|

"เกียร์ออโต้จะประกอบด้วย เกียร์ P ,R,N ,D ,2 ตอนนี้เราพักอยู่ที่เกียร์ N เอาล่ะ เหยียบเบรคไว้ก่อน แล้วเข้าเกียร์ D เพื่อขับรถได้เลย" ก่อนหน้านี้สองชั่วโมง ฉันอยู่ๆ มีอาการอยากจะขับรถขึ้นมาเฉยๆ หลังจากทุกข์ทรมานกับรถเมล์ตีนผี กับค่ารถแท็กซี่ที่ทำเอากระเป๋าตังค์เบาสบาย มาตอนนี้ระริกระรี้ อยากขับรถ ประชดชาวโลกที่ขยาดกับราคาน้ำมันแพง(แต่ตอนนี้ก็ลงมาเยอะแล้วนะ) ไม่รอช้า รีบเสิร์ชหาที่สอนขับรถที่ใกล้ๆ เรื่องราคาไม่สน เพราะคงไม่ทิ้งกันเท่าไหร่ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ ฉันรอไม่ไหวแล้ว เสร็จสรรพเรียบร้อย นัดวันเรียน ไม่ทันได้พูดคุยอะไร ครูสอนก็ชวนขึ้นรถ เพื่อไปเรียนขับแถวหมู่บ้านนึง ฉันรีบออกตัวก่อนว่า ไม่มีพื้นฐานอะไรเลย เป็นผู้โดยสารที่ดีหลังเบาะคนขับมาตลอด ไม่เคยรู้เรื่องการขับรถ หรือเรื่องรถเลย รู้แต่ว่า นั่งรถแล้วต้องมีเสียตังค์เป็นค่าบริการ ครูสอนเหมือนไม่ได้ตั้งใจฟัง หรืออาจจะเบื่อกับความกลัวของลูกศิษย์ที่ต้องเผชิญกับการขับรถ หลังจากครูพาเข้าหมู่บ้านแล้ว ก็ให้เราเปลี่ยนไปนั่งที่ตำแหน่งคนขับ พร้อมกับสอนตามประโยคข้างต้น และความตื่นเต้นก็มาเยือนฉันแบบชุดใหญ่ สิ้นคำครูฝึกให้เข้าเกียร์ แล้วให้ค่อยๆ ปล่อยเบรค ทำเอาฉันใจสั่น เป็นนางระบำหน้าท้อง "ให้ขับเองเลยหรอคะ แบบว่า ยังไม่ได้เตรียมใจมาเลย" ฉันยิงคำถามเพื่อให้ครูฝึกทบทวนในสิ่งที่กำลังจะทำกับฉันอีกครั้ง "ไม่ต้องกลัว เท้าขวาคอยเเตะเบรคไว้ก่อน ยังไม่ต้องเหยียบคันเร่งนะ ปล่อยให้รถไหลไปเรื่อยๆ ครูจะคอยบอกให้ว่าต้องทำงัยต่อ "
กลัวสิ ฉันกลัวแทบตายเลยล่ะ จำได้ว่า สี่ปีก่อนนี้ ฉันเคยมีอาการอยากแบบนี้เลย แล้วจึงชวนพนักงานขับรถที่ออฟฟิศมาสอนขับรถ แรกๆ มันก็ไหลลื่นดี เลี้ยวเข้าซอยโน้น ถอยออกซอยนี้ ฉันมั่นใจในความเก่งของตัวเอง คนสอนก็มั่นใจว่าฉันสามารถขับได้ไม่ต้องปล่อยวิชาอะไรมาก แต่แล้วก็ต้องพลาดให้กับความตื่นเต้นของตัวเอง เมื่อฉันจะแอบรถเข้าทางให้กับรถที่สวนเข้าซอย ปรากฏว่า เมื่อต้องหยุดรถ เท้าฉันดันไปเหยียบคันเร่งเต็มๆ ทำให้เกือบจูบรถป้ายเเดงที่จอดขวางหน้าอยู่ ดีว่า คนสอนดึงเบรกมือไว้ได้ทัน นั่นจึงเป็นการเรียนครั้งแรกที่ต้องเป็นครั้งสุดท้ายไปโดยปริยาย และนั่นเป็นตำนานที่ทำให้ฉันไม่คิดจะขับรถอีกเลย "ค่อยๆ เหยียบคันเร่งหน่อยจ่ะ แต่อย่าลืมกลับมาแตะเบรคไว้อีก" ครูสอนท่าทางเป็นคนใจเย็นมาก จริงๆ เห็นสีหน้าที่ดูตื่นตูมของฉันแล้วน่าจะมีอาการคล้อยตามบ้าง แต่เขากลับไม่สนใจ หรือว่า ลูกศิษย์ทุกคนที่มาเรียนก็มาด้วยสีหน้า(ซีดเผือด)แบบนี้เหมือนกันหมดนะ ฉันคิดขำ ๆ จะว่าไปฉันทอดทิ้งบรรยากาศการเรียน การสอนมานานเป็นสิบปีแล้ว สมัยเด็ก ๆ ฉันไม่ชอบตั้งใจเรียน ติดเล่น หยอกเย้ากับเพื่อนๆ มากกว่า และบางครั้งก็แอนตี้กับการตั้งใจฟังครูที่พูดตามหนังสือ ทั้งที่ฉันอ่านเองก็ได้ ทำไมต้องอ่านให้ฟังอีก ฉันต่อต้านการสอนที่ครูอยากสื่อ ฉันรู้สึกไม่อยากเข้าใจกับสิ่งที่พวกเค้ากำลังยัดเยียดให้ ฉันเบื่อมากที่จะต้องฟังในสิ่งที่ไม่อยากฟัง แต่ชั่วโมงนี้ คงคิดเด็ก ๆ แบบนั้นไม่ได้แล้วล่ะ เพราะถ้าไม่ตั้งใจ ฉันอาจได้รับอันตราย และโดนความกลัวข่มเหงให้ต้องจนตรอกอยู่กับที่ ไม่มีความกล้า ไม่รับผิดชอบต่อความอยาก(ขับรถ)ที่เกิดขึ้น เมื่อเชื่อฟังครู ก็ไม่มีปัญหาอะไรในการขับรถ ครูเองก็ต้องป้องกันตัวเองเหมือนกัน ไม่ให้ฉันโลดโผน และเอารถเขาไปปู้ยี่ปู้ยำกับเสาไฟ มันจึงเป็นเรื่องของความตั้งใจของคนสองคนบนที่นั่งระดับเดียวกัน ที่ทำให้การเรียนรู้ลื่นไหลอย่างมีพัฒนาการ วันแรกของการสอนจึงผ่านไปอย่างง่ายดาย ฉันเริ่มมั่นใจแม้จะขับออกถนนใหญ่ ก็ไม่รู้สึกกลัว ในที่สุดฉันก็ทำสำเร็จ ไม่ใช่ขับรถเป็นแล้วหรอกนะ เพียงแต่ทำลายความกลัวที่เป็นอุปสรรค ต่อการเรียนรู้ของฉันได้แล้ว รถจอดเข้าที่เรียบร้อย แอบหวังนิด ๆ ว่า ครูจะวิจารณ์การเรียนของฉันบ้างว่า มีพัฒนาการเร็ว สูง แต่ความคาดหวังมักมากับความผิดหวังอยู่เสมอๆ ครูกล่าวอำลาด้วยท่าทีเคร่งเครียด "นี่ถ้าครูไม่ได้นั่งด้วย คงเลี้ยวขึ้นฟุตบาทไปแล้ว อีกที่ก็ตอนจะยูเทิร์น เกือบไปชนมอไซค์ที่แซงขึ้นมาแล้ว ต้องดูกระจกให้รอบหน่อยนะ" ที่แท้ความมั่นใจก่อนหน้านี้ เพราะมีครูสอนช่วยบังคับรถให้นี่เอง และความกลัว กับความขี้ขลาดก็มาเยี่ยมเยียนอีกครั้ง แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
|