• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5358
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันอังคาร ที่ 17 มิถุนายน 2551
เพราะความรักของสายลมฯ (7)
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 101 , 11:22:34 น.   | หมวดหมู่ : เพราะความรักของสายลม ต้นหญ้าจึงสั่นไหว  
พิมพ์หน้านี้


                      

๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๖

ร้าน Lazy Book, ต้าหลี่

พี่สาว 

 

เมืองโบราณแห่งต้าหลี่เริ่มว่างร้างผู้คน นักท่องเที่ยวบางตา ร้านรวงปิดลงที่ละร้าน คนขายสินค้าที่ระลึกให้นักท่องเที่ยวเอามือซุกกระเป๋าเดินกลับบ้านที่อยู่นอกเมือง เมืองโบราณหม่นสลัวและเงียบเหงา เราเดินกลับมายังที่พัก NO.4 GUEST HOUSE แวะร้านกาแฟอันเงียบเหงาแห่งหนึ่งไม่ห่างที่พักมากนัก ในบรรยากาศอันแผ่วพลิ้วของบทเพลงเปียโนคลอสำเนียงฟลุต ฉันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น ราวกับเป็นค่ำคืนแรกที่ฉันผ่อนคลายอย่างแท้จริง

          ค่ำคืนที่นี่อากาศหนาวเย็นมาก ไอหมอกสีขาวล่องลอยจากปากเมื่อยามพูดคุย ทำให้ฉันนึกถึงหนุมานผู้หาวเป็นดาวเป็นเดือน แม้จะไม่เกี่ยวข้องกันนักก็ตาม

          เรามาถึงต้าหลี่เมื่อเย็นวานพร้อมกับสายฝนแผ่วเบา เมื่อก้าวลงจากรถฉันได้เห็นสายรุ้งงดงามทอดตัวโค้งอยู่เบื้องหน้า นับเป็นนิมิตหมายอันดีสำหรับการมาเยือนเมืองแห่งนี้

          ความจริงแล้วเราควรจะมาถึงต้าหลี่ในตอนเช้า หากไม่เกิดเหตุอันสุดวิสัยขึ้น เมื่อรถจากหลินชางคันหนึ่งไปติดหล่มอยู่กลางภูเขาในค่ำคืน ทำให้ขบวนรถทั้งหมดไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ เราต้องนอนอยู่กลางป่าเขาทั้งคืน

          เมื่อออกจากตัวเมืองหลินชาง ถนนตลอดเส้นทางจนไปถึงอีกเมืองหนึ่งกำลังอยู่ในระหว่างก่อสร้าง ถนนลูกรังปะทะกับน้ำฝนทำให้ชื้นแฉะและลื่น อีกทั้งยังมีหลุมบ่อมากมาย จนทำให้ผู้โดยสารหลับไม่สะดวกสบายมากนัก เพราะตัวรถโยกเยกอยู่ตลอดเวลา

          จนฉันมารู้สึกตัวอีกทีเมื่อรถจอดอยู่กลางภูเขา เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ข้างนอกมืดสนิท ในขณะที่รถด้านหน้าจอดเงียบ และรถทางด้านหลังทยอยเข้ามาต่อท้ายทีละคัน จนคนขับรถดับเครื่อง เราจึงรู้ว่าตลอดค่ำคืนนี้เราอาจไม่ได้ขยับไปไหน แม้ยังคาดหวังว่าจุดหมายปลายทางข้างหน้านั้นอยู่ไม่ไกล

          แล้วก็เป็นอย่างที่เราคิด เมื่อท้องฟ้าเริ่มสาง ความสว่างโอบกลืนความมืดแห่งค่ำคืน ประมาณเจ็ดโมงครึ่ง เราเห็นชาวบ้านทยอยเดินผ่านไปเป็นกลุ่ม และช่วยรถคันที่มีปัญหาให้ออกจากเส้นทาง การเดินทางของเราจึงเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

          ม่านหมอกยามเช้าแผ่ขึ้นปกคลุมเทือกเขาเบื้องหน้า อำพรางทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ อาจเช่นเดียวกัน หมอกอำพรางชะตากรรมเบื้องหน้าของเราไว้

          รถมาจอดพักกินข้าวในเมืองใกล้ๆ จากนั้นจึงเดินทางต่อ ถนนลาดยางลัดเลาะไปตามลำธารเล็กๆ สายหนึ่งซึ่งมีการดูดทรายตลอดทั้งสาย ลำธารขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงอันเขียวนวลและนิ่งงันราวกับว่าสายน้ำมิได้ไหลไปไหน หมอกลอยเรี่ยพื้นน้ำงามตา

          รถวิ่งเลียบเลาะขึ้นมาตามแม่น้ำโขง เลี้ยวขึ้นสะพานข้ามฟาก มีตำรวจตรวจดูรถเข้าออกประจำสะพานทั้งสองฟาก และเพียงไม่นานนัก เราก็ได้เห็นสิ่งที่ปรารถนาจะได้เห็น อันเป็นแรงผลักดันหนึ่งที่ทำให้เราเดินทางไกล เขื่อนขนาดมหึมาตั้งขวางลำน้ำอยู่เบื้องหน้า ฉันไม่แปลกใจแล้วว่า เหตุใดสายน้ำจึงคล้ายกับหยุดนิ่ง เพราะเขื่อนมันวาน* ตั้งขวางลำน้ำเอาไว้ รถเคลื่อนผ่านไปตามเส้นทางอย่างรวดเร็ว เราพยายามเก็บภาพเขื่อนให้ได้มากที่สุด แต่ด้วยระยะทางที่ห่างไกล และต้นไม้ที่ปลูกตลอดสองข้างทาง ทำให้เราได้ภาพที่ไม่ชัดเจนมากนัก ก่อนรถโดยสารไต่อ้อมขึ้นภูเขาสูง

          แม้เรายังหวังที่จะได้เห็นแม่น้ำเหนือเขื่อนมันวานทางตอนบน แต่เราก็ไม่มีโอกาสได้แลเห็น เส้นทางวนขึ้นเขาเรื่อยๆ ม่านหมอกปกคลุมมากยิ่งขึ้น หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลเหลือเกิน

เมื่อมาถึงเมืองใหม่ต้าหลี่ เราเดินอยู่บนถนนไม่ต่างจากบ้านนอกเข้ากรุง ฝนปรอยสายสม่ำเสมอ ขณะกำลังเดินหลงอยู่ในเมืองเพื่อหาที่พักอยู่นั้น มีชายจีนคนหนึ่งเข้ามาทักทาย เขาพูดภาษาอังกฤษกับเรา เอาแผนที่เมืองโบราณให้ดู พร้อมกับบอกที่อยู่ของเกสต์เฮาส์ จากนั้นเขาอาสาเป็นผู้นำทางให้เรา เขาพาเราขึ้นรถเมล์ออกไปยังนอกเมือง จนมาถึงเมืองโบราณ เขาพาเราเดินมาถึงที่พัก No. 4 สนนราคาห้องคู่ คืนละ ๕๐ หยวน เมื่อเราตกลงพักที่นี่ ฉันเห็นเจ้าของเกสต์เฮาส์ยื่นเงินให้ชายจีนคนนำทาง

          หลังอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัว เราออกไปเดินเล่น และหาข้าวกิน เพราะตั้งแต่เช้าของวันวาน เรายังไม่ได้กินข้าวกันเลย นอกจากน้ำและขนมปังเล็กน้อย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราพยายามหลีกเลี่ยงห้องน้ำนั่นเอง

          ห้องน้ำที่เกสต์เฮาท์ No.4 ก็เช่นกัน เป็นรางยาว แต่มีฝากั้นและประตูปิดสูงระดับเหนือเอว แต่มีการดูแลรักษาความสะอาดที่ดีพอ

                

แสงฟ้ามาเยือนอย่างรวดเร็ว ฉันพยายามข่มตาให้หลับอีกซักหน่อยหนึ่ง ก่อนตัดสินใจลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ กลับมานั่งเขียนบันทึกรอเพื่อนตื่นนอน

          ขณะที่ฉันนั่งรอเพื่อนส่งเมล์กลับเมืองไทยอยู่นั้น มีหนุ่มสาวสี่ห้าคนเล่นปิงปองกันอยู่ คงเป็นคนจีนและญี่ปุ่น แต่ฉันก็ได้กลิ่นอายของคนไทยอยู่ด้วยเหมือนกัน แม้พวกเขาจะพูดภาษาจีนกัน ทว่ากลับมีบางคนอุทานออกมาเป็นภาษาไทย ฉันเชื่อว่าหูของตัวเองไม่ผิดเพี้ยนแน่ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

          จากนั้นฉันออกไปเดินเล่นบนถนนเส้นหลังเกสต์เฮาท์ มีรถม้าจอดรอนักท่องเที่ยวอยู่หลายสิบคัน คนขับรถม้าพยายามชวนฉันนั่งรถม้า แต่ฉันส่ายหน้า เดินช้าๆ มายังหอโบราณหน้าเมือง ไกลออกไปไม่มากนัก ฉันเห็นเจดีย์สามองค์ หรือต้าหลี่ ซันถา(Dali Santa) อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองต้าหลี่ สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ ๙ เป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมมากมาย

          หลังเพื่อนส่งเมล์เสร็จ เราออกมาเดินเล่นในเมืองอีกครั้ง กินข้าวในร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งชื่อ Joke Café เจ้าของแต่งร้านน่ารัก มีลักษณะที่เรียบง่ายและสวยงาม แม้จะเอาสิ่งของหลายอย่างมาประดับตกแต่งก็ตามที

          เมืองต้าหลี่ เป็นอาณาจักรโบราณของชนชาติไป๋ หรืออาณาจักรน่านเจ้าอันรุ่งเรืองเมื่อครั้งอดีต ก่อนถูกกุบไลข่านจักรพรรดิของชาวมองโกลตีแตก ภายในเมืองจึงพบร่องรอยของอารยธรรมเก่าแก่ของอาณาจักรน่านเจ้าผสมผสานกับวัฒนธรรมของชาวฮั่น ปัจจุบันต้าหลี่เป็นเมืองที่ยังคงรักษาโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเอาไว้ได้ ทั้งอาคารบ้านเรือนหรือพระราชวังโบราณ หากมีการก่อสร้างใหม่ก็ให้คงรักษารูปแบบเดิมเอาไว้ ฉันนึกแปลกใจอยู่ว่า เมืองแห่งนี้คงทนผ่านกาลเวลาอันยาวนานมาได้อย่างไร

          แต่ทว่าลึกลงไปภายในของโครงสร้างเก่าแก่เหล่านี้ ตัวอาคารบ้านเรือนกลับกลายเป็นเพียงร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก หรือไม่ก็ทำเป็นที่พักของนักท่องเที่ยว อย่างดีที่สุดก็เป็นสถานที่ซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมโดยเสียเงินค่าผ่านประตู จนฉันรู้สึกได้ถึงความกลวงเปล่าของอารยธรรมอันเก่าแก่ ไม่หลงเหลือแม้แต่จิตวิญญาณดั้งเดิมแห่งวิถีอันสงบงามเรียบง่าย

          ไม่แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย มีแต่อาคารสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ ซึ่งเก็บรักษาเอาไว้ราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์ ภายในจึงมีเพียงข้าวของเครื่องใช้ หรือหุ่นขี้ผึ้งจำลองที่ไร้ชีวิตจิตใจ

          ตอนบ่าย เราเช่ารถจักรยานออกไปขี่รอบๆ เมือง แรกสุดเราไปดูนิทรรศการภาพถ่ายแม่น้ำโขงที่ MCA Hotel และวนออกไปทางเจดีย์สามองค์ จากนั้นขี่ลงไปจนถึงทะเลสาบเอ๋อไห่ก่อนฟ้าค่ำ แสงแดดกลืนหายในหมู่เมฆ ทะเลสาบสีเขียวครามกว้างไกล มีเมืองตั้งอยู่ในม่านหมอกโดยรอบ ก่อนเราจะขี่จักรยานกลับมายังที่พัก

          ทะเลสาบเอ๋อไห่ (Lake Erhai) หรือหนองแส อันเป็นต้นตำนานแห่งการวิวาทของพญานาคสองตนก่อนถูกขับไล่ออกจากทะเลสาบ และยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า เคยมีปลาบึกขึ้นมาวางไข่ถึงทะเลสาบแห่งนี้

          เป็นอย่างที่ฉันคาดเดาจริงๆ เมื่อเราเอาจักรยานกลับมาคืน หญิงสาวสองคนเข้ามาทักเราตามท่อนเพลงของแอ๊ด คาราบาว “คนไทยหรือเปล่า” เราจึงรู้ว่าพวกเธอเป็นนักศึกษาไทยมาเรียนภาษาจีนอยู่ที่คุนหมิง และมาเที่ยวพร้อมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นอีก ๔ คน

          ดึกมากแล้ว อากาศเย็นเยือกขึ้น สองสาวไทยเดินผ่านมาเพื่อกลับที่พัก เธอแวะเข้ามานั่งคุยกับเรา  แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ เบอร์อีเมล์ บอกเล่าถึงจุดหมายการเดินทางของแต่ละคน สรุปแล้วพวกเธอจะไปลี่เจียงเช่นเดียวกัน เราจึงตกลงออกเดินทางไปพร้อมกันในวันพรุ่งนี้

                                                                             รัก

                                                                             น้องชายของพี่

 

* เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแห่งแรกของจีน สร้างเสร็จปี ๒๕๓๘ และเปิดใช้งานในช่วงต้นปี ๒๕๓๙

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3
ภู_เชียงดาว วันที่ : 18/06/2008 เวลา : 01.05 น.
http://www.oknation.net/blog/phuchiangdao

น่าไปแอ่วสักครั้งครับ...
ความคิดเห็นที่ 2
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 18.11 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

ต้าลี่
ผม่คงมีโอกาสได้เดินทางบ้าง
ขอบคุณสำหรับหนังสือดีดีครับ
ผมละเลียดไปขณะกำลังทำงาน
งานกับหนังสือดูเหมือนจะแยกกันไม่ออกกับชีวิตผม
ด้วยอารมณ์สุนทรีย์
อยากบอกว่าเล่มนี้
ได้อารมณ์สุดๆ ครับ
ชอบ "ทางธรรมดา" ของ อา มาโนช พรหมสิงห์
เป็นที่สุดยอด
อารมณ์ประมาณนี้
ผู้เข้าถึงและเรียนรู้เท่านั้น
จะถ่ายทอดออกมาได้
แล้วผมจะส่งไปร่วมบ้าง
ว่าแต่ว่า
ถังขยะที่สำนักงานมีเยอะไหมครับ
งานผมแรงครับ
พุ่งแซงถังขยะ
ความคิดเห็นที่ 1
ดอกดิน วันที่ : 17/06/2008 เวลา : 12.42 น.
http://www.oknation.net/blog/indo

แวะมาอ่านเรื่องเล่ายาวๆค่ะ...มีความสุขนะคะ
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30