• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5358
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันอังคาร ที่ 27 พฤษภาคม 2551
เพราะความรักของสายลมฯ (6)
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 129 , 10:15:21 น.   | หมวดหมู่ : เพราะความรักของสายลม ต้นหญ้าจึงสั่นไหว  
พิมพ์หน้านี้


                      

๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๖

สถานีรถประจำทางเมืองหลินชาง

พี่สาว

 

นอกจากรถเที่ยวเช้าแล้ว มีเพียงรถนอนเที่ยวห้าโมงเย็นเท่านั้นที่จะพาเราเดินทางต่อไปต้าหลี่ การเดินทางของเราจึงล่าช้าลงอีกวันหนึ่ง เพราะตอนเช้านพมีอาการไข้ และเราไม่รู้ว่าจะไม่มีรถต่อไปต้าหลี่ในตอนกลางวัน สุดท้ายเราเลือกที่จะไปรถเที่ยวเย็น เพราะไม่แน่ใจว่าต้องเสียเวลาอีกมากแค่ไหนหากจะนั่งรถสายสั้นๆ ไปตามเมืองต่างๆ

                เราจึงมีเวลาว่างอีกหลายชั่วโมงกว่ารถจะออก ได้แต่นั่งมองผู้คนที่มารอคอยการโดยสารเดินผ่านไปมา หรือนั่งอยู่ตามเก้าอี้จับจ้องสายตาไปยังจอโทรทัศน์  ในขณะที่หญิงสาวชาวจีนหลายคนเดินหาลูกค้าไปพักในโรงแรมของตน พวกหล่อนจะเข้ามาทักทายพร้อมเสนอรูปภาพของห้องพักกับคนที่ดูเหมือนนักเดินทางหรือมาจากต่างแดน

                อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็น แสงแดดสาดลงมาด้านหน้า ผู้คนเดินลากขาช้าๆ ราวกับอากาศอันหนาวเย็นทำให้กลไกทำงานไม่มีประสิทธิภาพ

                หลินชางเป็นเมืองใหญ่ที่ค่อนข้างเงียบเหงา ถนนหนทางกว้างขวาง รถยนต์วิ่งผ่านไปมาตลอดเวลา เสียงของเครื่องยนต์จึงทำให้เมืองแห่งนี้ไม่เงียบเหงาเกินไปนัก ทว่าอ้างว้างอย่างประหลาด  ในยามค่ำคืน ชาวเมืองจะออกมาเดินเล่นตามถนนหนทาง หรือนั่งกินอาหารค่ำตามร้านเล็กๆ ริมฟุตบาท

สองวันก่อน หลังเราออกเดินทางจากเชียงรุ่งในตอนเช้า เราซื้อตั๋วคนละ ๒๙.๕ หยวน เพื่อเดินทางไปซือเหมา รถตู้โดยสารขับออกมาทางสะพานแขวน ผ่านด่านเก็บเงินก่อนมุ่งหน้าออกนอกเมือง สองข้างทางประดับประดาด้วยไร่อ้อย นาข้าว แปลงพืชผักและบ้านเรือน ถนนหนทางเริ่มคดเคี้ยวขึ้นไปตามไหล่เขา ลำธารแห้งขอดไหลรินอยู่ในหุบเขาเบื้องล่าง เส้นทางบางช่วงตอนอยู่ในระหว่างก่อสร้างปรับปรุง และมีการขุดเจาะหินภูเขาตลอดทั้งเส้นทาง มองเห็นสิ่งปลูกสร้างและร่องรอยของโครงการก่อสร้างมากมายตามซอกเขา การขุดอุโมงค์รถไฟ โรงโม่หิน สะพานและเส้นทางสายใหม่ การก่อสร้างเหล่านี้ทำให้เรารู้ว่า ประเทศจีนก้าวเข้าสู่การเร่งพัฒนาและพล่าผลาญทรัพยากรอย่างเต็มที่ การผ่าภูเขาออกเป็นลูกๆ การทุบหินเป็นเศษเล็กเศษน้อย จึงไม่น่าแปลกว่า เหตุใดลำธารอันเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำโขงจึงขุ่นข้นด้วยสีปูนแดง ตลอดทั้งยังมีการขุดทรายตามฝั่งน้ำ และการทำเกษตรบนภูเขาหัวโล้น

               

เราจะพบเห็นว่า ในประเทศจีนยังใช้แรงงานคนเป็นส่วนใหญ่ การสร้างถนนหนทาง การทุบหินก้อนใหญ่ๆ มักใช้แรงงานจากคนมากกว่าเครื่องจักร ด้วยเหตุว่าประเทศจีนมีประชากรมาก และมีค่าแรงต่ำ อาจเป็นได้ว่ามันคือ สวัสดิการอย่างหนึ่งเพื่อต้องการให้คนมีงานทำ

ระหว่างเส้นทางเชียงรุ่ง - ซือเหมา มีการปลูกชากันมาก จากม่อนดอยหนึ่งจรดอีกม่อนดอยหนึ่ง ตั้งแต่ไหล่เขาขึ้นไปจนถึงยอดดอย หรือตามลาดเนินต่างๆ ชาที่ปลูกถูกตัดแต่งเป็นพุ่มทรงเตี้ยลดหลั่นลงมาเป็นขั้นบันไดอย่างสวยงาม

                หลังจากผ่านด่านเก็บเงิน มีตำรวจขึ้นมาตรวจบัตรประชาชนและพาสปอร์ตของผู้โดยสาร ก่อนที่เราจะเข้าสู่เมืองซือเหมา

จากซือเหมา เราซื้อตั๋วรถต่อไปหลานชาง หรือล้านช้าง เป็นเขตแดนหนึ่งของสิบสองปันนาเช่นเดียวกับซือเหมา ออกจากซือเหมาได้ประมาณสองชั่วโมง เราผ่านด่านเก็บค่าผ่านทางอีกครั้ง ก่อนแวะเข้าจอดสถานีย่อย เพื่อให้ผู้โดยสารได้เข้าห้องน้ำ แม่ค้ามาเสนอขายน้ำ ข้าวโพด ไข่ต้มและพวกผลไม้ให้กับผู้โดยสาร

เส้นทางจากซือเหมา – หลานชาง มีลำธารเล็กๆ เป็นลำธารสาขาของแม่น้ำโขงไหลลงมาจากหุบเขา มีการดูดทรายขึ้นมาตลอดทั้งลำธาร เราจะพบเห็นเครื่องดูดทรายตามจุดต่าง กองทรายและรถบรรทุกทรายวิ่งผ่านไปมา จนกระทั่งลำธารเริ่มกว้างใหญ่มากขึ้นและไหลไปรวมกับแม่น้ำโขง

ถนนเส้นนี้เลาะเลียบไปตามแม่น้ำโขง ร่มครึ้มด้วยต้นไม้สองข้างทาง มองเห็นฝั่งทรายทอดตัวอยู่ริมน้ำ ประกอบไปด้วยเชิงผา โขดหินขนาดใหญ่ แม่น้ำเปล่งประกายสวยงาม เราพยายามเก็บภาพแม่น้ำโขงช่วงนี้ให้ได้มากที่สุด ก่อนที่รถจะเลี้ยวขึ้นสะพานและปล่อยให้แม่น้ำไหลอยู่ทางเบื้องหลัง ฉันเหลียวกลับไปมองเห็นแม่น้ำโขงไหลแยกและหลอมรวมเข้ากับพี่น้องของมัน

เมื่อแม่น้ำโขงลับหาย รถยังคงพาเราลัดขึ้นสู่เทือกเขาสูงชัน อากาศเย็นเยือก ในขณะที่ด้านล่างเป็นหน้าผาสูงชัน มองเห็นม่อนดอยทอดวางสลับซับซ้อนเบื้องล่าง ด้วยสีสันอันหลากหลายเป็นแผ่นเป็นผืนเล็กๆ มากมายประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้ฉันนึกถึงผ้าห่มอันแสนอุ่นของแม่ที่ปะต่อกันด้วยเศษผ้าเล็กๆ พี่ยังคงจำได้ไหมว่า เราแย่งผ้าห่มผืนใหม่นี้กันมากแค่ไหน จนแม่ต้องทำเพิ่มให้พวกเราคนละผืน

หมอกเข้าปกคลุมยามเย็น เมื่อเรามาถึงเมืองหลานชาง เราลงจากรถอย่างเมื่อยล้า เดินตุหรัดตุเหร่หาที่พัก ในขณะที่ค่ำคืนมาเยือนอย่างรวดเร็ว ความมืดแทรกตัวอยู่ในอากาศเย็นเยือก ตัวเมืองเงียบเหงาและดูแห้งแล้ง เราพยายามมองหาที่พักสักแห่งหนึ่ง แต่ยากเหลือเกินในเมืองที่ใช้แต่ภาษาจีนเพียงอย่างเดียวเช่นนี้ ในมือของฉันมีหนังสือคู่มือการเดินทางภาษาไทย - จีนอยู่เล่มหนึ่ง เที่ยวเดินถามหาโรงแรมจากผู้คนแถวนั้น เด็กหนุ่มคนหนึ่งชี้ไปยังโรงแรมเล็กๆ ทางฝั่งตรงข้าม เรามุ่งตรงไปยังทิศทางนั้น พยายามพูดคุยสื่อสารกับผู้ดูแล แต่แล้วเด็กหนุ่มคนเดิมขี่รถจักรยานตามเรามา เขาพยายามสื่อสารกับเราและช่วยพูดกับคนดูแลโรงแรมให้ พาเราขึ้นไปดูห้อง แต่เราไม่พอใจห้องน้ำรวม เขาจึงพาเราออกมาจากโรงแรม บอกว่าจะพาไปหาที่อื่น เขาเรียกรถแท็กซี่ให้เรา สื่อสารกับคนขับรถ และขี่จักรยานนำเราไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง เขาจ่ายเงินค่าแท็กซี่ให้และไม่ยอมรับเงินค่ารถจากเรา จากนั้นจึงพาเราไปดูห้องจนเราพอใจ

เด็กหนุ่มคนนี้เป็นนักเรียนไฮสคูลปีสาม เขากำลังเรียนภาษาอังกฤษและพูดได้เล็กน้อย แต่เขาก็พูดได้มากกว่าฉันเสียอีก เมื่อเราได้ห้องแล้ว เราขอบคุณเขาและพยายามจะคืนเงินค่ารถให้ แต่เขาไม่ยอมรับ เพื่อนจึงชวนเขามากินอาหารมื้อเย็นด้วยกัน เขาตกลงและนัดเวลาเพื่อให้เราได้อาบน้ำอาบท่าเสียก่อน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเมื่อฉันไปเปิดประตู พบเด็กหนุ่มกับรูมเมดของเขา พวกเขาเอาน้ำผลไม้มาให้เราคนละกระป๋อง พร้อมกับดิกชันนารี จีน-อังกฤษ อีกคนละเล่ม เราจึงออกไปกินอาหารค่ำด้วยกัน

ร้านอาหารอยู่ไกลออกไปไม่มากนัก เราเดินไปตามถนนสวนทางกับชาวเมืองที่ออกมาเดินเล่นยามค่ำคืน ร้านอาหารที่เปิดอยู่ริมฟุตบาท โรงหนังที่ประดับเพียงแสงไฟดวงเล็กๆ เขาช่วยสั่งอาหารให้เรา อาหารทยอยมาจนเต็มโต๊ะ ขณะที่เรากินด้วยความหิวโหย แต่เด็กหนุ่มแทบไม่ได้กินเลย เขาว่ากินมาแล้วก่อนที่จะพบเรา ส่วนเพื่อนของเขาก็กินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

อาหารมื้อนั้นเป็นอาหารที่อร่อยที่สุด ตั้งแต่ฉันเหยียบเมืองจีน และราคายังถูกมากจนเราคาดไม่ถึง เพียง ๒๕ หยวนเท่านั้น มีทั้งปลาราดพริก หมูทอด ผัดผักสองอย่าง และแกงจืดผัก พร้อมเบียร์ล้านช้างอีกขวดหนึ่ง จากนั้นเราจึงพากันกลับมายังห้องพัก เขาถามถึงจุดหมายของเรา พาไปดูตารางรถ และพูดคุยอยู่กับเพื่อนจนดึก ในขณะที่ฉันหลับไปอย่างอ่อนเพลีย   

                ตอนหนึ่งเขาบอกพวกเราว่า เขาเคยไปกรุงเทพฯ คนกรุงทำให้เขารู้สึกได้ว่า คนไทยไม่มีน้ำใจ เมื่อเขาเห็นคนต่างชาติเช่นเราเดือดร้อน มันทำให้เขานึกถึงตัวเองตอนอยู่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเหตุผลให้เขาช่วยเหลือเราทั้งสองคน

 

รุ่งเช้าเราออกเดินทางต่อไปเมืองหลินชางโดยรถบัสเล็ก ไต่ขึ้นไปตามเขตแดนแห่งภูเขาสูงชัน ตามเส้นทาง 214 อันคดเคี้ยวซึ่งปูพื้นด้วยหินก้อนตลอดทั้งเส้นทาง การเดินทางของเราจึงเป็นเหมือนกับการนั่งอยู่บนหลังม้าที่ควบตะบึงไปด้วยความเร็ว

                อาหารเช้าเราได้ตั้วซาเปาคนละลูก ดื่มน้ำเพียงเล็กน้อย ยังมีหม่านโถเหลืออีกคนละลูกในยามบ่าย ทุกครั้งที่เดินทางเราพยายามจะกินให้น้อยเข้าไว้ เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องการเข้าห้องน้ำ เพราะฉันกับนพมักมีปัญหากับห้องน้ำสาธารณะของประเทศนี้ กลิ่นของห้องน้ำอันฉุนกึก รางฉี่แบบไม่มีที่กั้น และห้องสุขาที่ไม่สุขารมย์นัก กั้นเป็นช่องๆ ไม่มีประตูปิด ห้องส้วมของจีนเป็นรางยาวลาดเอียงต่อถึงกัน แต่ละคนจะมาถ่ายทิ้งไว้แล้วก็จากไป โดยไม่มีใครล้างหรือราดน้ำ กองขี้จะทับทับกันเช่นนั้น เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าสู่ประตู กลิ่นอันร้ายกาจก็แทบจะผลักดันให้ฉันต้องรีบออกมา

                ฉันยังอดสงสัยไม่ได้ว่าคนจีนอยู่กันได้อย่างไรกับสภาพเช่นนี้ ต่างจากบ้านเราลิบลับ พี่ก็มักจะเห็นไม่ใช่หรือว่าตามปั๊มน้ำมันในเมืองไทย แข่งขันกันเรื่องห้องน้ำสะอาด โอ่โถงและสะดวกสบาย ทั้งที่ฉันรู้ว่ามันเป็นวัฒนธรรมส่วนหนึ่งของคนที่นี่ และฉันพยายามทำใจยอมรับ เพราะชาวบ้านจะเอาของเสียเหล่านี้ไปใช้แทนปุ๋ยสำหรับรดพืชผัก ผักที่นี่จึงงามและมีรสหวาน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเคยกินจึงหมุนวนและกลับคืนมาสู่เราอีกครั้ง

                อากาศภายนอกชื้นเย็นไปด้วยหมอกและละอองฝน ถนนเปียกชื้น ลมเย็นจากภูเขาโชยลอดช่องหน้าต่าง รถยิ่งไต่ทางสูงชัน หมอกยิ่งหนาแน่นและลงจัด เป็นละอองบางเบาล่องลอยสวยงาม

                                                เส้นทางสายหมอก

                                                ทอดยาว

                             สู่ขุนเขา

                               

รถพาเราผ่านหมู่บ้านต่างๆ ตามเขตภูเขา ชาวบ้านปลูกชา ทำนาขั้นบันได ปลูกพืชผักสวนครัวและพืชไร่ จำพวกอ้อย ข้าวโพด ตามเขตนอกเมืองเช่นนี้ เรายังพบเห็นชาวบ้านใช้วัวใช้ควายไถนากันอยู่ ทุกคนจะทำงานอยู่ในไร่นา ที่นี่ไม่มีการเผาไร่นาเหมือนที่บ้านเรา หลังเก็บเกี่ยวแล้ว เขาจะไถนาหรือขุดเป็นร่องแปลง จากนั้นจะใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกและหว่านเมล็ดพันธุ์พืชผักบางชนิด ชาวบ้านจะใช้ผ้าพลาสติกคลุมและเจาะรูตรงที่จะหยอดเมล็ดพันธุ์

                รถโดยสารมาจอดพักกินข้าวที่เมืองซางชิง เป็นทางผ่านเล็กๆ จนกระทั่งออกเดินทางอีกครั้ง ครั้นมาถึงด่านตรวจก่อนที่จะผ่านไปยังเขตเมืองหลินชาง เราถูกตรวจพาสปอร์ตและถูกเรียกไปลงบันทึกประจำวัน รถโดยสารจอดรอเราอยู่ด้านหน้า ดูเหมือนทุกคนในรถลุ้นเอาใจช่วยเราอยู่ เมื่อเสร็จเรียบร้อย เรากลับมาขึ้นรถ ผู้หญิงคนเก็บค่าโดยสารแบ่งฝรั่งให้พวกเรากิน และพยายามบอกให้เรากินเยอะๆ

                รถมาถึงเมืองหลินชางตอนห้าโมงเย็น เราจึงพักในโรงแรมใกล้สถานีขนส่ง คืนละ ๖๐ หยวน หลินชางเป็นเมืองใหญ่ที่ค่อนข้างเงียบเหงา ราวกับเป็นเมืองที่เตรียมเอาไว้สำหรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่กำลังจะเข้ามา ยามเย็นเราเดินออกมาหาอะไรกิน ผู้คนออกมาเดินเล่นอยู่บนบาทวิถีและกินอาหารค่ำที่ตั้งวางขายอยู่ริมฟุตบาท ส่วนมากเป็นอาหารปิ้งย่าง บะหมี่ และของหวาน

 

เมืองต้าหลี่ไม่ใกล้อย่างที่เราคิดเสียแล้ว เมื่อเรามาซื้อตั๋วรถนอน ค่าโดยสารคนละ ๘๐ หยวน หรือประมาณ ๔๐๐ บาท ภายในสถานีขนส่งอากาศเย็นมาก แสงแดดส่องลงมาไม่ถึง ฉันรู้สึกเหมือนกับปลาที่นอนแข็งชาอยู่ในห้องเย็นไม่ผิดเพี้ยน ฉันได้แต่นั่งจับเจ่า ละลายเวลาไปกับความนึกคิด

                พนักงานในสถานีขนส่งที่นี่ทุกคนมีขวดน้ำชาของตน และคอยยกขึ้นจิบบ่อยๆ คนจีนส่วนใหญ่จะมีขวดน้ำชาพกติดตัวตลอดเวลา ที่ขาดไม่ได้คือกระติกน้ำร้อน ตามสถานีขนส่งจะมีกระติกน้ำร้อนตั้งเอาไว้บริการ ในโรงแรมมักจะมีกระติกน้ำร้อนหรือเครื่องต้มน้ำร้อนพร้อมชาซอง หรือแม้แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่จะเสริฟชาร้อนเป็นอันดับแรก ส่วนตามร้านค้าหรือบ้านเรือน ฉันมักพบเห็นกาน้ำร้อนตั้งอยู่บนเตาเสมอ เพื่อต้มน้ำให้เดือดอยู่ตลอดเวลาและพร้อมจะเติมได้ทุกเมื่อ

                ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอากาศหนาวเย็น ชาร้อนจะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่น บางคนถือกุมเอาไว้และค่อยๆ ยกจิบ อีกส่วนคงเป็นวัฒนธรรมการดื่มชาของชาวจีน คนจีนดื่มชากันมาหลายพันปีแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ตาม สามเมืองที่ผ่านมาฉันยังไม่พบร้านน้ำชาดีดีสักแห่งเลย

                 เวลาผ่านไปเนิ่นช้า รินไหลเชือนช้ายิ่งกว่าสายหมอกบนภูเขา ฉันเหลือบมองดูนาฬิกา เวลาใกล้เข้ามาอีกนิด การรอคอยช่างน่าเบื่อเสียจริง ฉันอ่านหนังสือ “เรื่องเล่าของคนบันทึกเรื่องเล่าที่นักเล่าเรื่องคนหนึ่งเล่าให้เขาฟัง”* จนจบ ในขณะที่โลกภายนอกหม่นสลัวลง แสงแดดกลืนหายไปในม่านหม่นครึ้มเบื้องบน

                ความเย็นเยือกภายนอกแผ่เข้าทางทางประตูระลอกแล้วระลอกเล่า ฝนโปรยสายบางเบา ขณะที่รถนอนเข้ามาจอด เราแบกสัมภาระก้าวขึ้นรถ เลือกที่นั่งตามหมายเลขในตั๋ว รอคอยการเดินทางที่กำลังจะมาถึง

                                                                                                                                คิดถึง

                                                                                                                                น้องชาย

* ศิริวร แก้วกาญจน์ สำนักพิมพ์ง่ายงาม ตุลาคม ๒๕๔๖


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
สุมาตรภูลายยาว วันที่ : 03/06/2008 เวลา : 13.53 น.
http://www.oknation.net/blog/mart

บายดีครับ
ความคิดเห็นที่ 1
จันทร์รำไร วันที่ : 27/05/2008 เวลา : 18.24 น.
http://www.oknation.net/blog/amnatpanpong

ชอบเรื่องเล่าของคุณนะครับ งาม และนุ่มนวล
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2008 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31