้มี ๒ ชนิด คือ ตับเรื่องและตับเพลง

         - ตับเรื่อง  คือ ถือเอาเนื้อร้องซึ่งปะติดปะต่อกันให้ได้เรื่องได้ความเป็นตอน ๆ ไปเป็นสำคัญ ส่วนเพลงนั้นจะมีกี่ชนิดกี่หน้าพาทย์ก็ไม่เป็นไร

                - ตับเพลง  หมายถึง การนำเอาเพลงหลายเพลงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันมาเรียบเรียงติดต่อกันให้ถูกหลักเกณฑ์ทางด้านดุริยางคศาสตร์ ส่วนคำร้องนั้นบรรจุได้ตามความพอใจโดยไม่คำนึงถึงเนื้อร้อง

         .๓ เพลงเกร็ด  บรรดาเพลงที่มิได้เรียบเรียงเข้าเป็นชุดต่าง ๆ เช่น เพลงเรื่อง  เพลงตับ  เพลงเถา และอื่น ๆ นั้น เราเรียกว่าเป็น “เพลงเกร็ด”  เพลงชนิดนี้มีไว้สำหรับใช้บรรเลงในเวลาสั้น ๆ คือ บรรเลงเมื่อจะฟังแต่เฉพาะเพลงหรือเฉพาะบทร้องนั้น ๆ เท่านั้น ผิดกับเพลงชุดต่าง ๆ ซึ่งใช้บรรเลงในเวลายาวนาน เป็นการสะดวกที่จะไม่ต้องทำเพลงเดียวกันซ้ำซากหลายเที่ยว แต่เพลงต่าง ๆ ที่อยู่ในชุดนี้ใครจะถอนเอาเพลงใดไปร้องเป็นเพลงเกร็ดก็ไม่มีข้อห้าม 

การขับร้องเพลงไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น ๓ ชนิด  คือ

         . ร้องส่งหรือร้องรับ  คนร้องร้องก่อน แล้วเครื่องรับทีหลังด้วยทำนองเดียวกัน และมีอัตราหน้า

ทับเท่ากัน

         . ร้องคลอ  คนร้องร้องคลอไปกับดนตรี ด้วยทำนองอย่างเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน มักใช้แต่

เพลงประเภท ๒ ชั้นเท่านั้น

         . ร้องลำลอง  คนร้องร้องไปตามทำนองของตน และเครื่องดนตรีตีคลอไปตามทำนองของเครื่อง

เมื่อทำนองทั้งสองมารวมกันเข้าแล้วย่อมก่อให้เกิดความไพเราะเพราะพริ้งเป็นอันมาก

ปล. ดนตรีไทยเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน ต้องเปิดใจรับเสียก่อน จึงจะเห็นความงามนั้นได้อย่างมีความสุข


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
สอนสุพรรณ วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 20.39 น.
http://www.oknation.net/blog/phaen
OK Nature    พื้นที่นำร่อง    ท่องป่าพุเตย   ๕ - ๗ ธ.ค. ๕๑ 

ชอบดนตรีไทยมากครับ พยายามฝึก พยามศึกษา แต่ไม่ไปถึงไหนเลยครับ...

คงไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้กระมังครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 20.35 น.
http://www.oknation.net/blog/vihokpludtin
..ลานคำ..http://www.oknation.net/blog/songforlife...........ดอกไม้สีเลือด http://www.oknation.net/blog/bludflower

ขอบคุณความรู้เรื่องดนตรีไทยมากค่ะ
ที่บ้าน (บล็อค) ของวิหควันนี้ก็มีเรื่อง
ของดนตรีพื้นบ้านทางเหนือ คือ กลองปู่จา
หรือกลองบูชา มาให้อ่าน เชิญแวะไปเยี่ยม
ด้วยนะคะ มาเป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ


ความคิดเห็นที่ 1
บรรณาลัย วันที่ : 25/09/2007 เวลา : 20.30 น.
http://www.oknation.net/blog/yongyoot

อยากเรียนดนตรีไทยแต่ไม่รู้ว่าจะเรียนได้ที่ไหน
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน