พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ ท่านผู้ชม-ผู้อ่าน ที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน ผมคิดว่า หลาย ๆ ท่านคงจะเคยได้ชมภาพยนต์ไทยเรื่องหนึ่ง คือ เรื่อง "โหมโรง" ซึ่งเป็นภาพยนต์ที่สนุก และได้สะท้อนอะไรหลาย ๆ อย่างในสังคมไทยของเรา ยิ่งได้ดาราที่มีความสามารถหลาย ๆ ท่านมารับบทบาทประชันความสามารถกัน ภาพยนต์เรื่องนี้จึงน่าจะเป็นภาพยนต์เรื่องหนึ่งที่อยู่ในใจใครหลาย ๆ คน
โอ - อนุชิต รับบทเป็น "นายศร"
อาระตี รับบทเป็น "แม่โชติ" คู่ชีวิตของนายศร
อ.ปอง ณรงค์ฤทธิ์ โตสง่า นักระนาดเอกทายาทของครูสุพจน์ โตสง่า รับบทเป็น "ขุนอิน"
อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ รับบทเป็น "พันโทวีระ" แต่จะมีสักกี่ท่านที่ทราบว่า ความหมายของคำว่า "โหมโรง" ที่แท้จริงคืออะไร โอกาสนี้ ผมจึงขออนุญาตนำเกร็ดความรู้ในเรื่องของคำว่า "โหมโรง" มาเสนอให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบกันนะครับ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ระบุไว้ว่า เพลงโหมโรง คือ การประโคมดนตรีเบิกโรง ตามความเป็นจริงแล้ว เพลงโหมโรงเป็นเพลงที่ต้องใช้บรรเลงเป็นเพลงแรก ก่อนที่จะมีรายการอื่น ๆ ตามมา ซึ่งมีวัตถุประสงค์ใหญ่ ๆ เป็น ๒ ประการ คือ ประการที่ ๑ เป็นการแสดงความเคารพ และอัญเชิญเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลย ตามความเชื่อถือของนักดนตรีไทยให้ลงมาประชุมอำนวยอวยพร เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้บรรเลงดนตรี รวมทั้งผู้เป็นเจ้าของงานนั้น ๆ ด้วย ประการที่ ๒ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านและบุคคลทั่วไป ได้ทราบว่า บ้านงานนั้น ๆ กำลังมีงานอะไรกัน เช่น ถ้าปี่พาทย์ทำเพลงชุดโหมโรงเย็น ชาวบ้านก็จะรู้ว่า บ้านงานนั้นจะมีพระมาสวดมนต์เย็น หรือถ้าปี่พาทย์ทำเพลงโหมโรงเช้า ชาวบ้านก็จะได้ทราบว่า บ้านงานนั้นจะมีการเลี้ยงพระเช้า เป็นต้น เพลงโหมโรงเย็นนี้ จะประกอบด้วยเพลงต่าง ๆ ๑๓ เพลง ดังต่อไปนี้ คือ ๑. เพลงสาธุการ เป็นการน้อมกายใจแสดงความเคารพต่อพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งปวง ๒. เพลงตระ เป็นการชุมนุมอัญเชิญเทวดา ตามบทสวดที่ขึ้นต้นว่า ...สัคเค กาเมฯ... ซึ่งประกอบด้วยเพลง ตระหญ้าปากคอก ตระปลายพระลักษณ์ ตระมารละม่อม เป็นต้น ๓. เพลงรัวสามลา หมายถึง เป็นการกราบ ๓ ครั้ง นั่นเอง แทนบทถคาถาที่สวดขึ้นว่า ธัมมัสสวนกาโล อยัมภทันตา... ๔. เพลงเข้าม่าน เป็นการแสดงให้ทราบว่า เทพยดาทั้งปวง เข้าไปในพระวิสูตรเพื่อเตรียมองค์ไปสู่มณฑลพิธีตามคำเชิญ นั้น ๆ ๕. เพลงปฐม และ ท้ายปฐม เป็นการบรรเลงเพื่อจัดขบวนเทพยดาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ๖. เพลงลา บรรเลงเพื่อแสดงให้เห็นว่า การจัดขบวนของเทพยดาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ๗. เพลงเสมอและรัว เมื่อเพลงนี้ขึ้น ก็ทำให้ทราบว่า เทพยดาทั้งปวงเสด็จออกจากวิมานเพื่อลงไปสู่มณฑลพิธี ๘. เพลงเชิด หมายถึง ขบวนของเทพยดาและคนธรรพ์เสด็จมา ๙. เพลงกลม หมายถึง การเสด็จมาของพระอิศวร และพระนารายณ์ เป็นต้น ๑๐. เพลงชำนาญ หมายถึง เทพเจ้าผู้สูงศักดิ์ทั้งปวงได้เสด็จมาอำนวยอวยพร ๑๑. เพลงกราวใน หมายถึง เทพเจ้าฝ่ายอสูร เช่น ท้าวกุเวร ท้าวเวสสุวรรณ ได้เสด็จมาอำนวยอวยชัยให้พร เป็นต้น ๑๒. เพลงต้นชุบ หมายถึง การบรรจุอาคมในพิธีนั้น ๆ ๑๓. เพลงลา เป็นการแสดงให้ทราบว่าได้จบสิ้นคำอัญเชิญเทพเจ้าทั้งปวง และทุกท่านได้เสด็จมาพร้อมกันในมณฑลพิธีแล้ว เพลงชุดโหมโรงเย็นนี้ ถือเป็นเพลงระดับเบื้องต้นของผู้เรียนปี่พาทย์ ที่จะต้องฝึกหัดให้คล่องแคล่ว ก่อนที่จะไปหัดเพลงประเภทอื่น นอกจากนั้น เพลงโหมโรง ก็มีเพลงโหมโรงเช้า ที่ประกอบด้วย เพลงชุด ๕ เพลง คือ ๑. เพลงสาธุการ ๒. เพลงเหาะ ๓. เพลงรัวสามลา ๔. เพลงกลม ๕. เพลงชำนาญ เพลงชุดโหมโรง ก่อนที่จะมีพระธรรมเทศนา เป็นการบรรเลงเพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อไปหลังจากเพลงจบชุดนี้แล้ว พระจะเริ่มเทศนาต่อไป ซึ่งประกอบด้วยเพลงชุด ๖ เพลง คือ ๑. เพลงสาธุการ ๒. เพลงกราวใน ๓. เพลงเสมอ ๔. เพลงเชิด ๕. เพลงชุบ ๖. เพลงลา ยังมีโหมโรงอีกหลายประเภท ที่เรียกกันว่า เพลงโหมโรง การแสดงที่จะต้องบรรเลงกัน เช่น เพลงโหมโรงละคร โหมโรงโขน โหมโรงหนังใหญ่ โหมโรงหุ่นกระบอก โหมโรงประกอบการร้องส่ง โหมโรงเสภา และโหมโรงมโหรี เป็นต้น ปล. ขอให้ทุก ๆ ท่านนอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ นะครับ |