• konsilaat
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : [email protected]
  • วันที่สร้าง : 2013-07-15
  • จำนวนเรื่อง : 440
  • จำนวนผู้ชม : 1283350
  • ส่ง msg :
  • โหวต 153 คน
บ้านเกศวุฒิ 2
การให้ที่ยิ่งใหญ่ คือ การให้ความรู้
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wut2013
วันจันทร์ ที่ 25 กรกฎาคม 2565
Posted by konsilaat , ผู้อ่าน : 352 , 22:07:11 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปัจจุบันการขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับกลุ่มประเทศทางด้านมหาสมุทรอินเดีย ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าทั้งนำเข้า-ส่งออก ผ่านช่องแคบมะละกา (สิงคโปร์) ซึ่งเป็นเส้นทางที่อ้อมและมีระยะไกล การจราจรทางน้ำคับคั่ง มีความหนาแน่นของปริมาณเรือสูงถึง 1 แสนลำ/ปี และคาดว่าจะเต็มศักยภาพในปี 2467 และในปี 30 ปีข้างหน้าจะหนาแน่นเพิ่มขึ้นอีก 4 เท่าตัว


กระทรวงคมนาคม จึงได้เดินหน้าโครงการแลนด์บริจด์ พัฒนาระบบคมนาคมเชื่อมต่อ 2 ชายฝั่งทะเล อ่าวไทย-อันดามัน บูรณาการรูปแบบการขนส่งเชื่อมโยง 2 ท่าเรือ ได้แก่ ท่าเรือระนองแห่งใหม่ และท่าเรือชุมพร โดยออกแบบให้เป็นท่าเรือที่ทันสมัยหรือ Smart Port ควบคุมการบริหารจัดการด้วยระบบออโตเมชั่น โดยพื้นที่จะมีระดับพื้นที่ลึกประมาร 15 เมตร เพื่อให้เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่สามารถเทียบได้

 

สร้างรถไฟทางคู่ จากท่าเรือชุมพรไปยังท่าเรือระนองแห่งใหม่ ซึ่งมีเส้นทางหลายทางเลือก แต่เส้นทางที่โครงการเลือกศึกษา ได้แก่ 1.สถานีขุนกะทิง จ.ชุมพร 2.สถานีบ้านนา 3.สถานีวังใหม่ 4.สถานีปากจั่น 5.สถานีกระบุรี 6.สถานีบางใหญ่ 7.สถานีละอุ่น 8.สถานีท่าเรือระนอง 9.สถานีระนอง ซึ่งอยู่ในแผนเส้นทางรถไฟยุทธศาสตร์ไทย-จีน ซึ่งหลังจากสินค้า มาลงที่ท่าเรือระนอง ก็สามารถ ขนสินค้า ไปที่ท่าเรือ Colombo หรือ ท่าเรือ มหินทรา ราชปักษา ของศรีลังกา ซึ่งเป็นท่าเรือสำคัญ ของโครงการ (belt and road initiative)


โครงการ Land Bridge จะสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(Motorway) เชื่อมท่าเรือชุมพรไปยังท่าเรือระนองแห่งใหม่ คู่ขนาน ไปกับทางรถไฟ เชื่อมโยง 2 ท่าเรือเข้าหากัน โดยทั้ง 2 ระบบขนส่งจะมีระยะทางใกล้เคียงกันคือประมาณ 120 กิโลเมตร

 

สร้าง-การขนส่งแบบ Pipeline หรือการขนส่งโดยใช้ระบบท่อที่สะดวกในการขนส่งประเภทของเหลวหรือก๊าซ โดยจะสร้างคู่ขนานบนเส้นทางเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องตามแผนบูรณาการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองเชื่อมต่อแนวเส้นทางรถไฟทางคู่ (MR-MAP)ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินของภาคประชาชน


นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานในพิธีลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษา ความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) คาดใช้เวลาศึกษาประมาณ 1 ปี หรือแล้วเสร็จภายในปี 2565 นี้ งบประมาณราว 68 ล้านบาท

 

โดยขอบเขตการศึกษา ประกอบด้วย 1.ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ การเงิน วิศวกรรม สังคม 2.ออกแบบรายละเอียดเบื้องตันและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) 3.จัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ 4.วิเคราะห์จัดทำรูปแบบการพัฒนาและการลงทุน และ 5.สร้างความเข้าใจ พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านตลอดระยะเวลาดำเนินงาน

คาดว่าตลอดทั้งโครงการดังกล่าว จะใช้งบประมาณลงทุนรวมประมาณ 1 แสนล้านบาท โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP สัดส่วนการลงทุนเบื้องต้นจะแบ่งเป็นเอกชนไทย 30% ต่างชาติ 70% ตามที่นายก ฯ ให้กรอบไว้ ตลอดทั้งโครงการคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการภายใน 30 เดือน หลังจากนั้นจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างทั้งหมดพร้อมกัน แล้วเสร็จไม่เกิน 3 ปี

ทั้งนี้ เมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยลดระยะเวลาการขนส่งทางเรือลงได้ถึง 2 วัน และส่งผลให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำของภูมิภาค หรือเป็นทางลัดของเส้นทางการเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ช่วยสร้างโอกาส สร้างงาน รายได้เพิ่มขึ้น และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต 

ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ที่เคยสนับสนุนให้ขุดคลองไทย (คอคอดกระ) แต่เมื่อได้ศึกษาพิจารณากันอย่างรอบครอบแล้วพบว่า ควรเปลี่ยนจากการขุดคลองมาเป็นการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างบูรณาการ เพื่อเชื่อมการติดต่อ รับส่งสินค้าที่รวดเร็วกว่าเดิมยิ่งขึ้น ระหว่างทะเลอันดามัน-ทะเลจีนใต้ อีกทั้งอาจยังสามารถเชื่อมการติดต่อทางราง ขึ้นสู่ประเทศไทย-เมียนมา-สปป.ลาว-และจีนได้สะดวกอีกเช่นกัน เหล่านี้ล้วนแต่จะทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆ ติดตามมาอย่างเป็นรูปธรรม ดีมากๆ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ..

 

 

ขอบคุณ  :  https://www.tnnthailand.com/news/social/72899  , https://www.prachachat.net/breaking-news/news-916074 และhttps://www.youtube.com/watch?v=4AAEMIwik4Y




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน