พิมพ์หน้านี้
|
๒๑ ตุลาคม ๒๕๔๖ เมืองเชียงรุ่ง พี่สาว
ฝนตกลงมาแต่เช้า ถนนชื้นแฉะและเจิ่งนอง อากาศเบื้องนอกเย็นชื้น เสียงแตรรถยนต์ซึ่งดังอยู่ตลอดเช้าเพิ่งเงียบลงได้เพียงหนึ่งนาที โลกยามนี้ช่างเงียบและสงบงามเหลือเกิน วันนี้เราตื่นขึ้นมาไม่ทันไปส่งทีมจักรยานที่จะออกเดินทางจากเชียงรุ่ง มุ่งสู่ชายแดนจีน ลาว ทางบ่อหาน - บ่อเตน ทีมจักรยานออกสตาร์ทที่ร้านอาหารชัยชวนชิม ตอนแปดโมงเช้าของจีน เวลาในประเทศจีนเร็วกว่าเวลาในประเทศไทยหนึ่งชั่วโมง แปดโมงเช้าของจีน จึงเท่ากับเจ็ดโมงเช้าของไทย ทำให้เรายังปรับตัวไม่ทันกับเวลาที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว วันวานเราออกไปเดินเล่นตามถนนสายต่างๆ ในเมืองเชียงรุ่ง ทั้งในย่านชุมชนเก่าของคนไทลื้อบนถนนหมู่บ้านเชียงล้าน ถนนเส้นเดียวกับร้านอาหารชัยชวนชิม มีวัดไทลื้อแห่งหนึ่งชื่อวัดเชียงล้าน กำลังถูกกลืนกินด้วยตึกรามและบ้านเรือนที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ จนความเป็นวัดคลายมนต์อันเงียบขรึมลง จุดเริ่มต้นของเราคือร้านอาหารชัยชวนชิม เดินออกไปทางวงเวียนที่สองนับจากสะพานแขวน เลี้ยวซ้ายเดินมาตามฟุตบาท มีต้นปาล์มและต้นมะพร้าวปลูกเป็นแถวแนวแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่คนเดินถนน มีช่องทางจักรยาน และช่องทางสำหรับรถยนต์แบ่งแยกชัดเจน เราเดินจนมาถึงสวนสาธารณะ มีคนนั่งตกปลาในบึงน้ำ มีร้านขายของที่ระลึก รถเข็นขายอาหารพื้นบ้านของคนไทลื้อ และผู้คนที่มานั่งพักผ่อนหย่อนใจในยามเย็น เราเริ่มต้นเก็บภาพวิถีชีวิตของผู้คน ขณะที่เดินหาซื้อแผนที่ของเมือง จากนั้นเราวนกลับมาทางโรงแรมหอนาฬิกา ผ่านซุ้มประตูบนถนนแมนเกิล แถบนี้ดูเหมือนจะเป็นย่านการค้าของเมือง มีห้างสรรพสินค้า มีร้านขายสินค้าหลากหลายตามแฟชั่น พวกเสื้อผ้า รองเท้า ร้านขายซีดี ร้านขายใบชาและสินค้าจำเป็นของนักท่องเที่ยว เมืองจิงหง หรือ เมืองเชียงรุ่ง นครแห่งรุ่งอรุณ เป็นเมืองหลวงในเขตปกครองตนเองแห่งสิบสองปันนา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง มีพื้นที่เป็นเมืองในหุบเขา เป็นป่าเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์ด้วยพรรณพืชและสัตว์ป่า มีตำนานดั้งเดิมของชาวไทลื้อเล่ากันว่า ในครั้งอดีตกาล เชียงรุ่งเป็นดินแดนแห้งแล้งแสนเข็ญ วันหนึ่งมีช้างป่ามาช่วยค้นหาแม่น้ำล้านช้าง* จนพบ จึงกลายเป็นชัยภูมิในการสถาปนาอาณาจักรเชียงรุ่งอันรุ่งเรือง มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ระบุว่า ชาวไทลื้อดำรงความเป็นชาติมานานกว่า ๒๐๐๐ ปี แต่สถาปนาอาณาจักรขึ้นในช่วงประมาณ ๘๐๐ ปีที่ผ่านมา พงศาวดารไทลื้อเขียนไว้ว่า พญาเจื่อง เป็นเจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งพระองค์แรก สามารถรวบรวมชาวไทลื้อให้เป็นปึกแผ่นแว่นแคว้น แล้วประกาศเป็นอิสระไม่ขึ้นต่ออาณาจักรตาลีฟูของจีน ในราวปี พ.ศ. ๑๗๒๓ เถลิงพระนามเป็นสมเด็จเจ้าหอคำเชียงรุ่ง องค์ที่ ๑ เชียงรุ่งเคยเป็นดินแดนที่มีความสัมพันธ์กับไทยมาช้านาน นับตั้งแต่อาณาจักรล้านนา ในสมัยพระเจ้ากาวิละแห่งเชียงใหม่ ได้กวาดต้อนผู้คนไทลื้อในสิบสองปันนามาตั้งรกรากอยู่ในล้านนา ซึ่งมีเจ้าหม่อมคำลือ เป็นเจ้าแผ่นดินองค์สุดท้ายของสิบสองปันนา (๑๙๔๔ - ๑๙๕๐) ก่อนถูกกองทัพแดงของจีนบุกเข้ายึดครอง ปัจจุบันเมืองเชียงรุ่ง เต็มไปด้วยคนจีนเข้ามาทำธุรกิจค้าขายกันมากมาย มีห้างร้าน ตึกแถว โรงแรมหลายแห่งของคนจีน เข้ามาเช่าพื้นที่จากคนไทลื้อ ตามเงื่อนไขของสัญญาซึ่งมีอายุ ๔๐ ปี โดยไม่มีสิทธิซื้อขาย นอกจากคนจีนแล้ว ยังมีคนพม่าในเชียงรุ่ง คนพม่าส่วนใหญ่มาเปิดร้านขายเครื่องประดับปะปนอยู่กับร้านค้าของชาวจีน มีอีกสิ่งหนึ่งที่พบเห็นได้มากในเมืองเชียงรุ่ง ผู้คนมักจับกลุ่มอยู่ตามโต๊ะหน้าร้านค้าของตน เล่นไพ่ ไพ่นกกระจอก และเซี่ยงฉี** ซึ่งมีลักษณะคล้ายหมากฮอทของไทย เราสามารถพบได้ทุกถนนของเมือง ตามร้านค้าหรือร้านอาหารมักจะมีไพ่หรืออุปกรณ์การเล่นเหล่านี้ตั้งวางไว้ทุกโต๊ะไป ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นเพียงแค่กิจกรรมยามว่าง แต่ทว่าไม่ใช่ เพราะพวกเขาดูจริงจังกับมันมากเกินไป วันนี้เราพบนักท่องเที่ยวไทยอีกสามคน เราจึงตกลงเช่ารถจักรยานออกไปขี่รอบๆ เมือง ฝนโปรยลงมาอยู่ตลอดเวลา ท้องฟ้าหม่นมัว ไม่มีแสงแดด เราขี่รถวนไปรอบๆ จุดแรกตรงสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งเดิม ที่อยู่ในการซ่อมแซม ก่อนวนไปยังสวนสาธารณะ สวนดอกไม้ สวนพฤกษชาติ สวนสัตว์ และหมู่บ้านชาวไทลื้อที่อยู่นอกเมืองออกไป ก่อนวนกลับเข้ามาในเมือง หลังจากเอารถจักรยานกลับมาคืน เราแยกกับคนไทยทั้งสาม มานั่งอ้อยอิ่งอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เยื้องกับโรงแรมที่เราพักชื่อ Mei Mei Café จิบชาช้าๆ ปล่อยให้ยามเย็นค่อยๆ ผ่อนคลายเราลงจากความเมื่อยล้า ในบทเพลงบรรเลงแผ่วเบา ฉันเอง * แม่น้ำโขง ** เป็นเบี้ยไม้กลมๆ เดินบนกระดานตีตารางเหมือนตารางหมากฮอต |
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | เมษายน 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | |||