• วุฐิศานติ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chantwiboon@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2008-04-04
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 5357
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
สายน้ำชั่วนิรันดร์
เรื่องเล่าและความทรงจำ การเดินทางของใครบางคน
Permalink : http://www.oknation.net/blog/wutisant
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2551
การกลับมาของเธอ เขา และคาเรนนิน
Posted by วุฐิศานติ์ , ผู้อ่าน : 96 , 17:39:50 น.   | หมวดหมู่ : คนรักระหว่างบรรทัด  
พิมพ์หน้านี้


การกลับมาของเธอ เขา และคาเรนนิน

 

เย็นวันอาทิตย์ คุณออกมาเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้ที่พักแห่งหนึ่ง แดดราแสงแลดูอ่อนโยน คุณเดินมานั่งบนม้าไม้สีเหลืองละมุน ล้วงหยิบนวนิยายของมิลาน คุนเดอราในย่ามออกมากรีดหาหน้าที่คั่นใบไม้แห้งเอาไว้ แล้วจ่อมจมอยู่กับเรื่องราวที่ผู้เขียนเล่าอธิบายไว้อย่างน่าสนใจ ครั้นได้ยินเสียงระฆังกังวานจากเครื่องขยายเสียงบอกเวลา ๖ โมงเย็น คุณเงยหน้าจากหนังสือ มองเห็นหญิงสาวชาวต่างชาติคนหนึ่งดูโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล ขณะเฝ้าฟังเสียงระฆังอย่างตั้งใจ คุณลอบมองหญิงสาว เห็นเธอหอบหนังสือปกแข็งเล่มหนาเตอะแนบอกเดินใกล้เข้ามา และทันทีที่เสียงระฆังสิ้นสุดลง คุณหลากใจเมื่อได้ยินเสียงดนตรีของบีโธเฟน (แทนที่จะเป็นเพลงคุ้นเคยเหมือนทุกครั้ง) ขณะเดียวกับหญิงสาวคนนั้นหยุดยืนอยู่ตรงหน้า และยิ้มอย่างอ่อนหวาน

          “ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ” น้ำเสียงของเธอมีกังวานใสราวกับเสียงของหยดน้ำของค่ำคืน

          คุณรู้สึกงุนงง ไม่คิดว่าเธอจะพูดด้วยภาษาที่คุณสามารถเข้าใจได้ แม้น้ำเสียงจะแปลกแปร่งอยู่บ้างก็ตาม คุณพยักยิ้มและขยับพื้นที่ด้านข้างให้เธอนั่ง

          “ขอบคุณค่ะ ฉันเดินหาม้านั่งสีเหลืองเสียทั่วสวนสาธารณะทีเดียว เห็นจะมีแต่เพียงม้านั่งตัวนี้เท่านั้น” เธอให้เหตุผล พลางกวาดสายตามองม้านั่งสีเขียว แดง ขาว ฟ้า ฯลฯ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในสวนสาธารณะ “หวังว่าคงไม่รบกวนคุณนะคะ” เธอพูด เมื่อเหลือบเห็นหนังสือในมือของคุณ

          “ไม่รบกวนหรอกครับ” คุณพูดพลางมองดูหนังสือ Anna Karenina ของลีโอ ตอลสตอยที่วางอยู่บนตักของเธอ แม้ตัวหนังสือจะดูแปลกตาแต่คุณแน่ใจ เธอก้มมองดูหนังสือบนตักของตัวเอง

          “หนังสือของตอลสตอยค่ะ มันเป็นสัญลักษณ์ของสายใยอันเร้นลับ” เธอยิ้มอย่างมีเลสนัย

          “สายใยอันเร้นลับ?” คุณนึกสงสัย

          “ใช่ค่ะ สายใยเร้นลับ มันเหมือนเป็นบัตรที่สามารถทำให้ฉันผ่านเข้าสู่โลกของคนที่ฉันรักได้” 

          “คุณกำลังจะบอกว่า คุณมารอเขาอยู่” เธอยิ้มเขินเมื่อคุณเดาถูก

          “ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนเจ้าชู้ประตูดิน แต่...ฉันก็รักเขามาก มากเสียจนบางครั้งฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเห็นแก่ตัว ดึงให้เขาตกต่ำลงมาเรื่อยๆ” ประกายเศร้าฉายวูบในแววตาของเธอ

          “เพราะอะไรหรือครับ” คุณถาม แม้นรู้ดีว่า บางทีความรักก็สามารถทำร้ายทั้งตัวเราและคนที่เรารักได้เหมือนกัน

          “เขาเคยเป็นศัลยแพทย์มือหนึ่งของกรุงปราก เราต้องย้ายไปอยู่ซูริคด้วยภัยทางการเมือง แต่แล้วฉันกลับทิ้งเขากลับมายังปราก เมื่อตามฉันกลับมา เขาก็ถูกบีบจนต้องออกจากราชการ กลายมาเป็นคนเช็ดกระจก ท้ายที่สุดเขายอมมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทก็เพราะฉัน ราวกับมันเป็นบททดสอบอันยาวนานของความรัก แต่นั่นเป็นเพราะฉันไม่เคยเชื่อมั่นในความรักของเขาเลย”  

          “ที่เขายอมตามคุณ ก็หมายความว่าเขารักคุณไม่ใช่หรือ” คุณพยายามให้เหตุผล

          “ฉันรู้ว่าเขารักฉัน แต่ฉันก็ยังคิดระแวงว่าเขาจะนอกใจ เป็นเพราะเขาทำให้ฉันรู้สึกหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา”

          คุณยอมรับว่าสำหรับผู้ชายเจ้าชู้ คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เขาเลิกนิสัยเช่นนั้นได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดใด บางทีอาจไม่ใช่เพราะความเบื่อหน่าย แต่มันเป็นความปรารถนาที่จะค้นพบความแปลกใหม่ในตัวสตรีแต่ละคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเคยเป็นศัลยแพทย์มาก่อน เขาอาจต้องการใช้มีดผ่าตัดในจินตนาการแหวะเปิดกำปั่นที่อิสตรีใช้ซุกซ่อนมายาแห่งความแตกต่างหนึ่งในล้านส่วนนั้น

          “ผมรู้ว่านิสัยเจ้าชู้ของผู้ชายมันแก้ได้ยาก...แล้วตอนนี้เขาเป็นยังไงบ้าง” 

          “เขามีความสุขดี เชื่องเหมือนกับกระต่ายเชียว” หญิงสาวพูดพลางหัวเราะ

          ถึงแม้เธอจะรักเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่ลึกๆ แล้วเธอเคยคิดนอกใจเขาบ้างไหม คุณนึกสงสัย และโดยไม่รู้ตัว คุณเผยความคิดนั้นออกไป หญิงสาวมองคุณอย่างหลากใจ ริมฝีปากขบเม้มเข้าหากัน จนคุณรู้ว่าตัวเองได้พลาดไปเสียแล้ว

“ต้องขอโทษด้วยที่ถามอย่างนั้น โดยสุจริตใจ ผมไม่ได้คิดต้องการดูหมิ่นคุณเลย” คุณพร่ำขอโทษ พลางรับรู้ถึงริมฝีปากที่ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

          “ไม่เป็นไรค่ะ มันแค่ทำให้ฉันนึกไปถึงฉากบนเนินเขาเปตริน เขาเป็นคนส่งฉันขึ้นไปตายบนนั้น หากแต่มันไม่ใช่การตัดสินใจของฉัน ฉันจึงยังมีชีวิตอยู่ เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกส่งไปสู่การนอกใจกับหนุ่มวิศวกรคนนั้น แต่นั่นก็ทำให้ฉันรู้ว่าความรักกับเพศรสเป็นคนละเรื่องกัน? วิญญาณกับร่างกายแยกขาดจากกัน ร่างกายของฉันเท่านั้นที่ทรยศ ไม่ใช่วิญญาณของฉัน ไม่ใช่หัวใจของฉันเลย” ร่างของเธอสั่นสะท้าน นัยน์ตาวาววับด้วยหยาดน้ำ

          “ผมขอโทษ ผมไม่ได้อยากทำให้คุณเศร้าเลย” คุณยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ เธอรับผ้าไปซับดวงตา

          “ไม่เป็นไร ฉันไม่โทษคุณหรอก” เธอหันมามอง “ใครบางคนเคยบอกว่า หลังม่านน้ำตา โลกมักจะสดสวยเสมอไม่ใช่หรือ” เธอยิ้ม รอยยิ้มนั้นสดใสกระจ่างราวกับท้องฟ้าหลังฝนจริงๆ

         

ตะวันลาลับไปแล้ว โลกกำลังเดินทางเข้าสู่ความมืดของค่ำคืน แสงจากโคมไฟส่องสลัว ในทิศทางเดียวกับที่หญิงสาวเดินเข้ามา มีผู้ชายชาวต่างชาติคนหนึ่งจูงสุนัขพันธุ์ทางเดินตรงรี่มาหา

          “หวัดดีเทเรซา มารอนานไหม” เขาพูด และยิ้มทักทายคุณ

          “หวัดดีโทมัส หวัดดีจ้ะคาเรนนิน” เธอยิ้มให้เขา คาเรนนินเห่าทักทายเบาๆ มันยกขาหน้าตะกุยขึ้นบนตักของเธอ และพยายามเลียใบหน้าของเธออย่างดีใจ จากนั้นมันหันมามองดูคุณ ดมจมูกฟุดฟิดๆ ไปมาราวสำรวจ

          “คาเรนนิน นี่เพื่อนของเราเอง” เทเรซาพูดกับสุนัข มันยื่นหน้าเข้ามาเลียมือของคุณ

          “ดูท่าคาเรนนินจะชอบคุณนะ” เธอบอก

          “เห็นทีเราต้องลาจากเพื่อนใหม่แล้วล่ะ” โทมันพูด เทเรซาหันมายิ้มกับคุณ

          “ขอบคุณมากนะ” เธอพูด ยื่นมือมาจับมือของคุณ “อย่าลืมเรื่องที่ฉันเล่าให้ฟังนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าบททดสอบจะยากแสนเข็ญเพียงใด ขอให้ความรักอยู่กับคุณตลอดไป” เราต่างคนต่างลุกขึ้นยืน

          “ลาก่อนนะ” เธอพูดแผ่วเบา ยิ้มอย่างอ่อนโยน

          “ผู้ชายคนนี้หรือที่คุณอยากมาพบก่อนเราจะเดินทาง” โทมัสเอียงหน้ากระซิบข้างหูเธอ คุณเห็นเธอพยักยิ้มให้เขา เขาหันมาหาคุณและยื่นมือให้จับ

“Es muss sein!* อาจไม่จำเป็นสำหรับทุกเรื่องเสมอไป” โทมัสพูดและยิ้ม “เหมือนที่ผมรู้ว่า ความรักที่ผมมีให้เทเรซา ไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับ Es muss sein! เลย”

          คุณมองตามพวกเขาเดินห่างออกไป โทมัสโอบแขนรอบเอวเธอไว้ราวจะประคอง คาเรนนินวิ่งตามไปข้างๆ คุณรู้แล้วว่าทำไมจึงรู้สึกคุ้นเคยกับพวกเขาอย่างบอกไม่ถูก คุณก้มมองดูหนังสือเรื่องความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต** ในมือและยิ้ม คุณยิ้มให้กับการกลับมาของเธอ เขา และคาเรนนิน

           

ภาพโดย: นุชารียา

พิมพ์ครั้งแรก นิตยสารสานแสงอรุณ ฉบับ “ด้วยรักและเมตตา” กรกฎาคม-สิงหาคม ๒๕๕๑



* แปลว่า “มันต้องเป็นเช่นนั้น” คำร้องท่อนสุดท้ายของควอร์เตทสุดท้ายของบีโธเฟน โดยที่เขาขึ้นต้นดนตรีท่อนนี้แปลว่า “การตัดสินใจอันยากเย็น”

** ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต (The Unbearable Lightness of Being) มิลาน คุนเดอรา: เขียน, ภัควดี วีระภาสพงษ์: แปล, โครงการจัดพิมพ์คบไฟ: ๒๕๔๑


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2
เจริญขวัญ วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 21.25 น.
http://www.oknation.net/blog/charoenkwan

** ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต (The Unbearable Lightness of Being) มิลาน คุนเดอรา

เล่มโปรดเลยนะนี่

จะว่าไป ก็รักทั้งสองเล่ม แม้ว่า อันนา คาเรนินา จะเป็นวรรณกรรมของหญิงมีชู้ระดับโลกก็ตาม

แต่ความซับซ้อนในใจมนุษย์นั้น มิลาน กุนเดอราแจงได้ชัดเจนยิ่งกว่า


ความคิดเห็นที่ 1
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/09/2008 เวลา : 18.06 น.
http://www.oknation.net/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


แสดงความคิดเห็น

  เข้าสู่ระบบ   |   สมัครสมาชิก
ชื่อ:  
อีเมล์:  
เว็บไซต์:  
ความคิดเห็น:  
   

ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กันยายน 2008 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30