พิมพ์หน้านี้
|
๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๖ เมืองเชียงรุ่ง พี่สาว
วันนี้เราตื่นสายอีกแล้ว เพราะเมื่อคืนนี้กลับดึกมากไปหน่อย นอนเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องลุกขึ้นมา ตามความเคยชินของฉัน ยามเช้าเริ่มต้นอีกครั้งด้วยความชื้นแฉะของสายฝน นับเป็นวันที่สามแล้วที่ฝนโรยลงมาแต่เช้าก่อนจางหายไป และปล่อยให้ยามวันอึมครึมหม่นมัวด้วยหมู่เมฆบนห้วงฟ้า ฉันเริ่มเคยชินกับภาพบนท้องถนนของเมืองเชียงรุ่งแล้ว ผู้คนเดินผ่านไปมา คนขี่รถจักรยาน รถสามล้อถีบรับจ้าง รถสองล้อใช้พลังงานแบตเตอรี่ ทุกภาพคุ้นชินราวกับที่นี่คือประเทศของเรา พี่สาวคงเข้าใจคำว่าประเทศของเรานะ จริงๆ แล้ว เมืองเชียงรุ่งก็เหมือนกับประเทศของเรา ประเทศที่ไม่มีการแบ่งแยก เป็นประเทศของมวลมนุษยชาติ ในขณะที่อีกนัยแห่งความจริงมันไม่อาจเป็นเช่นนั้น ผู้ปกครองประเทศต่างๆ คงไม่ยินยอมแน่ เพราะพวกเขาต่างจ้องที่จะแบ่งแยกดินแดนออกจากกัน หรือไม่ก็จ้องที่จะกลืนกินอีกประเทศหนึ่ง การแต่งตัวของผู้หญิงไทลื้อ ส่วนใหญ่ยังนุ่งซิ่น เสื้อลายลูกไม้ในสีสันต่างๆ โดยเฉพาะผู้หญิงที่เลยวัยสาวขึ้นมาหน่อย ในขณะที่สาววัยรุ่นแต่งตัวตามตามแฟชั่นนิยม ขณะผู้ชายแต่งตัวอย่างประณีต รองเท้ามันปลาบ สวมกางเกงแสล็กรีดเรียบ สวมเชิ้ต คลุมทับด้วยชุดสูทเช่นเดียวกับคนจีนทั่วไป แม้แต่คนที่เดินหาบอาหารขาย คนขัดรองเท้า หรือคนถีบสามล้อรับจ้าง เราออกมากินอาหารเช้าที่ร้านชัยชวนชิม คิดวางแผนการเดินทางขึ้นไปทางเหนือ ตอนแรกคิดกันว่าจะนั่งเรือขึ้นไปตามแม่น้ำโขงจนถึงซือเหมา ทว่าในสองสามวันนี้ไม่มีเรือลำไหนขึ้นไปซือเหมาเลย เราจึงเลือกที่จะนั่งรถไป และนึกฝันถึงเส้นทางเลียบแม่น้ำโขงเหมือนที่พี่สิงห์คำเล่าให้ฟัง ในขณะที่หนุ่มไทยทั้งสามคนยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปเที่ยวหลวงพระบาง หรือขึ้นต่อไปที่ลี่เจียงดี เราจึงแยกออกมา เดินมาจนถึงท่าจอดรถสาย ๑ เพื่อนั่งรถไปบ้านกาดทราย หมู่บ้านไทลื้ออีกแห่งหนึ่ง ท่ารถอยู่ตรงสี่แยกถนน JINGDE LU ขณะคนขับรถนั่งเล่นไพ่รอคอยผู้โดยสารที่ทยอยกันขึ้นรถจนเต็ม รถวิ่งไปตามถนน MINHANG LU ออกไปนอกเมืองจนมาถึงบ้านกาดทราย ถนนสายใหญ่ทอดยาวอยู่เบื้องหน้า มองเห็นร่องรอยตัวเมืองที่เริ่มขยายออกเป็นตึกแถวและที่อยู่อาศัยแบบชาวจีน ในขณะที่หมู่บ้านไทลื้ออยู่ลึกเข้าไป ด้านหลังของหมู่บ้านเป็นท้องทุ่งนา เราเดินเที่ยวชมบ้านเรือนสถาปัตยกรรมตามแบบไทลื้อ เรือนไม้เสาสูง หลังคาหน้าจั่วสูงคลุมต่ำ แป้นเกล็ดแผ่นบางปรกคลุมด้วยตะไคร้น้ำเขียวครึ้ม วัดไทลื้อตั้งอยู่ในความเงียบสงบ หลังคาโบสถ์และประตูแกะสลักด้วยลายโบราณ มีบ่อน้ำอยู่ด้านหน้าซุ้มประตูวัด ออกจากหมู่บ้าน เราแวะมานั่งพักที่ร้านเหล้าเล็กๆ เพื่อหาน้ำดื่ม ร้านนี้เป็นของสามหนุ่มพี่น้องชาวไทลื้อ ร้านเพิ่งเปิดได้สองวัน และยังไม่ได้ตั้งชื่อร้าน พวกเขาพูดคุยกับเราอย่างมีไมตรีจิต ออกจากกาดทราย เรามานั่งละเลียดกาแฟอยู่ที่ร้าน Mei Mei Café อีกครั้ง แสงแดดยามเย็นสาดลงมาอย่างนุ่มนวล สายลมหอบไอเย็นแผ่วเบาราวกับต้องการช่วยผ่อนคลายบางสิ่งบางอย่างในชีวิตของผู้คน ช่วงเวลาในชีวิตประจำวันอันแสนเหนื่อยค่อยๆ ยุติลง ปล่อยให้สายลมของยามเย็นช่วยปลอบประโลมจิตใจให้ฟื้นตื่น พละกำลังกลับคืนมาอีกครั้ง เพื่อผ่านค่ำคืนไปให้ถึงรุ่งเช้า หลายคราด้วยกันที่ฉันปรารถนาที่จะหยุดตัวเองไว้ในห้วงยามนี้ให้ยาวนาน ปล่อยให้สรรพสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวไปตามครรลองของมัน ปล่อยให้ตัวตนรำงับ สงบ สนิทนิ่งอยู่กับที่ ไม่ต่างจากก้อนหินริมทาง หรือ ดอกหญ้าในท้องทุ่ง เมืองเชียงรุ่งยังคงดำเนินต่อไปจวบจนค่ำมืดดึกดื่น ความเป็นเมืองขับให้ผู้คนเริงเล่นไปกับแสงสีอันสวยงาม และความหม่นมัวสลัวรางของเมืองใหม่ ในขณะที่อาชญากรรมกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน เมืองผลักดันให้ผู้คนมีชีวิตอยู่เยี่ยงนี้ และเช่นเดียวกัน ผู้คนผลักดันให้เมืองมีสภาพไม่แตกต่างกัน ผู้คนและเมืองจึงต่างเริงเล่นอยู่ด้วยกันในยามราตรีอันแฝงเร้น แสงแดดโรยลับขอบฟ้า ยามเย็นเคลื่อนคล้อยอย่างอ้อยส้อยอาลัย ความมืดโรยตัวอย่างเชื่องช้า ค่ำคืนมาเยือนอีกคราครั้ง รัก จากน้องชาย |
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | พฤษภาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | ||||
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |