• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5357
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2551
เส้นทางสายไหม*
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 133 , 10:40:15 น.   | หมวดหมู่ : คนรักระหว่างบรรทัด  
พิมพ์หน้านี้


                    

                                                                                             ภาพ: นุชารียา 

          “คุณเชื่อหรือไม่ ความรักทำให้มนุษย์เราเดินทางข้ามโลกได้” เขาเอ่ยขึ้นในเย็นวันหนึ่ง ขณะข้ามแดนตรงด่านห้วยทราย เมืองเชียงของทอดสงบอยู่เบื้องหน้า แม่น้ำโขงพริบพรายในแสงแดดสุดท้ายก่อนเร้นหายหลังเทือกภูอันหนาวเย็น เรานั่งเรือโดยสารมาจากหลวงพระบางด้วยกัน และกำลังจะข้ามกลับไปยังฝั่งไทย ผมจะพักอยู่ที่เชียงของอีกสองสามวัน เพราะที่บ้านคงไม่มีใครรอคอยการกลับมาของผม ส่วนเขาจะนั่งรถเข้าเชียงรายเพื่อขึ้นเครื่องเข้ากรุงเทพฯ และเดินทางกลับบ้านที่ฝรั่งเศส ผมไม่รู้ว่ามีใครรอคอยเขาอยู่ที่นั่น 

          ผมมองดูเขา ยิ้มเหมือนไม่เชื่อ

“คุณเคยได้ยินเรื่องราวของเส้นทางสายไหมบ้างหรือเปล่า” เหมือนคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เขาพูดต่อ “ผมรู้จักชายคนหนึ่ง เคยเดินตามเส้นทางสายนี้มายังประเทศญี่ปุ่น เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำของหญิงสาวคนหนึ่ง เธอบอกเขาว่า ‘จงกลับมา หาไม่ข้าจะตาย’”

“แล้วเขาก็เชื่อเธอ?” ผมเห็นเขาพยักหน้าอย่างเศร้าๆ และยิ้ม 

เมื่อประมาณปีค.ศ. ๑๘๖๑ โฟลแบรฺกำลังจะจบนวนิยายเรื่อง ซาลองโบ แสงสว่างจากไฟฟ้ายังเป็นเพียงทฤษฎีและอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร อับราฮัม ลินคอล์นกำลังเริ่มต้นสงครามที่ยังไม่เห็นจุดจบ เขาใช้เวลาสามเดือนเพื่อเดินทางจากลาวิลดิเยอ ข้ามพรมแดนใกล้เมืองเมตซฺ ผ่านแคว้นวูเต็มแบร์กและบาวาเรีย เข้าสู่ออสเตรีย นั่งรถไฟไปเวียนนาและบูดาเปสต์จนถึงเมืองเคียฟ เขาขี่ม้าผ่านทุ่งหญ้าสเตปป์ในรัสเซีย ไต่เทือกเขายูราล ถึงไซบีเรีย และเดินทางต่อจนถึงทะเลสาบไบคาล จากนั้นจึงล่องตามแม่น้ำอามัวร์เลียบชายฝั่งจีนจนถึงมหาสมุทร หยุดรอเรือพ่อค้าของเถื่อนชาวดัชท์ที่ท่าเรือเมืองซาเบิร์กเพื่อต่อไปยังแหลมเทรายะของญี่ปุ่น เดินเท้าจากเมืองอิชิงาวะจนถึงเมืองชิระงาวะ แล้วหันสู่ทิศตะวันออกรอชายชุดดำมาพาเขาไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งเพื่อซื้อไข่ไหม และเดินทางกลับโดยย้อนตามเส้นทางเดิมอีกสามเดือนเพื่อกลับมายังลาวิลดิเยอในอาทิตย์แรกของเดือนเมษายน

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับผู้หญิงคนนั้น” ผมยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามเอ่ยเล่า  

“เขาพบเธอที่หมู่บ้านแห่งนั้น เธอผู้มีใบหน้าของเด็กสาวอยู่ในชุดผ้าไหมสีสด ผิวขาว ไม่ได้มีหนังตาชั้นเดียวแบบชาวตะวันออก และดวงตานั้น จ้องมองดูเขานิ่งงัน...” 

“นั่นทำให้เขาสนใจเธอ” ผมเอ่ยถาม

เขามิได้ตอบในทันที เราข้ามเรือด้วยกันอย่างเงียบๆ แม่น้ำโขงดูนิ่งงันหากทว่าเรื่อยไหล เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่ง เขาก้าวขึ้นจากเรือ เดินช้าๆ เพื่อรอผม ครั้นผมตามมาทัน เขาจึงหันมาพูด

“มันทำให้เขาไม่ลังเลที่จะออกเดินทางอีกครั้งเมื่อถึงต้นเดือนตุลาคม ครั้งที่สองนี้ เขาได้รับกระดาษชิ้นเล็กนิด ตัวหนังสือสองสามตัวเรียงกันในแนวตั้ง เขียนด้วยหมึกดำ”

“มันเขียนไว้ว่า จงกลับมา หาไม่ข้าจะตาย”  ผมคาดเดา

เขายิ้มและพยักหน้าน้อยนิด

“เขาจึงออกเดินทางอีกครั้ง แม้สถานการณ์ญี่ปุ่นในตอนนั้นเริ่มส่อให้เห็นถึงภาวะของสงครามกลางเมือง และเมื่อเขามาถึงหมู่บ้าน พลันนั้น ท้องฟ้าเหนือบ้านเรือนปรากฏฝูงนกนับร้อยตัว ปีกหลากสีระเบิดออกราวกับพลุและเมฆสารพัดสีคลี่กระจายออก เป็นฝูงนกจากกรงขนาดใหญ่ของฮาระ เคอิ เขารู้ว่ามันคือสัญญาณ”

“จากเธอคนนั้น” ผมเห็นรอยยิ้มของเขา

“เขาพบเธอยืนอยู่หน้ากรงนกที่เปิดกว้าง ทุกส่วนบนใบหน้าของเด็กสาวแย้มยิ้ม”

“แล้วนกพวกนั้นล่ะ”

“แล้วพวกมันจะกลับมา มันยากเสมอที่จะห้ามใจไม่ให้กลับมามิใช่รึ ฮาระ เคอิพูดเช่นนั้น… ครั้นรุ่งเช้าเขาแลกเปลี่ยนไข่ไหมสีงาช้างกับเกล็ดทองคำ ทว่าฮาระ เคอิกับผู้ติดตามออกเดินทางไปแล้ว ขากลับ ขณะขี่ม้าผ่านป่าห่างไกลจากหมู่บ้าน เขาพบนกนับพันหลบพักอยู่ในพุ่มไม้ จึงหยิบปืนยิงขึ้นฟ้าหกนัด ฝูงนกตกตื่นบินสู่ฟ้าราวกับควันที่กระจายออกจากกองเพลิง

“ปีรุ่งขึ้น เขาตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน เขาเลือกเดินทางอีกครั้งท่ามกลางเสียงคัดค้านของเจ้าของโรงปั่นไหม ด้วยเกิดสงครามของพวกกบฎในญี่ปุ่น หมู่บ้านของฮาระ เคอิถูกเผาราบ เบื้องหน้าของเขามองเห็นแต่ความว่างเปล่า ราวกับมันคือสุดขอบโลก”

ผมนิ่งเงียบ รอให้เขาเล่าต่อ

“เขาพบเห็นความเลวร้ายของสงคราม เด็กชายที่พาเขาติดตามขบวนของฮาระ เคอิถูกลงโทษถึงตายเพราะนำสารรักกลับมาให้นายหญิงของตน ครั้งนั้นเขาได้ไข่จากเจ้าหน้าที่รัฐด้วยการติดสินบน แต่การเดินทางของเขาล่าช้าเกินไป อากาศเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ ตัวอ่อนนับล้านพลันตายสิ้น

“เมื่อกลับมาถึง เขาใช้สมบัติทั้งหมดที่มีช่วยเหลือคนงานในเมืองด้วยการจ้างชายหญิงให้ช่วยสร้างสวนป่า ปลูกดอกไม้ทุกชนิด มีทะเลสาบ และสร้างกรงนกขนาดใหญ่ถักทอด้วยไม้และเหล็ก ด้วยความโศกเศร้าอาลัย เขามีชีวิตอยู่เหมือนไม่ได้มีชีวิตอยู่ในโลก

“สองเดือนต่อมาเขาได้รับจดหมายเขียนด้วยอักษรสีดำ ดูคล้ายรอยเท้านกอันยุ่งเหยิงบนกระดาษเจ็ดแผ่น เขาให้มาดามบลองชฺช่วยอ่านให้ฟัง มันเป็นจดหมายจากสาวญี่ปุ่นคนนั้น เพื่อให้เขาได้สัมผัสในสิ่งที่ไม่เคยได้สัมผัส และเพื่อที่จะได้ลืมเธอ...” 

“แล้วหลังจากนั้นล่ะ” ผมถามเมื่อเห็นเขาเงียบอยู่นาน

“เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับเอแลนภรรยา สามปีต่อมา เขาจึงได้รู้ว่าเอแลนเป็นคนเขียนจดหมายฉบับนั้นและให้มาดามบลองชฺคัดลอกหลังจากเธอล้มป่วยและตายด้วยโรคไข้สมอง ทำให้เขารู้สึกเศร้าที่หลายปีก่อนหน้านั้น เขาหลงลืมเธอ ลืมความรักที่เธอมีให้เขา ตั้งแต่นั้นเขาเริ่มมีความสุขที่จะเอ่ยเล่าถึงการเดินทางให้คนอื่นๆ ฟัง เมื่อความเหงาบีบคั้นหัวใจ เขาจะไปสุสานเพื่อพูดกับเอแลน นานๆ ครั้ง ในวันที่ลมพัดแรง เขาจะลงไปถึงทะเลสาบเพื่อเฝ้ามองลวดลายบนผิวน้ำ แผ่วเบา...ราวกับเป็นภาพชีวิตของเขาเอง”

เมื่อผ่านพ้นด่านตรวจคนเข้าเมืองที่เชียงของ ผมเรียกรถเครื่องสามล้อ บอกให้สารถีไปส่งเขาที่ท่ารถเชียงของ-เชียงราย

“ขอบคุณมากที่เล่าเรื่องนี้ให้ผมฟัง”

เขาบีบมือผมไว้แน่นพลางเอ่ย “ที่ผมเล่าให้คุณฟัง ผมเพียงอยากให้คุณดูแลห่วงใยคนรักของคุณ เธอรักคุณนะ ผมอยากเห็นคุณกลับไปหาเธอ” เขาพูดขณะก้าวขึ้นนั่งบนรถเครื่องสามล้อ มองดูผมด้วยดวงตาเศร้าสร้อย รถเคลื่อนห่างจากไป

“แอรฺเว ฌองกูรฺ จำชื่อของผมไว้นะ ผมไม่อยากเห็นคุณเป็นเหมือน...” ประโยคสุดท้ายของเขาแผ่วบางในสายลม

ผมนึกถึงเรื่องราวที่เขาเล่าให้ฟัง อาจเป็นเพราะเขารู้ว่าผมหมองหมางใจกับคนรัก เขาจึงเอ่ยเล่าเรื่องของชายผู้เดินทางข้ามโลกเพื่อตามหาความรัก ทั้งที่เขาแทบจะหลงลืมใครอีกคนหนึ่งซึ่งคอยอยู่เคียงข้างตลอดเวลาที่ทุกข์ระทม คนที่รักเขาไม่เคยเปลี่ยนแปลง มันทำให้ผมครุ่นคิดถึงการกลับบ้าน พลันระลึกถึงรอยยิ้มและอ้อมแขนอันแสนอุ่นของใครบางคน.

                    

พิมพิ์ครั้งแรก สานแสงอรุณฉบับ "คืนสู่ความรู้สึกตัว" 2551

ไหม อเลซซานโดร บาริโก: เขียน, งามพรรณ เวชชาชีวะ: แปล, สำนักพิมพ์สุริวงศ์บุ๊คเซนเตอร์: พิมพ์ครั้งแรก: ๒๕๔๐

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5
parnny วันที่ : 01/07/2008 เวลา : 14.19 น.
http://www.oknation.net/blog/chonlatee

มาอ่านเหมือนเคยอย่างทุกครั้ง
เพื่อน
ความคิดเห็นที่ 4
coolwater วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 18.23 น.
http://www.oknation.net/blog/cool
enough  is  enough   ความเพียงพอคือความพอเพียง

ความรักทำให้คนเราทำได้ทุกสิ่งจริง ๆ หรือ
ความคิดเห็นที่ 3
เพลงฝน วันที่ : 25/06/2008 เวลา : 12.13 น.
http://www.oknation.net/blog/hyacinth
  My existence drives her crazy. 

"จงกลับมาหาไม่ข้าจักตาย"

แต่คุณก็รู้ใช่ไหม...เธอไม่ตายจริงๆ หรอก
หญิงสาวบนเกาะไกลแสนไกล...เธอไม่ตาย
ทว่าคนที่แทบขาดใจตายคือหญิงสาวตรงหน้านี่ต่างหาก
เธอแทบตาย แต่เธอยังแสร้งว่าหายใจเป็นปรกติเพียงเพราะ "รัก"

เออแหน่ะ...ในกรณีกลับกัน ถ้าคนที่ออกเดินทางเป็นผู้หญิงล่ะ จะมีผู้ชายคนไหนบ้างที่รอเราด้วยความภักดีตลอดเวลา
ความคิดเห็นที่ 2
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 20.47 น.
http://www.oknation.net/blog/folkner
...เขียนกวี เล่นดนตรี วิถีชีวิตริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณ...

::::จงกลับไปหา หาไม่ข้าจะตาย::::
::::แวะมาเยี่ยม น้องชาย:::
ความคิดเห็นที่ 1
ยัยมู๋น้อย วันที่ : 23/06/2008 เวลา : 11.11 น.
http://www.oknation.net/blog/mickey49

สวัสดีคร๊า
น้องใหม่คร๊า
ยินดีที่ได้รูจักนะคร๊า
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2008 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30