พิมพ์หน้านี้
|
บรรยายความตามไท้เสด็จยาตร ยังไทรโยคประพาสพนาสณฑ์ น้องเอย เจ้าไม่เคยเห็น ไม้ไร่หลายพันธุ์คละขึ้นปะปน ที่ชายชลเขาชะโงกเป็นโตรกธาร น้ำพุพุ่งซ่า ไหลมาฉ่าฉาน เห็นตระการ มันไหลจ้อกโครมโครม มันดังจ้อกจ้อก จ้อกจ้อกโครมโครม น้ำใสไหลจนดูหมู่มัตสยา กี่เหล่าหลายว่ายมาก็เห็นโฉม น้องเอย เจ้าไม่เคยเห็น ยินปักษาซ้องเสียงเพียงประโคม เมื่อยามเย็นพยับโพยมร้องเรียกรัง เสียงนกยูงทอง มันร้องโด่งดัง หูเราฟัง มันดังกระโต๊งห่ง มันดังก้อกก้อก ก้อกก้อกกระโต๊งห่ง สวัสดี ท่านผู้ชม-ผู้อ่าน ที่เคารพรักทุก ๆ ท่านครับ จากบทเพลงข้างต้น ทุก ๆ ท่านก็คงจะทราบกันดีนะครับ ว่าเป็นเพลงอะไร ครับ นั่นคือเพลงเขมรไทรโยค พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์
ในวโรกาสที่วันนี้ (๒๗ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๐) เป็นวันครบวันประสูติ ๑๔๔ ปี ของพระองค์ท่าน ผมจึงขออนุญาตนำประวัติของเพลงนี้มาเสนอแด่ทุก ๆ ท่านนะครับ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๓๑ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ได้เสด็จประพาสน้ำตกไทรโยค ณ ตำบลไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนกำหนดวัดเสด็จพระราชดำเนินประมาณเดือนเศษ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ทรงพระนิพนธ์เพลงขึ้นเพลงหนึ่ง โดยอาศัยเค้าโครงของเพลง "เขมรกล่อมลูก" ซึ่งเป็นเพลงอัตราจังหวะสองชั้น ประดิษฐ์ดัดแปลงขึ้นเสียใหม่เป็นเพลงอัตราจังหวะสามชั้น กับได้ทรงพระนิพนธ์บทร้องประกอบ ทรงบรรยายถึงความงดงามของธรรมชาติสองฟากฝั่งลำน้ำไทรโยค แล้วประทานนามว่า "เขมรไทรโยค" ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ ๕ เพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเสด็จประพาสครั้งนั้น จากท่วงทำนองและบทร้องอันไพเราะของเพลง "เขมรไทรโยค" โน้มน้าวใจให้เราหวนนึกถึง ความงามของน้ำตกที่ไหลพุ่งซัดซ่ากระทบกับโขดหิน ก่อนที่จะไหลลดหลั่นลงสู่ท้องธาร กระแสชลนั้นเล่าก็ใสนจนแลเห็นหมู่มัจจานานาพันธุ์แหวกว่ายเคลียเคล้าอยู่ไปมา เบื้องบนสูงขึ้นไปก็ดาษเดียรไปด้วยแมกไม้พฤกษานานาพันธุ์ ในยามเย็นก่อนทิวาวารจะสิ้นสุดลง ดวงอาทิตย์ได้ทอดทิ้งไว้เพียงแสงอ่อน ๆ ทาทาบปุยเมฆที่กระจัดกระจายในท้องฟ้า และแว่วเสียงมวลปักษาเพรียกพร้องกลับสู่รวงรังสลับกับเสียงของนกยูงที่ขานร้องเป็นระยะ ๆ จากยอดไม้ ไม่ไกลจากบริเวณนั้น นี่ก็คือความงามของไทรโยคในบทเพลง ไทรโยคอันเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำสายหนึ่งซึ่งไหลลดเลี้ยวไปตามช่องภูผาลูกแล้วลูกเล่า ไปบรรจบกับลำน้ำสายอื่น จนเป็นแม่น้ำที่กว้างใหญ่ไพศาลออกสู่ทะเลไปในที่สุด เพลงเขมรไทรโยคนี้ ออกบรรเลงเป็นครั้งแรกในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ เมื่อวันจันทร์ เดือน ๑๐ แรม ๔ ค่ำ ปีชวด จุลศักราช ๑๒๖๐ ตรงกับวันที่ ๒๐ กันยายน พ.ศ.๒๔๓๑ เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าหลวง จากข้อเขียนของอาจารย์มนตรี ตราโมท ในหนังสือชุมนุมดนตรีไทยอุดมศึกษา พ.ศ.๒๕๑๖ มีหลักฐานแสดงว่า การบรรเลงครั้งนั้น สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ ได้ทรงปรับปรุงวงดนตรีของยุทธเสนาธิการเป็นแบบวงมโหรี ชนิดมีซอฝรั่ง (ไวโอลิน) ผสมอยู่ด้วย การขับร้องเป็นแบบร้องหมู่หญิง-ชาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักร้องสังกัดอยู่ในวงดนตรีของพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ (ม.ร.ว.หลาน กุญชร) ผู้ร้องต้นบทฝ่ายหญิงมี ๓ คน ชื่อ คล้าย เนิบ และเจริญ (คือหม่อมเจริญ พาทยโกศล) ต้นบทฝ่ายชายได้แก่ ร้อยเอกหลวงวิทยาธิกรศักดิ์ นายบุตร และนายน่วม และยังมีลูกคู่ร้องรับอีกทั้งหญิงชาย ประมาณ ๑๕ คน ปรากฎว่าเป็นที่โปรดปรานของพระพุทธเจ้าหลวงเป็นอย่างมาก
ผมไม่สามารถจะอธิบายว่าเพลงนี้ไพเราะ ซาบซึ้งขนาดไหน อยากให้ท่านทั้งหลายได้มีโอกาสได้ฟังสักครั้ง แล้วลองหลับตานึกภาพจินตนาการตามไปนะครับ ว่าจะเห็นธรรมชาติดั่งในบทร้องของเพลงนี้หรือไม่ เพราะมากน้อยอย่างไร กระซิบบอกมานิดหนึ่งนะครับ โอกาสนี้ขอกล่าวคำว่า สวัสดีครับ ปล. ที่เขียนเรื่องนี้ เพราะว่า ได้ไปอ่านเที่ยวกาญจนบุรีของคุณแมวเหมียว เลยเกิดความรู้สึกว่า ถ้าเอ่ยถึงเมืองกาญฯ ก็ต้องคิดถึงน้ำตกไทรโยค ลองไปอ่านดูนะคัรบ สนุกมาก www.oknation.net/blog/wassanok
|