พิมพ์หน้านี้
|
๒๐ ตุลาคม ๒๕๔๖ แดนแห่งสิบสองปันนา พี่สาว
เรามาถึงเมืองเชียงรุ่งเมื่อเช้านี้ หลังจากเจ้าหน้าที่ของจีนตรวจเช็คคนและสัมภาระเรียบร้อย ฉันและเพื่อนแยกกับทีมจักรยานที่หน้าโรงแรม Sightseeing กลางเมืองเชียงรุ่ง พี่สิงห์คำ* พาเรามายังร้านอาหารไทยของแกชื่อ ชัยชวนชิม และเติมท้องของเราให้อบอุ่นด้วยอาหารรสเผ็ดของพี่ชัย พ่อครัวจากเชียงใหม่ หลังจากนั้นพี่สิงห์คำจึงพาเรามาพักยังโรงแรมเล็กๆ แห่งหนึ่ง คืนละ ๔๐ หยวน/ห้อง** ชื่อ Lu Yuan Hotel โรงแรมอยู่ติดกับโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เสียงของเด็กๆ จึงดังผ่านเข้ามาตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงเที่ยงวัน ซึ่งทางโรงเรียนปล่อยให้เด็กนักเรียนกลับบ้าน และจะเริ่มเรียนอีกครั้งตอนบ่ายสองโมงครึ่งไปจนถึงสี่โมงเย็น ภายในห้องพักมีทั้งโทรทัศน์ แอร์ มีน้ำร้อนในกระติกที่จะนำมาเปลี่ยนทุกๆ เช้า มีชาจีน สบู่ ยาสระผม ยาสีฟัน แปรงสีฟัน หวี รวมถึงรองเท้าสำหรับสวมใส่ในห้องด้วย ฉันขอเริ่มต้นเล่าถึงสองวันในการล่องเรือมาของเรา ให้พี่สาวฟังก่อนก็แล้วกัน
วันเสาร์ที่ ๑๘ ตุลาคม ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงไก่ขานขัน เสียงระฆังกังวานแว่วมาจากโบสถ์ ในความมืดมิดของยามอรุณอันเย็นยะเยือก หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย เราแบกสัมภาระเดินออกจากบ้านพักตอนหกโมงครึ่ง เพื่อไปสมทบกับทีมจักรยานที่หน้าอำเภอเชียงของ และกินอาหารเช้าร่วมกัน อากาศตอนเช้าสดชื่นมาก แสงแดดค่อยๆ สาดลงมาคลายความหนาวเย็นจากค่ำคืนให้กลับกลายอบอุ่น พิธีเปิดงานจักรยานสามแผ่นดินดำเนินไปอย่างเรียบง่าย พร้อมทั้งบรรดาข้าราชการและสื่อมวลชน หลังเสร็จพิธีเปิด ผู้ว่าฯ คนใหม่โบกธงปล่อยตัวจักรยานขณะที่แสงแดดทวีความร้อนแรงมากขึ้น สำหรับวันนั้นทีมเสือภูเขาต้องปั่นจักรยาน ตามถนนเลียบแม่น้ำโขงไปถึงอำเภอเชียงแสน เพื่อนั่งเรือจีนต่อไปยังเมืองเชียงรุ่ง เรือโดยสารออกจากท่าเชียงแสนราวบ่ายโมงครึ่ง ล่องขึ้นไปตามลำน้ำโขง ห่างไกลจากผืนแผ่นดิน ห่างไกลจากบ้านเกิดยิ่งขึ้น ฉันคงต้องเกริ่นถึงเรื่องราวของแม่น้ำโขงให้พี่สาวฟังเสียก่อน เพราะภาพของแม่น้ำสายนี้คงยังห่างไกลจากความรู้สึกนึกคิดของพี่มากนัก แม่น้ำโขงมีต้นกำเนิดจากเทือกเขาบนที่ราบสูงทิเบต มณฑลฉิงไห่ ประเทศจีน ไหลผ่านมณฑลยูนนาน เป็นเส้นพรมแดนอันเคลื่อนไหลของพม่า ไทย - ลาว ก่อนเข้าสู่กัมพูชา เวียดนาม และออกสู่ทะเลจีนใต้ในที่สุด ตลอดความยาว ๔,๙๐๙ กิโลเมตร อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติอันหลากหลาย มีการสำรวจพบพันธุ์ปลาถึง ๑,๒๔๕ ชนิด มากเป็นอันดับสามของโลก รองจากแม่น้ำอะเมซอนในอเมริกาใต้ และแม่น้ำแซร์ในทวีปแอฟริกา*** มีเรื่องเล่าและตำนานมากมาย รวมถึงความเชื่อความศรัทธาที่มีต่อพญานาค มีเรื่องเล่ากันว่า ในบึงหนองแส มีพญานาคสองตนเป็นเพื่อนกัน อาศัยอยู่ทางหัวหนองและท้ายหนอง ทั้งสองให้สัจจะกันว่า ถ้ามีสัตว์ตัวใดตกลงน้ำตรงหัวหนองหรือท้ายหนองก็ดี ทั้งสองจะแบ่งปันสัตว์ตัวนั้นด้วยกัน วันหนึ่งมีช้างตัวหนึ่งตกน้ำตายอยู่ท้ายหนอง พญานาคที่อยู่ท้ายหนองจึงแบ่งเนื้อส่วนหนึ่งให้เพื่อน สองสามวันต่อมามีเม่นตัวหนึ่งตกตายอยู่หัวหนอง พญานาคจึงปันเนื้อส่วนหนึ่งให้เพื่อนท้ายหนองเป็นการตอบแทน พญานาคที่อยู่ท้ายหนองได้ส่วนแบ่งเม่นเพียงน้อยนิด หลังจากได้พบขนเม่นยาวหนึ่งศอกจึงเกิดไม่พอใจ ไปต่อว่าเพื่อนจนเกิดวิวาทต่อสู้กัน ทำให้บึงหนองแสขุ่นเป็นตม สัตว์น้ำล้มตาย พระอินทร์จึงให้ท้าวจตุโลกลงมาขับไล่นาคทั้งสองออกจากหนองแส ตนหนึ่งขุดควักแผ่นดินจนเกิดเป็นแม่น้ำโขง ส่วนอีกตนหนึ่งขุกควักแผ่นดินจนเกิดเป็นแม่น้ำมูน ยังมีตำนานเกี่ยวกับแม่น้ำโขงอีกหลายเรื่อง แต่มีความแตกต่างกันไปในรายละเอียดของแต่ละชาติพันธุ์ ที่เชียงของยังมีตำนานเกี่ยวกับปู่ละหึ่งอีกเรื่องหนึ่ง แล้วฉันจะเล่าให้พี่สาวฟังในโอกาสต่อไปก็แล้วกัน
ยามวันช่างสดกระจ่างเสียจริง ทัศนียภาพแผ่กว้างเบื้องหน้า ค่อยๆ เผยตัวตนออกอย่างไม่สิ้นสุด ไม่ต่างจากเด็กน้อยหลังจากผ่านความหวาดกลัวคนแปลกหน้า เขาจะเริ่มคุ้นเคยและกล้าที่จะเล่นด้วย เสียงเครื่องยนต์คำรามอยู่ตลอดเวลา ฟองคลื่นแตกซ่านแหวกเป็นเกลียวม้วนกลืนหายสู่สองฟากฝั่ง เรือยังคงเคลื่อนไปตามแรงหมุนของใบจักรขนาดยักษ์ของเรือจีน แสงแห่งยามบ่ายค่อยๆ โรยราลง สวยและสงบงาม พี่สาวเชื่อไหมว่า การล่องเรือครั้งนี้ ทำให้ฉันหวนนึกไปถึงการล่องเรือเมื่อครั้งยังเด็ก พี่สาวยังจดจำวัยเด็กของเราได้ไหม วัยเยาว์ที่แสนสวยงามกับเรือลำใหญ่โตของเรา นาวาที่นำพาชีวิตเราล่องลอยออกไปไม่สิ้นสุด การเดินทางอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์ทำให้ฉันนึกถึงศรีฬา**** ตัวละครที่เดินทางลับหายไปในม่านหมอกของความฝัน เช่นเดียวกัน ฉันไม่ได้แตกต่างกับเขาเลย ห่างจากเชียงแสนไม่ไกลนัก เรือล่องผ่านบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ และบ่อนคาสิโนทางกราบซ้ายของเรือ ส่วนฟากฝั่งทางขวาคือประเทศลาว จนกระทั่งเรือมาจอดที่ด่านเมืองมอมของลาว ผู้ช่วยกัปตันเรือนำพาสปอร์ตของเราขึ้นไปประทับตรายังด่าน ห่างออกไปไม่ไกลนักบนฝั่งพม่า หลังคาโบสถ์เรืองรองอยู่ในแสงแดดยามเย็น เป็นวัดศรีดอนเรือง ของพระครูบาบุญชุ่มที่มีคนไทยให้ความเคารพนับถือกันมากมาย บนแผ่นดินสองฟากฝั่งยังมีสภาพของป่าเขาที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ป่าไผ่และเถาเครือไม้รกเรื้อ สลับกับไร่ข้าวออกรวงเหลืองอร่ามไปทั้งม่อนดอย เรายังพอพบเห็นไม้ใหญ่บนแผ่นดินของสองฟากฝั่ง แตกต่างจากฟากฝั่งบนแผ่นดินไทย ซึ่งแทบไม่มีต้นไม้ใหญ่เลย ฉันยังไม่คลายความตื่นเต้นจากภาพที่เห็น ภาพทุกภาพช่างดูแตกต่างกันเหลือเกิน แม้จะอยู่บนแม่น้ำสายเดียวกัน ทว่าภาพของต้นไม้และป่าเขา ภาพของเกาะแก่ง หินผาและหาดทรายขาวเนียน บ้านเรือนสวยงามตามไหล่เขา หรือแม้แต่เรือของคนหาปลา ทำให้ฉันได้มองเห็นภาพในมิติที่แตกต่างกันไป ภาพทุกภาพค่อยๆ เผยตัวเองออกเบื้องหน้า เปิดเปลือยให้เห็นแก่นแท้ของเนื้อใน ครั้นผ่านด่านเมืองมอมได้ไม่นาน เสียงท่วงทำนองเพลงจีนดังกึกก้องออกจากลำโพง สะท้อนสะท้านไปทั่วท้องน้ำและป่าเขาก่อนกลื่นหายไปในยามเย็นอันเงียบสงบ เช่นเดียวกับใบหน้าอันสงบของเฉินเจิ้งหรือกัปตันเรือ สายตาที่จ้องมองไปเบื้องหน้า ระบายยิ้มน้อยๆ เสาะหาร่องน้ำอันคุ้นเคย กี่สิบปีมาแล้วสำหรับการเป็นกัปตันเรือของเขา กี่ร้อยกี่พันเที่ยวกับการล่องเรือขึ้นล่องในแม่น้ำโขง จะมีสักครั้งหรือเปล่านะ ที่เขาทำให้เรืออับปาง พ่ายแพ้แก่ธรรมชาติที่ขวางกั้นอยู่กลางลำน้ำ ฉันได้แต่นึกสงสัย ความมืดโรยตัวอย่างเชื่องช้า ท้องฟ้าค่อยๆ สลัวเลือน เช่นเดียวกับสีอันเข้มข้นของแม่น้ำยิ่งทวีความคล้ำหมอง เกาะแก่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วลำน้ำ ฟองคลื่นแตกขาวและหมุนวน สายน้ำเชี่ยวกราก เรือของเรายังขับเคลื่อนไปบนเกลียวคลื่นอย่างทายท้า ใช่แล้ว มันเป็นการท้าทายในการเดินเรือแต่ละเที่ยวของกัปตัน มิใช่ชัยชนะในบั้นปลายเมื่อพาผู้โดยสารถึงจุดหมายปลายทาง หรือแค่การขนส่งสินค้าขึ้นสู่ฝั่งตามกำหนดเวลา หากทว่า คล้ายกับเป็นการบอกอยู่ลึกๆ เพื่อยืนยันกับตัวเองถึงการดำรงอยู่อย่างมีคุณค่า การเดินเรือแต่ละเที่ยวจึงยังให้เขาได้ตระหนักอยู่เสมอว่า แม่น้ำโขงช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน หลังจากที่เรากินอาหารเย็นบนดาดฟ้าท้ายเรือในแสงสุดท้ายของยามเย็น ความมืดค่อยๆ กลืนกินทุกสรรพสิ่ง ผ้าห่มถูกนำมาแจกจ่ายให้พวกเรา หลายคนรีบนอนพักเอาแรง ในขณะที่หลายคนยังดื่มกินและพูดคุยกันอยู่ โลกภายนอกช่างมืดมิด เรือเดินเครื่องช้าลง ลูกเรือใช้ถ่อหยั่งความตื้นลึกของร่องน้ำด้านหัวเรือ แสงไฟถูกสาดไปยังเกาะแก่งรอบๆ ทุกคนถูกเตือนให้เตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะลูกเรือคนหนึ่งชื่อ อาดี เขาจะคอยเตือนเราอยู่เสมอให้เข้าไปนั่งข้างใน ขณะที่เรือล่องผ่านร่องน้ำตื้น ฉับพลันทันใดนั้น เสียงท้องเรือครูดไปกับแก่งหินใต้น้ำ ทำให้เรือสะท้านสะเทือนโคลงเคลงไปทั้งลำราวจะพลิกโลกคว่ำ แต่ก็ผ่านมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อเหตุการณ์กลับคืนสู่ปกติ อาดีเดินมานั่งลงข้างเรา เขาช่วยสอนเราออกเสียงพูดในภาษาจีน ท้องฟ้าอันมืดสนิทกลางป่าเขาขับเน้นให้ดวงดาวสวยงาม ความหนาวเย็นของอากาศยิ่งขับให้ค่ำคืนงดงาม เรือยังคงแล่นฝ่าเกาะแก่งและป่าหินที่วางอยู่ในความมืดมนของแม่น้ำ สวยงามและน่าคร้ามเกรง * เจ้าของร้านอาหารไทย ชัยชวนชิม เลขที่๑๙๓ ถนนบ้านถี่น หมู่บ้านเชียงล้าน ** ค่าเงินจีน ๑ หยวน เท่ากับ ๕.๐๐ บาท *** ตัวละครในนวนิยายเรื่อง เงาจันทร์บนแผ่นน้ำ |
| สายน้ำความทรงจำ 2 | ||
เรื่องเล่า คนดินทาง ความทรงจำ |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||