พิมพ์หน้านี้
|
สวัสดีครับ ท่านผู้ชม-ผู้อ่าน ที่เคารพรักทุก ๆ ท่าน ต้องขอโทษด้วยนะครับ ที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน เนื่องจากติดภาระกิจหลายๆ ประการ ก็เลยเพิ่งจะมีโอกาสนำสาระและความรู้เกี่ยวกับดนตรีมาให้ท่านทั้งหลายได้ทราบกัน
กวีเอกของอังกฤษชื่อ William Shakaspeare ได้กล่าวไว้ในบทละครเรื่อง The Merchant of Venice ในฉากที่ ๑ องค์ที่ ๕ ไว้ดังนี้ "The man that hath no music in himself , nor is not mov'd with concord of sweer sound , is fit for treason , stratagems and spoils , The motions of his spirits are dull as night and his affections dark as erebus. Let no such man be trusted." พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ แปลเป็นภาษาไทย ดังนี้ "ชนใดไม่มีดนตรีการ ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก อีกใครฟังดนตรีไม่เห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ์ หรืออุบายมุ่งร้ายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี และดวงใจย่อมดำสกปรก ราวนรกชนเช่นกล่าวมานี่ ไม่ควรไว้ใจในโลกนี้" ดนตรีเป็นศิลปะที่มวลมนุษย์ยกย่องว่า เป็นยอดแห่งศิลปะทั้งหลาย ศิลปะนี้ใช้เสียงดนตรีหรือเสียงขับร้อง เป็นสื่อทำให้ผู้ที่ได้รับฟังเกิดความรู้สึกสะเทือนใจ หรือเกิดอารมณ์ที่สอดคล้องเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงนั้น ๆ ถ้าจะกล่าวถึงเครื่องดนตรีที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมเป็นที่แน่นอนว่า เครื่องตี จะต้องเกิดขึ้นก่อน เช่น การตบมือ การเคาะเกราะ โกร่ง หรือกระทุ้งกระบอก ต่อมาก็จะเกิดเครื่องเป่า ที่เริ่มจากการผิวปาก เป็นต้น แล้วจะแยกออกไปเป็น เป่าหลอดไม้ เป่าเขา เป่าสังข์ เป่าแตร เป่าขลุ่ย รวมไปจนถึงเป่าใบไม้และเป่าแคน เป็นต้น ส่วนเครื่องดีด แรกทีเดียวจะพบชาวป่าชาวเขา ใช้ไม้กระบอกกรีดผิวนอกออก แล้วเอาไม้ซีกเล็ก ๆ หนุนสายให้ตึง ดีดเป็นเสียงคล้ายจะเข้ เรียกว่า จะเข้ป่า ในพระราชนิพนธ์เรื่องเงาะป่า ทรงบรรยายถึงเครื่องดนตรีของพวกเงาะป่าว่า "จะเข้สองสายทำด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก" มีเครื่องดีดที่เกิดขึ้นอีกหลายชนิด เช่น พิณน้ำเต้า กระจับปี่ ซึง เจ็งของจีนและฮาร์ปของฝรั่ง นับเป็นเครื่องดีดทั้งสิ้น จากเครื่องดีดเหล่านี้ ต่อมาก็จะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเครื่องสีอีกชั้นหนึ่ง จะพบว่า เครื่องดนตรีทุกชนิด ทั้ง ดีด สี ตี เป่า นั้น ย่อมมีเสียงสูงต่ำต่างกันหลาย ๆ เสียง อย่างไรก็ตาม แม้จะมีเสียงต่างกัน ตามหลักของดุริยางคศาสตร์ ถือว่า เสียงดนตรีมีเสียงเรียงเป็นลำดับต่างกันอยู่ ๗ เสียงเท่านั้น ส่วนเสียงที่เกิน ๗ ออกไปนั้น ก็เป็นเสียงซึ่งซ้ำกับเสียงภายใน ๗ เสียงนั่นเอง แต่มีระดับสูงหรือต่างกันเป็นช่องคู่ ๘ คู่ ๑๕ คู่ ๒๒ ฯลฯ หากฟังดูให้ดีก็จะเป็นเสียงที่ซ้ำกันนั่นเอง
ท่านสุนทรภู่ กล่าวสดุดีดนตรีไว้ในเรื่องพระอภัยมณี ว่าดังนี้ อันดนตรีมีคุณทุกอย่างไป ย่อมใช้ได้ดังจินดาค่าบุรินทร์ ถึงมนุษย์ครุฑาเทวาราช จัตุบาทกลางป่าพนาสิน แม้นปี่เราเป่าไปให้ได้ยิน ก็สุดสิ้นโมโหที่โกรธา ให้ใจอ่อนนอนหลับลืมสติ อันลัทธิดนตรีดีหนักหนา ซึ่งสงสัยไม่สิ้นในวิญญาณ์ จงนิทราเถิดจะเป่าให้เจ้าฟัง ปล. ขอให้ทุก ๆ ท่านนอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะครับ
|