พิมพ์หน้านี้
|
POSTMODERN in Japan ไชยันต์ ไชยพร: เขียน, กิตติพงศ์ สนธิสัมพันธ์: บรรณาธิการ สำนักพิมพ์ openbooks, ๒๒๕ บาท
หากจะเอ่ยถึงนักวิชาการผู้เอกอุทางด้านโพสต์โมเดิร์นในพ.ศ. นี้ เชื่อได้ว่าคงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักชื่อของอาจารย์ไชยันต์ ไชยพร ผู้เคยทำ Civil Disobedience ด้วยการฉีกบัตรเลือกตั้งเมื่อต้นปี ๒๕๔๙ หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยเรื่องนักปรัชญาการเมืองโบราณกับชะตากรรมโพสต์โมเดิร์นในญี่ปุ่น อันเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาโพสต์โมเดิร์นในญี่ปุ่น ซึ่งเคยตีพิมพ์ลงในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ช่วงปี ๒๕๔๔-๒๕๔๕ ร่ายตั้งแต่การเคลื่อนเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ครั้งแรกของสังคมญี่ปุ่นโดยรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมและวิทยาการตะวันตก และหลังจากฮิโรชิมาและนางาซากิย่อยยับด้วยระเบิดนิวเคลียร์ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ modern Japan ที่สองภายหลังการล่มสลายของ modern แรก ซึ่งได้แผ้วถางเส้นทางไปสู่การเกิดยอดมนุษย์อุลตราแมนและโดราเอมอน อันเป็นร่องรอยของโพสต์โมเดิร์นญี่ปุ่นด้วยการนำเสนอการผสมผสานปนเประหว่างวิทยาศาสตร์กับไสยศาสตร์และมายาคติในเวลาเดียวกัน คือการทำให้พรมแดนระหว่างองค์ความรู้ต่างๆ เจือจางหายไป รวมทั้งทำให้วิทยาศาสตร์กับเรื่องไร้เหตุผลไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจน ช่วยให้ความคิดและจินตนาการของมนุษย์กว้างไกลจนก่อเกิดวิธีคิดแปลกๆ ที่มารองรับความสลับซับซ้อนของสังคมมนุษย์ หนึ่งทศวรรษหลังจากสหรัฐส่งเรือรบเข้ามาในอ่าวโตเกียว รัฐบาลญี่ปุ่นตัดสินใจส่งปัญญาชนหัวกะทินับร้อยคนไปศึกษาหาความรู้ในดินแดนยุโรป และนำปรัชญาอังกฤษและฝรั่งเศลมาเผยแพร่ในหมู่นักศึกษา ก่อนหันเหไปสู่ศิลปะวิทยาการเยอรมันจนทำให้ญี่ปุ่นได้รู้จัก นิตเช่ (เจ้าพ่อโพสต์โมเดิร์น) ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ยาวนานหลายปีในวงการปัญญาชนและนักวิชาการด้วยความรักและความชัง โดยปรัชญาของเขาถูกตีความไปต่างๆ นานาประสาคนที่ไม่ได้ผ่านการอ่านของนิตเช่อย่างจริงจัง เรียกได้ว่านิตเช่มีหลายชีวิต หลายรูปแบบในสังคมญี่ปุ่นเลยทีเดียว ตั้งแต่ถูกมองว่าไม่ใช่นักปรัชญา เป็นแค่กวีนักเขียน เป็นอันตรายต่อปรัชญา เป็นพวกไร้ศิลธรรม ปฏิเสธสังคม เน้นตัวกู เป็นพวกอันตรายต่อครอบครัวและสังคม สัญชาตญาณดิบ บ้ากาม เป็นพุทธ เป็นพุทธมหายาน เป็นผู้ส่องทางให้เห็นธรรม เป็นนักวิจารณ์สังคมและวัฒนธรรม เป็นผู้ต่อต้านลัทธิเผด็จการและลัทธิทหาร และล่าสุดก็คือ Nietzsche เป็น เต๋า ด้วย! เรียกได้ว่า นิตเช่มีบทบาทและอิทธิพลต่อแวดวงปัญญาชนนักวิชาการในญี่ปุ่น และอาจเป็นผลให้สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงผสมผสานออกมาเป็นโพสต์โมเดิร์นได้ Ihab Hassan นักโพสต์โมเดิร์นผู้มองเห็นวรรณกรรมหลายชิ้นของญี่ปุ่นเข้าข่ายเป็นโพสต์โมเดิร์นโดยมีลักษณะร่วมคือ ไม่มีศูนย์กลางหนึ่งเดียว แกนเรื่อง ประเด็นและอารมณ์มีลักษณะกระจัดกระจาย โดยเฉพาะในงานของ มูราคามิ ซึ่งไชยันต์วิเคราะห์ผ่านนวนิยาย A Wild Sheep Chase เรื่องเล่ากึ่งสืบสวนสอบสวน กึ่งแฟนตาซี และกึ่งสัญลักษณ์ โดยมีตัวเอก Boku (สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง มีนัยไหลลื่นหลากหลาย ซึ่งผู้ชายใช้เรียกแทนตัวเองได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ หัดพูดจนถึงคนแก่คราวลุง ซึ่งนักวิจารณ์ฝรั่งตั้งข้อสังเกตว่ามันเข้าข่ายโพสต์โมเดิร์น) คือผู้เล่าเรื่องที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมสมัยใหม่ที่ตัวเองเป็นผลผลิตของสังคม ผ่านคำบรรยายเกี่ยวกับจิตสำนึกของผู้เล่าเรื่องและวิธีที่เขาพูดถึงอัตลักษณ์ของตัวเอง ซึ่งล้วนตอกย้ำถึงความรู้สึก ขาด ส่องสะท้อนถึงความไร้แก่นอันเป็นอาการเฉพาะของสังคมสมัยใหม่ เช่น โบคุดำเนินชีวิตไปอย่างไร้ความสัมพันธ์กับผู้คนอย่างจริงจัง ดูน่าเบื่อหน่าย ไร้ซึ่งตัวตนและอัตลักษณ์ สนใจแต่เรื่องหู และจู๋ของปลาวาฬ รวมถึงการไล่ล่าหาแกะดาว ว่ากันว่าชีวิตของคนหลังสมัยใหม่ในสายตาของมูราคามิมองเห็นตัวเองและคนอื่นเป็นเหมือนกับเพลง Dust in the Wind หรือเศษฝุ่นที่ฟุ้งลอยในอากาศ ความสำคัญของความเป็นตัวตนของคนและแต่ละสรรพสิ่งได้ตายสลายหมด เนื่องด้วยสาเหตุที่ทั้ง God หรือมนุษย์ต่างก็มีจุดจบไม่ต่างกัน พระเอกหรือคนแต่งต่างก็ตายในโพสต์โมเดิร์น เหล่านี้คือทรรศนะท่าทีแบบหลังสมัยใหม่ที่ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาแล้วจากวิกฤตสังคมสมัยใหม่ ซึ่งไชยันต์แสดงทรรศนะท่าทีผ่าน Postmodern in Japan เปรียบเทียบกับสังคมไทยด้วยลีลาการเล่าแบบหยอกเย้าเกากัดได้อย่างแสบๆ คันๆ ขำๆ เชียวล่ะ พิมพ์ครั้งแรก: นิตยสารสานแสงอรุณ ฉบับด้วยรักและเมตตา กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๕๑
|
| ห้องหนังสือส่วนตัว | ||
เรื่องเล่าที่ยังไม่เคยมีใครเล่า |
||
|
View All |
||
| << | สิงหาคม 2008 | >> | ||||
| อา | จ | อ | พ | พฤ | ศ | ส |
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||