พิมพ์หน้านี้
|
เราจะเดินเคียงข้างกันไอ้เพื่อนยาก*
ถนนยามเย็นสายนั้นเลื้อยไหลผ่านท้องทุ่งนาและไร่ข้าวโพด ห่างไกลออกไป หมู่บ้านโดดเด่นตั้งกระจัดกระจายอยู่ตามฝั่งแม่น้ำโขง ผมขี่รถจักรยานเสือภูเขาลัดเลาะผ่านมาตามถนน ก่อนไต่วกขึ้นสู่ความลาดชันริมฝั่งแม่น้ำสีสนิมเหล็กที่ไหลเชี่ยวกราก มุ่งหน้าสู่บ้านสวน ผมขี่จักรยานผ่านถนนสายนี้สัปดาห์ละหลายครั้ง ราวกับมันเป็นถนนที่เชื่อมโยงระหว่างความจริงและความฝันเข้าด้วยกัน จุดหมายทั้งสองถูกขั้นด้วยระยะทางเกือบ ๒๐ กิโลเมตรมิได้ทำให้รู้สึกระทดท้อถดถอย ผมมักยิ้มและหัวเราะให้กับเด็กๆ ที่ตะโกนร้อง ฝรั่งมา ฝรั่งมา อยู่ทุกครั้งเมื่อเห็นผม จนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กๆ บอกผมว่า ตรงโน้นก็มีฝรั่งน่ากลัวอยู่คนหนึ่ง ผมขี่รถไปตามทางที่เด็กๆ บอก พบผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ริมถนน ร่างเขาดูไม่ใหญ่นักเมื่อเทียบกับฝรั่ง ทั่วไป ผมจอดรถจักรยานและเดินเข้าไปหา พลางนึกสงสัยว่าเขากำลังมองดูอะไร พลันสัมผัสได้ถึงการมาของคนแปลกหน้า เขาหันมามอง เอามือจุปากและโบกมือเรียก เป็นสัญญาณให้ผมเข้าไปอย่างเงียบๆ อย่าส่งเสียงนะ กระต่ายกำลังกินหญ้าอยู่ เขาพูดเบาพลางชี้ให้ดูกระต่ายสีขาวตัวใหญ่ มันเป็นกระต่ายของคุณหรือ เขาหันมามองด้วยสายตาคมปราด ท่าทางหมิ่นแคลน ก็ใช่น่ะสิ มันเป็นกระต่ายของฉัน แกคิดว่าคนอย่างฉันไม่สามารถมีกระต่ายรึไง เดี๋ยวฉันจะจับให้แกดู เขาพูด ลุกขึ้นเดินย่องเข้าไปหากระต่าย มันเหลือบมองดูเขาและกระโดดเข้ามาอย่างเชื่องเชื่อ เขาอุ้มกระต่ายเดินเข้ามาหาและยิ้มอย่างภูมิใจ ฉันชื่อยอร์จ ดูท่าแกคงไม่ใช่คนแถวนี้ พูดพลางเหลือบมองรถจักรยานที่ผมจอดทิ้งไว้ ผมไม่ใช่คนแถวนี้ แล้วคุณล่ะมาจากไหน ฉันน่ะเหรอ คนอย่างฉันก็ได้แต่เที่ยวตะลอนไปตามถนน ทำงานจนถึงสิ้นเดือน พอได้รับค่าแรงแล้วก็ ไปนอนค้างในซ่องที่ไหนสักแห่ง แล้วค่อยกลับมาทำงานต่อ พอสิ้นเดือนก็ได้รับเงินค่าแรงอีก... เขาพูดเหมือนพ้อ ทำไมล่ะ ผมถาม คนหนุ่มๆ ที่ไม่มีครอบครัวอย่างเราๆ พอได้เงินมาสักหน่อยก็ผลาญมันหมด พวกเขาไม่มีใครอีกแล้วในโลกที่จะมาคอยดูแลเอาใจใส่...แต่ไม่ใช่เรา เขายืดร่างตรง ดวงตาคมปราด จมูกโด่งเป็นสัน และดูงามสง่าอย่างไม่น่าเชื่อ แต่...คุณแก่เกินกว่าที่จะมาเที่ยวตะลอนไปอย่างนี้อีกแล้ว ดูเหมือนผมจะพูดอะไรผิดไป ดวงตาของ เขาหรุบต่ำ หลังไหล่ค้อมงอ ความสง่าผ่าเผยเมื่อครู่ดูเหมือนจะหายไปสิ้น ผมขอโทษ ความจริงคุณไม่ได้ดูแก่ขนาดนั้นหรอก เขาเงยหน้าขึ้นมองผมเหมือนไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง ผมพูดจริงๆ ครับ เขายิ้มออกมา และดูเหมือนพร้อมจะเล่าถึงอะไรบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจของเขามาเนิ่นนาน แต่ไม่ใช่เรา... เขาย้ำ เพราะฉันมีเลนนี่ และเลนนี่ก็มีฉัน เรามีกันสองคน คอยดูแลเอาใจใส่กัน เราจะมีที่ดินผืนเล็กสักผืน เราจะเลี้ยงวัว บางทีเราอาจจะเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ ทำสวนครัวและสวนผลไม้ ตามที่ราบๆ เราจะกันเอาไว้ปลูกหญ้าสำหรับกระต่าย...เราจะมีของดีดีเก็บเอาไว้กิน เขาพูดเหมือนเพ้อ เลนนี่เป็นใคร เลนนี่เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน เขาเป็นเหมือนความฝัน...เราฝันว่าจะมีที่ดินผืนเล็กๆ ด้วยกัน เขาพูด ด้วยดวงตาเป็นประกาย แล้วเลนนี่ไปไหนเสียล่ะ ผมถามอย่างใคร่รู้ เลนนี่...เขาตายเสียแล้ว! ฉัน... ฉันฆ่าเขาตายด้วยมือข้างนี้ ฉันฆ่าเขาด้วยมือข้างนี้ เขายกมือขวาขึ้นมา ทำท่าราวกำลังถือปืนยื่นไปข้างหน้า มือสั่นระริก เกร็งแน่นและกระตุก เขาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองมือที่ตกลงข้างๆ ผมเอื้อมมือสัมผัสไหล่ของเขาด้วยไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ อย่างน้อยให้เขารับรู้ว่ายามนี้เขามิ ได้อยู่โดดเดี่ยวลำพัง ยังมีผมอีกคนหนึ่งที่พร้อมจะเข้าใจ ถึงแม้ผมจะเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาก็ตาม ฉันไม่เป็นไรแล้ว เขาพูดเสียงอ่อย เงยหน้าขึ้นมองดูท้องทุ่งเบื้องหน้า ฉันคงจะแก่แล้วจริงๆ เหมือนที่แกว่า ตั้งแต่วันที่เขาตาย ฉันไม่เคยหลับลงได้อย่างสนิทเลยสักคืน ทั้งๆ ที่ฉันเคยนึกอยากให้เขาไปพ้นๆ แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ฉันเพิ่งรู้ว่าฉันทุกข์ทรมานเหลือเกิน การไม่มีความฝันมันช่างทุกข์ทรมานเหลือเกิน... เขาซุกหน้านิ่งลงกับเข่า ผมตบไหล่เขาเบาๆ ความมืดค่อยๆ โอบคลุมท้องทุ่งอย่างช้าเชือน เขาลุกขึ้นยืน กระต่ายซุกร่างอยู่ในอ้อมแขน เขาเอื้อมมือมาจับไหล่ของผมเบาๆ ถึงเวลาที่ฉันต้องไปแล้ว เขาพูดแผ่วเบา คืนนี้คุณจะพักที่ไหนหรือ คนอย่างฉันมีที่ทางของตัวเองเสมอแหละ แกไม่ต้องห่วงหรอก ดวงตาของเขาวับวาว ฉันมันแก่แล้ว แต่...แกยังหนุ่ม อย่าละทิ้งความฝันของแกเสียล่ะ ราวกับเขาต้องการบอกว่า ไม่เช่นนั้นแกจะเป็นเหมือนอย่างฉัน เขาเดินไปตามถนนที่ทอดผ่านทุ่งข้าวและไร่ข้าวโพด ร่างของเขาเหยียดตรงอย่างสง่าผึ่งผาย ดูเด่นชัด ตัดกับขอบฟ้าที่กำลังจะหลับใหล สายฝนโปรยลงมาบางเบา ราวกับต้องการพรมความฉ่ำชื่นให้ผืนดินชุ่ม บำรุงบำเรอผลดอกรากใบพืชพรรณให้งอกงาม บางคำพูดของเขายังล่องลอยอยู่ในห้วงความคิดของผม ฉันไม่อยากเห็นความจริงต้องฆ่าความฝัน หรือความฝันต้องฆ่าความจริงอีกเลย แต่ฉันอยากเห็นความจริงและความฝันเดินกอดคอกันไปอยู่เช่นนั้น ร่างของเขาเลือนรางอยู่ในหมอกฝน พลันนั้น ผมมองเห็นร่างสูงใหญ่ของใครอีกคนหนึ่งเดินอยู่เคียงข้างเขา ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะค่อยๆ เลือนหายลับไป... ภาพประดับ: นุชารียา พิมพ์ครั้งแรก: นิตยสานสานแสงอรุณ ฉบับ...อยู่กับความเงียบ... พฤษภาคม-มิถุนายน 2551 * เพื่อนยาก (of Mice and Men), จอห์น สไตน์เบ็ค: เขียน, ศรยุทธ คำสาย, พวงร้อย คำเรียง: แปล,สำนักพิมพ์กิติยา: ๒๕๒๔
|
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | กรกฎาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | ||
| 6 | 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 |
| 13 | 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 |
| 20 | 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 |
| 27 | 28 | 29 | 30 | 31 | ||