• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5357
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม 2551
เพราะความรักของสายลม (8 - ลี่เจียง)
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 106 , 14:13:01 น.   | หมวดหมู่ : เพราะความรักของสายลม ต้นหญ้าจึงสั่นไหว  
พิมพ์หน้านี้


 

๒๙ ตุลาคม ๒๕๔๖

Old Town Youth Hotel, ลี่เจียง

พี่สาว

               

 

ภาพบ้านเรือนเก่าแก่เผยตัวอยู่ตรงหน้า เทือกเขาทอดยาวโอบล้อมห่างไกล แสงแห่งยามเช้าเรืองรองอยู่ริมขอบฟ้า ฉันรอคอยยามวันที่มาเยือนอย่างเชือนช้า รอคอยแสงแดดอบอุ่นจากดวงตะวัน อากาศที่นี่หนาวเย็นเหลือเกินพี่ ทั้งกลางวันกลางคืน ภายใต้แสงแดดอบอุ่น ฉันยังรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือก เพียงแค่เรายืนอยู่ในที่ร่ม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงในยามค่ำคืน เสื้อกันหนาวที่เพื่อนซื้อมาฝากและฉันอุตส่าห์หอบมาจากเชียงของ จึงมีประโยชน์ในยามนี้

          วันวาน หลังอาหารเช้าในต้าหลี่ เราทั้งหกคน มี ฉัน นพ, อันฉานลี่และหม่าฮุ่ยซินสองสาวชาวเหนือที่มาเรียนภาษาจีนที่คุนหมิง พร้อมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่น ชิเอะ และเถียนเถียน จองตั๋วรถลี่เจียงที่เกสต์เฮาส์ คนละ ๔๐ หยวน

          จากต้าหลี่มาลี่เจียงใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงเศษ ในระยะทาง ๑๘๐ กิโลเมตร รถโดยสารมารับเราถึงเกสต์เฮาส์ การเดินทางจึงเริ่มต้นอีกครั้ง ขณะที่รถวิ่งผ่านเจดีย์สามองค์ ฉันนึกเสียดายที่วันวานขี่จักรยานมาไม่ถึง ทั้งที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม คงไม่ต่างกับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ใกล้แต่ไม่อาจไขว่คว้า

          ทะเลสาบเอ๋อไห่ช่างกว้างใหญ่เหลือเกิน ทางด้านทิศเหนือของทะเลสาบ มีเรือโบราณจอดจมตระไคร้น้ำสีเขียวใสอยู่ริมฝั่งหลายสิบลำ ชาวบ้านบางคนหาปลาอยู่ในบริเวณนี้ ทว่ากลับใช้เรือที่ต่อขึ้นจากเหล็กแทนเรือโบราณเหล่านั้น เรายังพบเห็นเครื่องมือหาปลาที่วางทิ้งไว้ในเรือ จำพวก ไซ และตาข่าย

          รถค่อยๆ ไต่ภูเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ดินบนภูเขามีสีแดง ขึ้นแซมอยู่ด้วยหญ้าเขียวนานาพันธุ์ ลมหนาวกำลังแปรเปลี่ยนหญ้าให้เป็นสีเหลือง เนินเขาประดับประดาด้วยดอกหญ้าหลากสีสัน ขาว เหลือง แดง ม่วง แต้มแต่งอยู่ที่นั่นที่นี่ สลับลวดลายกับโขดหินเล็กๆ สีเทาอันสวยงาม

          หมู่บ้านทางแถบนี้ ปลูกสร้างด้วยดินแดงมากมาย เหมือนบ้านดินในประเทศไทย ซึ่งเรากำลังเห่อในยามนี้ ส่วนผสมของบ้านดินประกอบด้วยฟางข้าวและแกลบ เท่าที่ฉันสังเกตเห็นจากเนื้อดินภายนอก ทว่าบ้านดินที่นี่อยู่ในสภาพไม่มั่นคงมากนัก ฉันพบเห็นร่องรอยของกาลเวลากัดกร่อน หลังคากระเบื้องสีคล้ำหมอง เมล็ดพันธุ์ข้าวโพดแขวนผึงแดดลมไว้ตามชายคา หากทว่าฉันพบความมีชีวิตของหมู่บ้านเล็กๆ เหล่านี้มากกว่าเมืองต้าหลี่ที่ผ่านมา

          เรามาถึงลี่เจียงในตอนบ่าย หลังจากเข้าพักที่ Old Town Youth Hotel ห้องละ ๓๐ หยวน เมื่อจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราออกมาเดินเล่นในเมือง ลี่เจียงเป็นเมืองเล็กๆ ในหุบเขา เป็นสถานที่ซึ่งท้องฟ้าและแผ่นดินอยู่เคียงคู่กันอย่างใกล้ชิด มีแม่น้ำสามสายไหลผ่าน คือ แม่น้ำแยงซีเกียง แม่น้ำโขงและแม่น้ำสาละวิน ลี่เจียงได้รับการยกย่องเป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.. ๑๙๙๗  เป็นเมืองโบราณกว่า ๘๐๐ ปี โดยมีภูเขาสิงโตเป็นแนวกั้นเมืองเก่าต้ายั่น (Dayan) และเมืองใหม่เอาไว้

               

ลี่เจียงจึงมีนักท่องเที่ยวพากันมามากมาย ที่นี่ยังคงโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมเอาไว้เช่นกัน และห้ามดัดแปลงรูปแบบอาคารบ้านเรือน ทว่าภายในโครงสร้างอันงดงามกลับเป็นร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ และร้านขายของที่ระลึก ลี่เจียงจึงเป็นเมืองที่ดำรงอยู่เพื่อการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

          ทว่าลึกๆ แล้ว ทุกคนคงคิดไม่ต่างกันมากนัก เมืองโบราณลี่เจียงมีความงดงามขรึมขลังกว่าเมืองโบราณต้าหลี่ มีแง่มุมให้เราสามารถค้นหาได้มากกว่า มีชีวิตเคลื่อนไหวอยู่มากมาย ชาวบ้านเผ่านาซี** ยังอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ มีชีวิตอยู่เบื้องหลังการประดับตกแต่งหน้าฉาก ห่างไกลจากบรรดาร้านขายของที่ระลึกไม่มากนัก เราจะได้พบเห็นความมีชีวิตอยู่ที่นั่น ผู้คนซักล้างเสื้อผ้า คนขายถ่านตามบ้านเรือน สาวชาวบ้านขายอาหารพื้นเมือง และเด็กๆ ยังคงวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไป

บางครั้ง เราจะได้เห็นชาวบ้านเดินออกมาปะปนกับกลุ่มนักท่องเที่ยว บางคนทำสินค้าออกมาเดินขาย สินค้าที่ระลึกส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือและแรงงานของคนที่นี่ เรามักพบเห็นเจ้าของร้านกำลังก้มหน้าทำงานฝีมืออยู่อย่างตั้งใจ ขณะที่งานบางชิ้นมีความเป็นศิลปะอยู่สูง และบางร้านมีงานเพียงอย่างละชิ้นเท่านั้น

จนฉันต้องตั้งคำถามกับตัวเองว่า สิ่งใดกันแน่ที่ควรค่าแก่การถนอมรักษาไว้ สิ่งใดกันแน่ที่มีคุณค่าควรหวงแหน วิถีชีวิตของชาวบ้านหรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแห่งลี่เจียง

          นี่อาจทำให้ฉันรู้สึกถึงความขรึมขลังของลี่เจียง มนต์เสน่ห์ที่ไม่อาจจางคลายไปจากหัวใจ 

          ตอนเย็น เรามากินอาหารจีนภายในเมืองโบราณ ร้านแต่งไว้อย่างสวยงาม เด็กเสริฟแต่งชุดเหมือนเสี่ยวเอ้อตามโรงเตี๊ยมในหนังจีน

          เราออกไปเดินเล่นหลังอาหารค่ำ เก็บภาพความงามแห่งค่ำคืนของลี่เจียง ทำให้ฉันนึกถึงความงามของหญิงสาวชาวนาซี ความงามที่แฝงอยู่ในความมีชีวิตเรียบง่าย เช่นเดียวกับค่ำคืนของที่นี่ ความงามค่อยๆ เผยผ้าม่านและแย้มสรวลดั่งเอียงอายของหญิงสาว

          เราแยกกับชิเอะและเถียนเถียนที่หน้าเกสต์เฮาส์ เดินไปยังร้านกาแฟที่หมายปองชื่อ Pragne Café ฉันนั่งดื่มเบียร์กับเพื่อน ส่วนสองสาวสั่งเค้กกับโกโก้ร้อน เรานั่งพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆ และแลกเปลี่ยนเรื่องเล่าต่อกัน นพเล่าเรื่องวัยเด็กของเขา ฉันเล่าถึงการพบเจอระหว่างเรา ในขณะที่หญิงสาวทั้งสองคนเอ่ยเล่าถึงตำนานที่เพิ่งได้เรียนมา ๓ ตำนานด้วยกัน

           

         

          ตำนานซีซาน เป็นเรื่องราวความรักระหว่างหญิงสาวกับช่างแกะสลักผู้ยากไร้ เรื่องมีอยู่ว่า หญิงสาวเป็นคนรักของช่างแกะสลัก แต่ถูกผู้ใหญ่กีดกันเพราะช่างแกะสลักนั้นยากจน วันหนึ่งหญิงสาวถูกพ่อแม่บังคับให้แต่งงานกับลูกชายคนมีเงิน นางเสียใจมาก ก่อนถึงวันแต่งงาน นางหนีเข้ามายังถ้ำแห่งหนึ่ง นางเดินเข้าไปจนทะลุปากถ้ำซึ่งเป็นหน้าผาสูง เบื้องล่างคือทะเลสาบ นางจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหน้าผาสูง ดับชีวิตตัวเองที่นั่น เมื่อช่างแกะสลักรู้ข่าว  เขาจึงเข้าไปยังถ้ำแห่งนั้น และใช้เครื่องมือของเขาแกะสลักถ้ำให้กลายเป็นหินงอก หินย้อยงดงาม จนมาถึงหน้าผา เขาแกะสลักดินสอแท่งใหญ่ ปลายของมันแหลมมาก แต่เขาพลาดทำปลายของดินสอหักทั้งที่เป็นความตั้งใจสุดท้ายของเขาก่อนที่จะสิ้นลมหายใจ เมื่อดินสอหัก เขาจึงนอนตายอยู่ตรงนั้น นายช่างแกะสลักดินสอไม่สำเร็จ จึงเป็นเหมือนกับคำสาปที่ทำให้คนจากเมืองคุนหมิงไม่สามารถสอบเป็นจอหงวนได้

          ตำนานป่าหินชีหลิน (Shilin) เมืองแห่งนี้เกิดน้ำท่วมทุกปี ทำให้ชาวเมืองลำบากกันมาก จึงไปขอให้เซียนองค์หนึ่งช่วยเหลือ เซียนองค์นี้จึงบอกว่าให้ย้ายก้อนหินจากภูเขาไปขวางทางน้ำ แต่ชาวเมืองทำไม่ได้ จึงไปร้องขอกับเซียนอีกองค์หนึ่ง เซียนองค์นี้จึงบอกกับชาวเมืองว่า ให้คนเลี้ยงแพะที่อยู่บนภูเขาช่วยต้อนก้อนหินเหล่านั้นไป เมื่อชาวเมืองมาหาคนเลี้ยงแพะ คนเลี้ยงแพะพูดว่า ฉันจะต้อนก้อนหินไปได้อย่างไรกัน เซียนจึงบอกกับเขาว่า ในตอนกลางคืน ก้อนหินเหล่านี้จะกลายเป็นแพะ เจ้าก็เพียงแค่ต้อนแพะเหล่านี้ไปเท่านั้น คืนนั้น คนเลี้ยงแพะจึงไปยังก้อนหินซึ่งกลายเป็นแพะ และต้อนแพะฝูงนั้นไป จนถึงเช้าฝูงแพะทั้งหมดจึงกลับกลายเป็นก้อนหินอีกครั้งหนึ่ง บริเวณที่เป็นป่าหินในปัจจุบัน

          ตำนานสาวทอผ้ากับดาวจูงวัว มีพี่ชายกับน้องชายคู่หนึ่ง หลังจากที่พ่อตายจากไป พวกเขายังอยู่ด้วยกัน น้องชายนั้นทำงานทุกอย่างในบ้าน วันหนึ่งเมียของพี่ชายไม่ต้องการให้น้องชายอยู่ด้วย จึงดุด่าว่าเขาขี้เกียจและให้เขาแยกออกไปอยู่ต่างหาก พร้อมกับยกวัวตัวหนึ่งที่มีอยู่ให้เขา ซึ่งเป็นวัวของน้องชายเอง เขาจึงพาวัวออกจากบ้านพี่ชายนับแต่วันนั้น น้องชายดูแลวัวอย่างดี จนวันหนึ่ง ขณะที่เขานอนอยู่ใต้ต้นไม้ เขาได้ยินเสียงวัวพูดว่า ให้เขาไปยังสระน้ำวันพรุ่งนี้เช้า จะมีผู้หญิงลงมาเล่นน้ำ และให้เขาแอบเก็บเสื้อผ้าชุดสีชมพูเอาไว้ วันรุ่งขึ้น เขาจึงไปยังสระน้ำ และเห็นหญิงสาวหลายคนเล่นน้ำกันอยู่ เขาจึงไปแอบไปเอาชุดสีชมพูมาเก็บไว้กับตัว เมื่อได้เวลาหญิงสาวขึ้นมาใส่เสื้อผ้าและบินกลับไปยังสวรรค์ ยังหลงเหลือหญิงสาวงามคนหนึ่ง เขาจึงออกมาปรากฏตัว ขอให้นางแต่งงานกับเขา แต่นางขอร้องเขาว่า ขอให้นางได้กลับไปบอกกับนางพญาบนสวรรค์ซึ่งเป็นยายของนางก่อน เขาจึงยอมคืนเสื้อผ้าให้นาง

          เมื่อนางขึ้นไปบนสวรรค์ นางพญาไม่ยอมให้นางกลับลงมา กลับใช้ให้หลานสาวทอผ้าให้ตนหนักขึ้นกว่าเดิมคืนหนึ่งนางจึงหนีลงมาหาชายเลี้ยงวัวและอยู่กินด้วยกันจนมีลูกสองคน วันหนึ่งขณะที่เขาออกไปเลี้ยงวัว วัวพูดกับเขาเป็นครั้งที่สองว่า ลูกเมียของเขาจะถูกพรากจากไป และบอกให้เขารีบกลับไปยังบ้าน เมื่อเขากลับมาถึงบ้าน ชายเลี้ยงวัวเห็นเมียและลูกของเขาถูกนางพญาพากลับขึ้นไปบนสวรรค์ เมื่อต้องจากพราก ชายเลี้ยงวัวมีความโศกเศร้าเสียใจเช่นเดียวกับสาวทอผ้าและลูกของเขา นางพญาจึงอนุญาตให้นางและลูกลงมาหาชายเลี้ยววัวได้เพียงปีละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องเล่าถึงดวงดาวคู่หนึ่งซึ่งถูกขวางกั้นด้วยทางช้างเผือก และจะโคจรมาพบกันเพียงปีละครั้งหนึ่งเท่านั้น

          ค่ำคืนอากาศหนาวเยือกทุกขณะ เสียงนักท่องเที่ยวยังเดินอยู่ภายนอก แม้จะดึกมากแล้วก็ตาม ร้านรวงค่อยๆ ปิดลงทีละร้าน เมื่อเรากลับมาถึงที่พัก คืนนั้นฉันนอนหลับและฝันถึงหญิงสาวทอผ้า

                                                                   ด้วยความรัก

                                                                                    น้องชาย

 

* ลี่เจียงมีชนเผ่านาซี (naxi) อาศัยอยู่มากที่สุด ประมาณ ๒๗๕,๐๐๐ คน ที่เหลือมีชาวฮั่น ชาวอี๋, ฟูมี, ลีซอ, ทิเบต

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
วุฐิศานติ์ วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 15.45 น.
http://www.oknation.net/blog/wutisant

เรื่องราวการเดินทางชุดนี้ "เพราะความรักของสายลม ต้นหญ้าจึงสั่นไหว" ไม่ได้ลงในสานแสงอรุณครับ แต่เคยทำเป็นหนังสือทำมือมาก่อน จึงอยากลองนำลงเผยแพร่ในบล็อกบ้าง แบ่งปันกันอ่านครับ
ความคิดเห็นที่ 1
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 11/08/2008 เวลา : 14.20 น.
http://www.oknation.net/blog/guide007
โลกนอกห้องเช่ามันช่างปลอดโปร่งเสียเหลือเกิน...

เรื่องนี้ลงสานแสงอรุณหรือป่าวครับ

ผมจะรออ่านในสานแสงอรุณ

คาดว่าน่าจะเดินทางมาแล้ว ได้ข่าวจากเจี๊ยบว่า

ทำเสร็จแล้ว
แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31